ชื่นชม ‘น้องชิน’ ดช.วัย 10 ขวบ เก็บเงินแสนคืนเจ้าของ

วันนี้ (31 ต.ค. 61) มีรายงานว่า โลกออนไลน์ได้แชร์เรื่องราวของเด็กน้อยวัย 10 ขวบ ที่มีความซื่อสัตย์ เก็บเงิน 100,000 บาท คืนเจ้าของ โดยผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊ก Warintorn Warintorn ได้โพสต์เล่าว่า…

ถ้าเก็บเงินได้ 100,000 บาท คุณจะทำอย่างไร..เด็ก ป.4 คนนี้เลือกที่จะตามหาเจ้าของเงินจนเจอ 😊 หนูเป็นเด็กดีน่าชื่นชม 😊 ดีใจที่เสื้อผ้าและกระเป๋าของเหม่งน้อยได้เป็นประโยชน์กับสุดยอดเด็กดีอย่างหนูนะครับ “น้องชิน ด.ช.รัฐศาสตร์ คงทรัพย์” ขอบคุณ ผอ. อุทิศ จันทร์เสน ที่บอกข่าวดีๆ ที่ทำให้มีความสุขในวันนี้ค่ะ

ทั้งนี้ หลังจากเรื่องดังกล่าวถูกเผยแพร่ลงบนโลกออนไลน์ ชาวเน็ตต่างให้ความสนใจเข้ามาแสดงความคิดเห็น โดยต่างชื่นชมในความซื่อสัตย์ของ น้องชิน ด.ช.รัฐศาสตร์ คงทรัพย์ พร้อมอวยพรให้เป็นเด็กดีและเป็นแบบอย่างให้คนอื่นต่อๆ ไป

จับสาวอินเดีย นำธนบัตรปลอมมาแลกที่เกาะสมุย

ตำรวจ สภ.บ่อผุด  อ.เกาะสมุย บุกจับสาวอินเดีย นำธนบัตรปลอมมาแลกที่เกาะสมุย อ้างไม่รู้ว่าเป็นธนบัตรปลอม

เมื่อวันที่ 31 ต.ค. 61 พ.ต.อ.ธงชนะ หาญกิตติกาญจนา รักษาราชการแทนผู้กำกับการ สภ.บ่อผุด อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี สั่งการให้ตำรวจชุดสืบสวน ร่วมกับทหารกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย มณฑลทหารบกที่45 พื้นที่เกาะสมุย และตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสุราษฎร์ธานี ติดตามจับกุมคนร้ายเป็นหญิงชาวต่างชาติ ที่ไปก่อเหตุนำธนบัตรปลอมชนิด 20 ปอนด์ จำนวน 4 ใบไปแลกเงินที่บูธแลกเปลี่ยนเงินตราในพื้นที่ม.1 ต.บ่อผุด ภายหลังจากที่ น.ส.จินดาพร สีกะมุท 20 ปี ผู้เสียหายเป็นพนักงานประจำบูธแลกเงิน นำหลักฐานเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน

โดยภาพจากกล้องวงจรปิดภายในบูธแลกเปลี่ยนเงินตรา สามารถบันทึกเหตุการณ์ที่คนร้ายเป็นหญิงชาวต่างชาติ สวมเสื้อคลุมลายขาวดำ นำธนบัตรชนิด 20 ปอนด์ จำนวน 4 ใบ มาติดต่อเพื่อขอแลกเงินกับพนักงานที่บูธแลกเปลี่ยนเงินตรา โดยคนร้ายทำทีสอบถามอัตราแลกเปลี่ยน ก่อนนำธนบัตรยืนให้กับพนักงานด้วยท่าทางเร่งรีบ

น.ส.จินดาพร ผู้เสียหายให้การว่า เมื่อวันที่ 29 ต.ค. เวลาประมาณ 15.30น. ได้มีหญิงชาวต่างชาตินำธนบัตรฉบับละ 20 ปอนด์ จำนวน 4 ฉบับ มาแลกเปลี่ยนเป็นเงินไทย โดยหญิงคนดังกล่าวกลับถามอัตราแลกเปลี่ยนของดอลลาร์ แต่ตนเองเห็นว่าถือเงินปอนด์มาจึงได้แจ้งกลับไปเป็นอัตราแลกเปลี่ยนเงินปอนด์ จากนั้นหญิงคนดังกล่าวจึงยื่นเงินปอนด์ 4 ฉบับมาให้ ตนเองจึงตรวจสอบก็สงสัยจึงสอบถามเพื่อนร่วมงานก็บอกมาว่าถ้าธนบัตรมีลักษณะเรืองแสงก็รับไว้เลยก็ได้

ส่วนหญิงชาวต่างชาติก็บอกว่าไม่ได้นำหนังสือเดินทางมาด้วยจึงได้เขียนชื่อในเศษกระดาษแทนชื่อว่า “NeeNa Ghai” ยื่นให้และแลกได้เงินไทยไป 3,324 บาท ต่อมาตนเองได้ตรวจสอบธนบัตรดังกล่าวอย่างละเอียดก็พบว่าธนบัตรเงินปอนด์มีหมายเลข AH01 664943 ตรงกันทุกฉบับ ซึ่งเชื่อได้ว่าเป็นธนบัตรปลอม จึงได้นำไปตรวจสอบกับธนาคารก็พบว่าเป็นธนบัตรปลอมจริง จึงได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน

จากการสืบสวนทราบว่า ในช่วงวันเกิดเหตุคนร้ายเป็นหญิงลักษณะคล้ายชาวอินเดีย อายุประมาณ 50 ปี แต่งตัวดูดี เดินทางโดยสารมากับรถแท็กซี่ส่วนบุคคลมาจอดอยู่ริมถนนฝั่งตรงข้ามบูธแลกเงิน คนร้ายได้ลงจากรถและข้ามถนนมาแลกเงินกับพนักงานผู้เสียหาย เมื่อแลกเงินเสร็จแล้วก็โดยสารกับรถแท็กซี่คันเดิมออกไป ต่อมาทราบว่าหญิงคนดังกล่าวพักอยู่ที่ห้อง 224 ของโรงแรมระดับ 5 ดาวแห่งหนึ่งในพื้นที่หาดเฉวง ม.2 ต.บ่อผุด

เจ้าหน้าที่จึงนำหมายจับศาลจังหวัดเกาะสมุย เลขที่ 87/2561 ไปประสานกับเจ้าหน้าที่โรงแรมเพื่อขอตรวจสอบ พร้อมพาผู้เสียหายไปดูตัวและยืนยันต่อมาว่าเป็นบุคคลเดียวกันหญิงต่างชาติที่มาแลกเปลี่ยนเงินตรา ทราบชื่อต่อมาคือ นางพูจา เกอมิท กาเคล(MS.PUJA GURMMIT GARKEL) อายุ 46 ปี สัญชาติอินเดีย จึงเข้าตรวจค้นภายในห้องพัก พบเสื้อผ้าลายดำขาวที่ใส่ขณะแลกเงิน แต่ไม่พบสิ่งของผิดกฎหมายหรือพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดแต่อย่างใด จึงได้ยึดเสื้อผ้าที่พบไว้เป็นของกลางและนำตัวนางพูจา เกอมิท กาเคล ผู้ต้องหาไปสอบสวนที่สภ.บ่อผุด

เบื้องต้น จากการสอบปากคำ นางพูจา เกอมิท กาเคล อายุ 46 ปี สัญชาติอินเดีย ผู้ต้องหายังให้การภาคเสธ โดยอ้างว่าก่อนมาประเทศไทยได้ไปเที่ยวที่ประเทศอังกฤษกับสามีชาวอินเดีย และมีเงินปอนด์เหลืออยู่ ต่อมาเดินทางมาเที่ยวที่ประเทศไทยจึงนำเงินปอนด์ดังกล่าวมาแลกเปลี่ยนบูธแลกเปลี่ยนเงินตราจริงแต่ไม่รู้ว่าเป็นธนบัตรปลอม

อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อเพราะผู้ต้องหารายนี้มีพฤติกรรมที่จงใจก่อเหตุทั้งแสดงอาการเร่งรีบเพื่อเป็นจุดสนใจขณะแลกเปลี่ยนเงินตรา ไม่นำหนังสือเดินทางมาแสดงเพื่อยืนยันตัวตน แต่กลับเขียนชื่อใส่กระดาษที่ไม่ใช่ชื่อของตัวเอง จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า “มีไว้เพื่อนำออกใช้ซึ่งธนบัตรอันตนรู้ว่าปลอม” นำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สุดยอด! 2 สามีภรรยา ใช้ภูมิปัญญาชาวบ้าน นำถั่วดาวอินคาแปรรูป สร้างรายได้

สองสามีภรรยาใช้ภูมิปัญญาสูตรตำราหมอชาวบ้านที่ตกทอดมาจากบรรพบุรุษ นำถั่วดาวอินคา ซึ่งเป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณและประโยชน์สารพัด นำมาแปรรูปเป็นสบู่ โลชั่น และสกัดเป็นชาถั่วดาวอินคา จนกลายเป็นเอกลักษณ์ปรสร้างรายได้ดี

วันนี้(31 ต.ค. 61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านเลขที่ 27/1 บ้านยูงงาม ม.1 ต.โพรงจระเข้ อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง นายมณี เพ่งพิศ อายุ 63 ปี และนางเมื้อน เพ่งพิศ อายุ 61 ปี สองสามีภรรยาใช้ภูมิปัญญาสูตรตำราหมอชาวบ้านที่ตกทอดมาจากบรรพบุรุษ นำถั่วดาวอินคา ซึ่งเป็นพืชไม้เลื้อยที่มีสรรพคุณมากมายดีต่อสุขภาพ มาแปรรูปทำผลิตภัณฑ์ เช่น สบู่ โลชั่น และใบชาถั่วดาวอินคา ส่งออกขายในหลายพื้นที่ รายได้ดี ไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด

ด้านนายมณี เพ่งพิศ กล่าวว่า ตนกับภรรยาทำผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับถั่วดาวอินคา มานานกว่า 5 ปีแล้ว โดยนำมาแปรรูปเป็นสบู่ ซึ่งมี 3 สูตรด้วยกัน สูตรที่ 1 ตัวขัดผิว สูตรที่ 2 เป็นสบู่ 6 เหลี่ยม เป็นตัวบำรุงหน้า ช่วยแก้สิว ฝ้า และตัวที่ 3 สูตรน้ำผึ้งผสมกับขมิ้นชัน และยังมีแปรรูปเป็นโลชั่นกันแดดด้วย ซึ่งทำมาจากสมุนไพรถั่วดาวอินคาล้วนๆ เกิดจากภูมิปัญญาชาวบ้าน ซึ่งเมื่อแต่ก่อนพ่อตาของตนเป็นหมอชาวบ้าน จึงได้เรียนรู้ศึกษามาตลอด จนทดลองทำและใช้เวลามา 2-3 ปี จะใช้ทุกส่วนของถั่วดาวอินคา ไม่ว่าจะเป็นทั้งใบ เมล็ด ฯลฯ จนเป็นสูตรสำเร็จในที่สุด

โดยปัจจุบันมีส่งขายตามจังหวัดต่างๆ ลพบุรี กรุงเทพฯ เขตปริมณฑล ภาคอีสาน ส่วนภาคใต้ก็จะมี จ.นครศรีธรรมราช จ.สุราษฎร์ธานี จ.กระบี่ จ.สงขลา จ.ปัตตานี ฯลฯ

สำหรับสรรพคุณของถั่วดาวอินคา จะเป็นตัวที่ไม่ทำลายผิว เนื่องจากไม่ผสมสารสเตียรอยด์ เน้นมาจากธรรมชาติล้วนๆ ที่เกิดจากวิถีชีวิตของชาวบ้านสมัยก่อนที่นิยมใช้สมุนไพรกัน จนทำให้ในยุคปัจจุบันตนเองและภรรยาทำการค้นคว้าหาสมุนไพรพื้นบ้านมาผสมผสานให้เข้ากับยุคปัจจุบันจนสำเร็จได้ในที่สุด และยังปลูกต้นดาวอินคาไว้เองที่บ้าน ทำเองใช้เองและขายอีกด้วย ซึ่งจะขายในราคาส่งก้อนละ 20-40-50 บาท ตามขนาด ส่วนโลชั่นราคาขวดละ 80 บาท และยังมีชาดาวอินคาขายในราคาส่งถุงละ 50 บาท

ทั้งนี้ นายมณี เพ่งพิศ ยังกล่าวอีกว่า นอกจากจะมีสบู่ และโลชั่นแล้ว ในส่วนของถั่วดาวอินคา ยังสามารถมาสกัดทำเป็นชาถั่วดาวอินคาได้อีกด้วย เนื่องจากมีการวิจัยและค้นพบว่ามีสรรพคุณช่วยลดความดันในเลือด เบาหวาน ช่วยเรื่องความจำ แก้เหน็บชา ป้องกันข้อเข่าเสื่อม จึงทำให้ตนที่เมื่อก่อนสูบบุหรี่จัดกินเหล้าจัด ทำให้เป็นโรคความดันในเลือดสูง ได้นำมาทดลองกินเองทุกวันมาเป็นเวลา 4 เดือน

จนทุกวันนี้ทาง อสม. ทางโรงพยาบาลย่านตาขาวประกาศว่าตนเองเป็นคนเดียวที่ไม่ต้องกินยาลดความดันอีกแล้ว จึงทำให้ชาถั่วดาวอินคาเป็นเอกลักษณ์และเป็นที่นิยมของหมู่ที่ 1 บ้านยูงงาม ต.โพรงจระเข้ อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง ส่วนใครที่สนใจผลิตภัณฑ์ถั่วดาวอินคา สามารถติดต่อได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 095-2017723 , 065-3954297 หรือมาซื้อได้ด้วยตนเองเช่นกัน