เกาะพะงันเกือบเสียชื่อแหม่มสาวอังกฤษโร่แจ้งความอ้างถูกข่มขืน

เกาะพะงันเกือบเสียชื่อแหม่มสาวอังกฤษโร่แจ้งความอ้างถูกข่มขืน

วันที่ 23 กันยายน 2561 มีรายงานแจ้งว่าที่ สภ.เกาะพะงัน อำเภอเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้รับการประสานจากสถานทูตอังกฤษประจำประเทศไทย ได้แจ้งข้อมูลว่าได้มีพ่อของนักท่องเที่ยวหญิงสาวชาวอังกฤษ อายุ 25 ปี ได้โทรศัพท์ข้ามประเทศมาแจ้งว่าลูกสาวของตนเองได้มาเที่ยวที่เกาะพะงันได้ถูกข่มขืนในโรงแรมแห่งหนึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่บ้านหาดริ้น ตำบลบ้านใต้ จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เกาะพะงัน จึงได้ประสานไปยังตำรวจท่องเที่ยวเกาะพะงัน และเจ้าหน้าที่จากศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยวลงพื้นที่ตรวจสอบทันที

โดยเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบที่โรงแรมโคร่อน ตั้งอยู่ที่หาดริ้น ตำบลบ้านใต้ ได้พบนักท่องเที่ยวหญิงสาวชาวอังกฤษที่ร้องทุกข์ไปยังสถานทูตอังกฤษทราบชื่อว่า น.ส.โจอันนา อลิซาเบท พราทริต(Ms.Joanna Elizabeth Partridge) อายุ 25 ปี สัญชาติอังกฤษ เจ้าหน้าที่จึงได้สอบถามข้อมูลเบื้องต้นและพาตัวผู้เสียหายไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลเกาะพะงัน แต่หลังจากตรวจร่างกายของนักท่องเที่ยวหญิงสาวชาวอังกฤษรายนี้แล้ว แพทย์ผู้ตรวจรายงานว่าไม่พบสิ่งผิดปกติหรือสารเสพติดใดๆในเลือด ในปัสสาวะ และไม่พบร่องรอยฉีดขาดที่บริเวณช่องคลอด

จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.เกาะพะงันและตำรวจท่องเที่ยว ได้พานักท่องเที่ยวหญิงสาวชาวอังกฤษไปให้ปากคำเพิ่มเติมกับพนักงานสอบสวน สภ.เกาะพะงัน โดยมีล่ามแปลภาษาโดยเจ้าหน้าที่ศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยวอำนวยความสะดวกเป็นล่ามแปลและมีเจ้าหน้าที่ผู้ช่วยกงสุลอังกฤษร่วมสังเกตการณ์ จากคำให้การของนักท่องเที่ยวหญิงสาวชาวอังกฤษให้ปากคำว่า “ตื่นมาพบตัวเองอยู่ในสภาพเปลือยกาย โดยกางเกงชั้นในถูกถอดออกวางอยู่ปลายเตียงและเสื้อชั้นในวางอยู่บนที่นอน เครื่องประดับถูกถอดวางไว้บนตู้ และผ้าปูที่นอนวางกองอยู่หน้าห้องน้ำ” โดยตนเองไม่สามารถจดจำเรื่องราวต่างๆได้จึงคิดว่ามีเหตุร้ายเกิดขึ้นกับตนเอง และยังติดใจสงสัยชายชาวอังกฤษที่ตนเองพบในงานปาร์ตี้สระว่ายน้ำที่โรงแรมเมื่อคืนวันที่22 ก.ย. 61 ที่ผ่านมา จึงอยากให้ตำรวจตรวจสอบ

ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำภาพจากกล้องวงจรปิดที่บริเวณหน้าที่พักของน.ส.โจอันนา นักท่องเที่ยวสาวชาวอังกฤษ และภาพถ่ายบางส่วนตั้งแต่เวลาที่น.ส.โจอันนากลับมาถึงบริเวณโรงแรมมาเพื่อให้น.ส.โจอันนาตรวจสอบ พบว่าในช่วงเวลาดังกล่าวไม่พบความผิดปกติใดๆหรือมีบุคคลอื่นๆเข้าออกห้องพักของนักท่องเที่ยวสาวรายนี้แต่อย่างใดในเวลาดังกล่าว มีเพียงน.ส.โจอันนาเพียงผู้เดียวที่เปิดประตูเข้าออกห้อง จึงคาดว่าเป็นเพียงเรื่องเข้าใจผิด

ซึ่ง น.ส.โจอันนา นักท่องเที่ยวสาวชาวอังกฤษ ได้ดูภาพจากกล้องวงจรปิดแล้วถึงกับยอมรับว่าภายในห้องพักของตนไม่ได้มีใครเข้าไปภายในห้องแล้วลงมือข่มขืนแต่อย่างใดตามที่ตัวเองคิด นักท่องเที่ยวสาวรายนี้จึงกล่าวขอโทษแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมกล่าวถึงความรู้สึกเสียใจสำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องจากตนเองเข้าใจผิดเพราะตนเองได้ตืนนอนขึ้นมาประมาณ 04.00 น.พบว่าหน้าประตูห้องน้ำมีกองผ้าขนหนู นอกจากนี้กางเกงในของตนเองใส่อยู่ถูกถอดออกจากตัว ทั้งนี้หลังจากที่ได้เข้านอนประมาณ 02.30 น. พร้อมยังได้กล่าวขอบคุณ และขอโทษเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่ได้ทำงานอย่างมืออาชีพทุกขั้นตอน เพื่อไขข้อสงสัยและความกระจ่างให้กับตนเองดังกล่าว

กรมอุตุฯเผย ‘พายุจ่ามี’ อาจขี้นฝั่งใต้หวัน 28-30 ก.ย.นี้

กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานสภาพอากาศ ระบุภาคตะวันออกมีฝนตกหนักบางแห่ง ภาคเหนือฝนตกน้อยกว่าภาคอื่น 

วันที่ 24 ก.ย.2561 กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยมีฝนตกต่อเนื่อง กับมีฝนตกหนักบางแห่งในบริเวณภาคตะวันออก เว้นแต่ทางภาคเหนือที่มีฝนตกน้อยกว่าภาคอื่น 

ทั้งนี้พายุไต้ฝุ่น “จ่ามี” (TRAMI) บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิก มีแนวโน้มจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณไต้หวันในช่วงวันที่ 28-30 กันยายน 2561 นี้ ขอให้ผู้ที่จะเดินทางไปบริเวณดังกล่าวตรวจสอบสภาพอากาศก่อนเดินทางด้วย โดยพายุนี้ไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย

อย่างไรก็ตาม กรมอุตุนิยมวิทยา เผยพยากรณ์อากาศในพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑล ระบุว่า พื้นที่ดังกล่าวมีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 26-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ส่วนความคาดหมาย ในช่วงวันที่ 24-26 ก.ย. 61 บริเวณประเทศไทยยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง ส่วนในช่วงวันที่ 27-29 ก.ย. 61 ประเทศไทยตอนบนมีปริมาณฝนเพิ่มขึ้นกับมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนบริเวณทะเลอันดามันมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร อนึ่ง พายุโซนร้อน “จ่ามี” (TRAMI) บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิก มีแนวโน้มจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณเกาะไต้หวันในช่วงวันที่ 28-30 กันยายน 2561 ขอให้ผู้ที่จะเดินทางไปบริเวณดังกล่าวควรตรวจสอบสภาพอากาศก่อนเดินทางด้วย โดยพายุนี้ไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย 

กรมสุขภาพจิต แนะ ผู้มีอาการ ‘กังวล คิดฟุ้งซ่าน กลัวเกินเหตุ’ ให้พบแพทย์รักษา

กรมสุขภาพจิต แนะ ผู้มีอาการ ‘กังวล คิดฟุ้งซ่าน กลัวเกินกว่าเหตุ’ ร่วมกับมีอาการ ท้องเสีย ใจสั่น หายใจไม่อิ่ม เป็นติดต่อกันนานกว่า 6 เดือน ควรรีบพบแพทย์รักษา คาดทั่วประเทศมีคนป่วยโรคนี้กว่า 1 แสนคน 

นาวาอากาศตรีนายแพทย์บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต เปิดเผยว่า การเจ็บป่วยด้วยโรคทางจิตเวชของประชาชนไทย นอกจากโรคทางจิตแล้วยังมีในกลุ่มของโรควิตกกังวล (anxiety disorders)ซึ่งผู้ป่วยจะมีจิตใจแปรปรวนอ่อนไหวง่าย ที่พบได้บ่อยคือโรควิตกกังวลทั่วไป (general anxiety disorder) ซึ่งในคนปกติทั่วไปอาจเกิดความวิตกกังวลได้

เช่นกังวลเรื่องลูกไปโรงเรียน เรื่องการเข้าทำงานใหม่ แต่ว่าจะเป็นไม่นาน อาการจะหายไปเอง แต่ในผู้ที่เป็นโรควิตกกังวลทั่วไปจะมีอาการติดต่อกันนานกว่า 6 เดือน อาการเด่นที่สำคัญคือ คิดฟุ้งซ่าน กลัวและกังวลเกินกว่าเหตุในหลายๆเรื่องในเวลาเดียวกัน ส่วนใหญ่มักเป็นเรื่องที่ยังไม่เกิดขึ้น มีอาการใจลอย ตกใจง่าย ไม่สามารถหักห้ามใจไม่ให้คิดได้

นาวาอากาศตรีนายแพทย์บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต

และจะมีอาการทางกายปรากกฎร่วมด้วยอย่างน้อย 3 อย่าง เช่น กระสับกระส่าย เหนื่อยง่าย ใจสั่น ปวดตึงกล้ามเนื้อโดยเฉพาะที่ต้นคอ ไหล่ หลัง ใจเต้นเร็วและแรง หายใจไม่อิ่ม ท้องเสีย ปัสสาวะบ่อย มือเท้าเย็น นอนไม่หลับ ไม่มีสมาธิ เป็นต้น ผลสำรวจของกรมสุขภาพจิตล่าสุดในปี 2556 พบประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไป เป็นโรคนี้ร้อยละ 0.3 คาดว่าทั่วประเทศมีประมาณ 140,000 คน

อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า สาเหตุของโรควิตกกังวลทั่วไปเกิดมาจากความผิดปกติทางจิตใจหรือความไม่สมดุลย์ของสารสื่อประสาทในสมอง เป็นโรคที่ประชาชนไทยมักเข้าใจผิดกันบ่อย คิดว่าผู้ป่วยแกล้งทำ หรือคิดว่าเกิดมาจากตัวเองคิดมากไปเอง ไม่ได้เจ็บป่วย จึงไม่ไปพบแพทย์หรือจิตแพทย์เพื่อรักษาแก้ไขที่ต้นเหตุ

ซึ่งโรคนี้มียารักษา และต้องใช้วิธีการบำบัดทางจิตสังคมร่วมด้วยเพื่อปรับความคิดและพฤติกรรมควบคู่กัน ที่น่าเป็นห่วงก็คือการซื้อยาหรือผลิตภัณฑ์อาหารเสริมมากินเองเพื่อแก้ไขอาการที่ตัวเองเป็น เช่นนอนไม่หลับ ความกังวล ปวดศีรษะ เป็นต้น ซึ่งจะมีผลเสียมากกว่า

นอกจากจะไม่ได้ผลหรือได้ผลเพียงชั่วขณะ ยังอาจทำให้อาการป่วยรุนแรงขึ้นไปอีกเพราะไม่ได้รับการแก้ไขที่ต้นเหตุ จึงขอให้ผู้ที่มีปัญหาและอาการที่กล่าวมา เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน หรืออาจโทรขอรับคำปรึกษาทางสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง” อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าว

ทางด้านนายแพทย์กิตต์กวี โพธิ์โน ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจิตเวชนครพนมราชนครินทร์ จ.นครพนมกล่าวว่า โรควิตกกังวลทั่วไป หากไม่ได้รับการดูแลรักษาอย่างถูกต้อง จะทำให้อาการรุนแรงขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงเกิดโรคทางใจและทางกายตามมาอีกหลายโรคได้แก่ โรคซึมเศร้า นอนหลับยากหรือนอนไม่หลับ มีแนวโน้มใช้สารเสพติด เช่นดื่มเหล้า สูบบุหรี่ได้สูง

รวมทั้งยังเสี่ยงเกิดโรคทางกายเช่นปวดหัวเรื้อรัง ลำไส้แปรปรวน มีรายงานวิจัยหลายชิ้นพบว่าโรควิตกกังวล เป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ หัวใจเต้นผิดจังหวะ โรคความดันโลหิตสูง ร่างกายอ่อนแอติดเชื้อโรคได้ง่าย เนื่องจากภูมิคุ้มกันโรคในร่างกายต่ำ

สำหรับผู้ที่กำลังมีอาการวิตกกังวลในขณะนี้ มีวิธีช่วยควบคุมหรือบรรเทาอาการให้ทุเลาลงได้ดังนี้ 1. พักผ่อนให้เป็นเวลา หลีกเลี่ยงหรืองดการบริโภคเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของคาเฟอีน เช่น ชา กาแฟ น้ำอัดลม รวมทั้งเครื่องดื่มชูกำลัง เนื่องจากคาเฟอีนอาจกระตุ้นให้อาการแย่ลงได้ 2.รับประทานยาที่แพทย์สั่งอย่างครบถ้วนต่อเนื่อง หากมีความจำเป็นต้องซื้อยารักษาโรคหรือสมุนไพรต่างๆตามร้านขายยาทั่วไปควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน

3. ฝึกทำสมาธิ ทำจิตใจให้ผ่อนคลาย และรู้จักการปล่อยวาง ซึ่งจะช่วยให้จิตใจสงบขึ้น “ประการสำคัญ ญาติหรือคนรอบข้าง ควรทำความเข้าใจว่าอาการของผู้ป่วยไม่ได้เกิดจากการแกล้งทำหรือคิดมากไปเอง

ซึ่งสาเหตุที่เกิดขึ้นส่วนหนึ่งเกิดจากความไม่สมดุลของสารสื่อประสาทในร่างกาย และเกี่ยวกับพื้นฐานสุขภาพจิตของแต่ละบุคลด้วย จึงควรเข้าอกเข้าใจและให้กำลังใจผู้ที่เป็นโรคดังกล่าว ซึ่งสามารถรักษาได้และกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีดังเดิมได้” นายแพทย์กิตต์กวีกล่าว