สุเทพ! เจอชายบุกชูป้าย “LIAR LIAR” ใส่ เจ้าตัวถามกลับเขาจ้างคุณมาเท่าไหร่

สุเทพเจอชายบุกชูป้าย “LIAR LIAR”  เจ้าตัวถามกลับ เขาจ้างคุณมาเท่าไหร่ พยายามต่อไปนะ

วันนี้ ( 31 ต.ค. 61 ) นายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย(รปช.) พร้อมด้วย นายสุริยะใส กตะศิลารองคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา มหาวิทยาลัยรังสิต และผู้อำนวยการสถาบันปฏิรูปประเทศไทย ลงพื้นที่ปฏิบัติการเดินคาราวะแผ่นดินเป็นวันที่ 6

โดยเริ่มต้นเดินจากหน้าห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ย่านถนนราชปรารภ ประตูน้ำ บริเวณคลองแสนแสบ และหน้าหน้า แพลตดินัม โซน 1,2,3 ห้างพันธ์ทิพย์ พลาซ่า และถนนเพชรบุรี สี่แยกราชประสงค์ ข้างโรงแรมอินทรา ซอยเพชรบุรี 21 ท่าเรือประตูน้ำ ถนนราชดำริ ห้างบิ๊กซีราชดำริ เกษรพลาซ่า และศาลเอราวัน ระยะทางประมาณ 4 กิโลเมตร

ทั้งนี้เมื่อเวลา 13.20 น. ขบวนของนายสุเทพเดินทางมาถึงหน้า บิ๊กซี ราชดําริ นายเอก อัตถากร หนุ่มแว่นดำ ที่เคยชูป้าย Respect My Vote ป่วนการประชุมพรรคประชาธิปัตย์ ได้ชูป้ายข้อความว่า “LIAR LIAR” ที่แปลว่า คนโกหก ต่อหน้า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ

โดย นายสุเทพ ได้ยกนิ้วโป้งให้ พร้อมถามว่า “เขาจ้างคุณมาเท่าไหร่” ชายชูป้ายตอบกลับว่า “เปล่าครับ ผมเป็นประชาชนคนไทย นายสุเทพ กล่าวต่อว่า พยายามต่อไปนะ พยายามต่อไปนะ

สำหรับวันนี้ตลอดช่วงเช้า การลงพื้นที่เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ประชาชนบางส่วน โดยเฉพาะบางคนที่เป็นสมาชิก กปปส. ต่างเข้ามาขอถ่ายรูปและทักทาย ซึ่งนายสุเทพก็ได้ยื่นเอกสารสำหรับสมัครสมาชิกพรรคพร้อมเชิญชวนให้สมัครสมาชิกเป็นเจ้าของพรรคร่วมกัน แต่ด้วยพื้นที่ที่คับแคบและเป็นย่านซื้อขายเสื้อผ้าทั้งปลีกและส่ง ก็ทำให้การจราจรติดขัดเป็นบางช่วง แต่ยังไม่มีเหตุก่อกวนหรือเหตุวุ่นวายใดๆ

ขณะเดียวกันนายสุเทพ กล่าวถึงกรณีถูกกลุ่มคนต่อต้าน ก่อกวน ขณะลงพื้นที่เชิญชวนประชาชนสมัครเป็นสมาชิกพรรคในพื้นที่ต่างๆ ว่า จะยังไม่มีการปรับแผนการรักษาความปลอดภัย พร้อมบอกด้วยว่ากลุ่มบุคคลที่มาก่อกวนดังกล่าว แฝงตัวมาในคราบนักข่าวที่เดินตามขบวนและทันทีที่เห็นว่ามีการก่อกวนเกิดขึ้นก็จะรีบเข้าไปบันทึกภาพและขอสัมภาษณ์ทันที

ซึ่งการกระทำลักษณะนี้จะทำกันเป็นขบวนการ นำคนมาวางเป็นจุดๆ แต่ก็พูดดีๆด้วย และบอกคนติดตามว่าอย่าไปตอบโต้ กลุ่มที่ทำตัวเป็นนักข่าวเวลาที่ตนให้สัมภาษณ์ก็จะไม่สนใจ แต่เมื่อทานข้าวเสร็จก็จะเข้ามาขอสัมภาษณ์พิเศษ ซึ่งผมก็ปฏิเสธเพราะไม่ใช่สื่อมวลชนปกติ ผมรู้ว่ากลุ่มอำนาจเก่าพยายามทำทุกวิถีทาง

พร้อมยืนยันว่า การกลับมาเล่นการเมืองอีก ทำด้วยความบริสุทธิ์ใจ และย้ำว่าจะไม่เป็นกรรมการบริหารพรรค ไม่รับตำแหน่งทางการเมือง จะทำเพื่อบ้านเมืองเพื่อให้พรรคของประชาชนพรรคนี้ เกิดขึ้นเพื่อเป็นกำลังของประชาชนในทางการเมืองต่อไป คาดว่าการรับสมาชิกพรรคในครั้งรี้ จะได้จำนวนสมาชิกกว่า 1 แสนคน

สำหรับการลงพื้นที่ปฏิบัติการเดินคาราวะแผ่นดิน ของนายสุเทพ และพรรครปช. วันนี้ถือเป็นวันสุดท้ายในพื้นที่กรุงเทพมหานคร หลังก่อนหน้านี้ได้ลงพื้นที่ย่าน สุขุมวิช บางรักเยาวราช สีลม และในวันพรุ่งนี้จะลงพื้นที่ จ.จันทบุรี

คปภ.ร่วมมือกับสถานีวิทยุ จส.100 จัดการประกวดสารคดีสั้น

คปภ.ร่วมมือกับสถานีวิทยุ จส.100 จัดการประกวดสารคดีสั้น ภายใต้แนวคิด ‘พ.ร.บ.เคียงข้างทุกการเดินทาง’ ให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของการทำประกันรถภาคบังคับ

วันที่ 31 ต.ค. 2561 เวลา 10.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมกระประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) จัดการประกวดสารคดีสั้นภายใต้แนวคิด ‘พ.ร.บ.เคียงข้างทุกการเดินทาง’ เพื่อเผยแพร่ความรู้ด้านการประกันภัยรถภาคบังคับไปสู่สาธารณชน เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของการทำประกันรถภาคบังคับ รวมทั้งคุ้มครองสิทธิประโยชน์ซึ่งนำไปสู่การสร้างความมั่นคงในชีวิต

ทั้งนี้ ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการ คปภ. กล่าวถึงการประกวดสารคดีสั้นในปีนี้ว่าเป็นปีที่โครงการนี้มีความแตกต่างจากปีที่ผ่านมา เป็นการยกระดับจากโฆษณาสั้นเพื่อรณรงค์ให้ประชาชนเห็นความสำคัญของการทำ พ.ร.บ.รถยนต์ มาเป็น เป็นสารคดีสั้นที่ยากกว่า และมีระยะเวลานานกว่า โดยในปีนี้จัดต่อเนื่องปีที่ 9 แล้ว นอกจากนี้ปีนี้ยังเป็นปีที่พิเศษกว่าปีที่ผ่านมา เพราะประชาชนทั่วไปสามารถร่วมประกวดได้ ไม่จำกัดแค่นักศึกษาเท่านั้น และร่วมมือกับสถานีวิทยุ จส.100 ที่เข้าถึงประชาชนทุกภาคส่วน

โดยเงื่อนไขการส่งผลงานเข้าประกวดสารคดีสั้นโครงการนี้ ระบุว่าประชาชนอายุ 15 ขึ้นไป สามารถส่งประกวดได้ สามารถส่งทั้งแบบเดี่ยวและแบบกลุ่มซึ่งในเบื้องต้น จะให้ผู้เข้าประกวดส่งบท และ story board เข้ามาก่อน จากนั้นคณะกรรมการจำทำการคัดเลือกเหลือ 10 ทีม และให้ต้นทุน 10,000 บาท เพื่อให้ทีมที่เข้ารอบไปทำสารคดีสั้น และส่งเข้ามาประกวด

โดยรางวัลมี 6 รางวัล ได้แก่ ชนะเลิศได้รับเงินรางวัล 100,000 บาท รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้รับเงินรางวัล 70,000 บาท และรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้รับเงินรางวัล 50,000 บาท รวมเงินรางวัลกว่า 350,000 บาท ผู้ประสงค์ต้องการส่งผลงานเข้าประกวดสามารถส่งตัวอย่างผลงานได้ภายใน 30 พ.ย. 2561 ข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ oic.or.th หรือโทรเข้าไปสอบถามได้ที่ สายด่วน คปภ. 1186 หรือ สถานีวิทยุ จส.100 โทร. 1137 หรือ *1808 ตลอด 24 ชั่วโมง โดยสารคดีสั้นที่ชนะจากการประกวด จะนำมาเป็นสื่อรณรงค์ไปยังประชาชนต่อไป

นอกจากนี้ นายเชิดพงษ์ เหล่ายนตร์ ผู้กำกับภาพยนตร์ เผยว่า โครงการนี้ เป็นพื้นที่ของคนทำภาพยนตร์ ส่วนการทำสารคดีสั้น เป็นงานยาก ต้องประมวลความจริง และอิงการสร้างจากเรื่องจริง ซึ่ง ต้องสื่อเรื่องความสำคัญของ พ.ร.บ. โดยต้องทำประชาชนเข้าใจความสำคัญของการใช้ พรบ. ได้ง่าย

สิ่งที่ต้องคำนึงถึงคือ มีความยาวระหว่าง 7-12 นาที เป็น-เนื้อหา ประมวลความคิดสร้างสรรค์จากความเป็นจริง แปลกใหม่ น่าสนใจ สร้างสรรค์จากความจริง หรือเน้นความบันเทิง มีเวลาที่เหมาะสม มีกรอบความคิดชัดเจน มีเทคนิคการนำเสนอที่เปิดกว้าง ทุกวันนี้ การจะสร้างงานง่ายขึ้น เพราะเทคโนโลยีรองรับ โดยสนามแสดงความสามารถนี้เป็นการแสดงออกที่ดี เพราะเนื้อหาประเภทสารคดีในประเทศนี้หาได้ยาก

ทั้งนี้ เมื่อพูดถึงสาระสำคัญประกันภัยรถภาคบังคับ หรือ ประกัน พ.ร.บ. มีรายละเอียดดังนี้

ด้วยจำนวนรถที่เพิ่มปริมาณมากขึ้นบนท้องถนน ทำให้จำนวนอุบัติเหตุที่เกิดจากรถมากตามไปด้วย ดังนั้นเจ้าของรถหรือผู้ครอบครองรถต้องทำประกันภัยรถภาคบังคับ หรือประกันภัย พ.ร.บ. ตามพระราชบัญญัติผู้ประสบภัยจากรถ พุทธศักราช 2535 ซึ่งกำหนดให้รถทุกคันต้องทำประกันภัย พ.ร.บ. หากเจ้าของรถหรือผู้ครอบครองรถฝ่าฝืนจะมีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

รถที่ต้องทำประกันภัยได้แก่ รถทุกชนิดทุกประเภทตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ กฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก เช่น รถยนต์ รถจักรยานยนต์ รถสามล้อเครื่อง รถโดยสาร รถบรรทุก หัวรถลากจูง รถพ่วง รถบดถนน หรือแม้แต่รถอีแต๋นก็ต้องทำพ.ร.บ.ทั้งนั้น ซึ่งหากเกิดประสบภัยจากรถ จะได้รับการคุ้มครองและช่วยเหลือจากพ.ร.บ.

ประกันภัยรถภาคบังคับ หรือ ประกันภัย พ.ร.บ. จะให้ความคุ้มครองและความช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากรถทุกคน ทั้งที่ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ไม่ว่าจะเป็นคนขับ คนโดยสาร คนเดินถนน คนที่อยู่นอกรถหรือในรถก็ตาม ก็จะได้รับความคุ้มครอง ซึ่งความคุ้มครองนี้ไม่รวมถึงความเสียหายต่อทรัพย์สินหรือตัวรถ นั่นก็คือซ่อมคน ไม่ซ่อมรถ

และหากไม่สามารถเรียกร้องค่าเสียหายเบื้องต้นจากบุคคลใดได้ ผู้ประสบภัยหรือทายาทสามารถเรียกร้องสิทธิประโยชน์จากกองทุนทดแทนผู้ประสบภัย สำนักงาน คปภ. ได้ ในกรณีดังนี้

– เจ้าของรถไม่ยอมทำประกันภัยและเจ้าของรถไม่ยอมจ่ายค่าเสียหายเบื้องต้น หรือจ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นไม่ครบตามจำนวน
– โดนชนโดยรถที่ถูกขโมยมา
– หรือโดนชนแล้วหนี หรือไม่ทราบว่ารถคันใดเฉี่ยวชน
– หรือบริษัทประกันภัยไม่จ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นหรือจ่ายไม่ครบตามจำนวน
– และถูกชนจากรถที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องทำประกันภัย เช่น รถสำนักพระราชวัง รถส่วนราชการ และรถนั้นไม่มีประกันภัย

อย่างไรก็ตามความสำคัญของการทำประกันภัยรถภาคบังคับหรือประกันภัยพ.ร.บ. นอกจากจะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ผู้ประสบภัยจากรถทุกคนแล้ว ยังเป็นหน้าที่ทางสังคมที่เจ้าของรถหรือผู้ครอบครองรถจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ที่สำคัญก่อนใช้รถควรตรวจดูว่าได้ทำประกันภัย พ.ร.บ.แล้วหรือยัง เพื่อความไม่ประมาท พ.ร.บ.จะเคียงข้างคุณ ทุกการเดินทาง

ป.ป.ช.ตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรง ‘พิเศษ นาคะพันธุ์’ ชักปืนขู่แท็กซี่

ป.ป.ช.มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยร้ายแรง ‘พิเศษ นาคะพันธุ์’ ผู้ช่วยเลขาฯ ป.ป.ช. กรณีชักปืนขู่แท็กซี่

วันนี้ (31 ต.ค.61) นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงว่าตามที่ปรากฏข่าวว่า มีคลิปบิ๊กข้าราชการ ป.ป.ช. ซึ่งมีรูปพรรณเหมือนนายพิเศษ นาคะพันธุ์ ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีพฤติการณ์ขับรถปาดหน้าซึ่งกันและกัน ตลาดจนมีการบีบแตรใส่ซึ่งกันและกัน จนมีการลงจากรถและชักปืนเล็งขู่ผู้ขับขี่ที่ตามหลังรถมา

ต่อมาสำนักงาน ป.ป.ช. ได้ตรวจสอบแล้วบุคคลดังกล่าวคือ นายพิเศษ นาคะพันธุ์ ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. และสำนักงาน ป.ป.ช. ได้ให้นายพิเศษ นาคะพันธุ์ รายงานข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดังกล่าวแล้ว จากข้อเท็จจริงตามที่ได้รับรายงานเบื้องต้นเห็นว่า เรื่องนี้เป็นการกระทำส่วนบุคคลมิได้เกี่ยวข้องกับการใช้ตำแหน่งหน้าที่แต่อย่างใด และเพื่อให้ข้อเท็จจริงครบถ้วน รอบด้าน เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. จึงได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงโดยมีนางณัชชา เกิดศรี รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. เป็นประธานกรรมการ และให้คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงรายงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงให้เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ทราบภายใน 15 วัน

ล่าสุดทางคณะกรรมการได้รายงานผลตรวจสอบแล้ว มีความเห็นว่าในวันและเวลาเกิดเหตุ การกระทำที่ปรากฏเป็นนายพิเศษ และจากการตรวจสอบพฤติการณ์มีมูลควรกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยร้ายแรง สำนักงาน ป.ป.ช. จึงมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยร้ายแรง โดยมีนายธรรมนูญ เรืองดิษฐ์ เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. เป็นประธานกรรมการสอบสวนเพื่อดำเนินการตามกฎ ก.พ. ว่าด้วยการดำเนินการทางวินัยพ.ศ 2556 ซึ่งจะมีการแถลงผลให้ทราบในภายหลัง โดยขณะนี้ได้มีการเพิกถอนใบอนุญาตการใช้อาวุธปืนนายพิเศษ นาคะพันธุ์ แล้ว