ศาลยกฟ้อง กรณีมาสด้าฟ้องเรียกค่าเสียหายจากลูกค้ากว่า 80 ล้าน

ศาลพิพากษายกฟ้องคดีมาสด้าฟ้องเรียกค่าเสียหายจากลูกค้ากว่า 80 ล้าน เนื่องจากเป็นการปกป้องสิทธิของผู้บริโภคโดยสุจริต เพราะรถยนต์มีความบกพร่องจริง

จากกรณีที่ เมื่อต้นปี 2561 บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้ฟ้องเรียกร้องค่าเสียหายจำนวนกว่า 84 ล้านบาท จากผู้ใช้รถมาสด้า 2 เครื่องยนต์ดีเซล ที่พบปัญหาเรื่องการใช้งานและออกมาเรียกร้องความรับผิดชอบจากบริษัท โดยทางบริษัทให้เหตุผลในการฟ้องว่าผู้เสียหายใช้สิทธิเกินส่วนที่ผู้บริโภคควรใช้ ส่งผลต่อภาพลักษณ์ ชื่อเสียง รวมทั้งทำให้ยอดจำหน่ายของบริษัทลดลงนั้น

ล่าสุด (30 พฤศจิกายน 2561) ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อไปยัง นายภัทรกร ทีปบุญรัตน์ ผู้เสียหายจากการซื้อรถยนต์มาสด้า 2 และผู้ถูกบริษัทมาสด้าฟ้อง เพื่อสอบถามถึงความคืบหน้าของคดี

นายภัทรกร กล่าวว่า เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2561 ศาลจังหวัดนนทบุรี ได้มีคำพิพากษายกฟ้องคดีดังกล่าว เนื่องจากพิจารณาแล้วเห็นว่าการออกมาเรียกร้องความรับผิดชอบจากทางบริษัทในครั้งนั้นเป็นการปกป้องสิทธิตามสิทธิผู้บริโภคโดยสุจริต เพราะรถยนต์มีความบกพร่องจริง

และผู้เสียหายได้สอบถามไปยังผู้ผลิตแต่ไม่ได้รับคำตอบ จึงมีสิทธิเรียกร้องทวงถาม ไม่ถือเป็นการใช้สิทธิส่วนเกินตามที่บริษัทอ้าง ทั้งนี้ศาลได้มีคำสั่งให้ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ชดใช้ค่าทนายให้กับผู้เสียหายเป็นเงิน 30,000 บาท

นายภัทรกรกล่าวเพิ่มเติมว่า อยากฝากถึงผู้บริโภคทุกคนให้ตระหนักถึงสิทธิที่ตัวเองมี ตามมาตรา 4 ของ พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 คือผู้บริโภคมีสิทธิที่จะได้รับข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องเกี่ยวกับสินค้าที่ซื้อ และเมื่อเกิดความเสียหายขึ้นก็ต้องได้รับการเยียวยา ชดเชยค่าเสียหาย

“เมื่อเราซื้อสินค้ามาแล้วชำรุด บกพร่อง หรือมีปัญหาเราสามารถสอบถาม และเรียกร้องความรับผิดชอบจากผู้ขายได้ตลอด เพราะเรามีสิทธิที่จะได้รับการเยียวยา อย่ากลัวและยอมให้ผู้ประกอบการเขาฟ้องปิดปาก เราต้องรักษาสิทธิของให้ถึงที่สุด เพราะสุดท้ายคำพิพากษาจะชี้ให้เห็นเองว่าเราทำตามสิทธิที่มีและพึงได้รับ” นายภัทรกรกล่าว

สำหรับมาตรา 4 ของพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 ระบุว่า ผู้บริโภคมีสิทธิได้รับความคุ้มครองดังต่อไปนี้

(1) สิทธิที่จะได้รับข่าวสารรวมทั้งคำพรรณาคุณภาพที่ถูกต้องและเพียงพอเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการ

(2) สิทธิที่จะมีอิสระในการเลือกหาสินค้าหรือบริการ

(3) สิทธิที่จะได้รับความปลอดภัยจากการใช้สินค้าหรือบริการ

(3 ทวิ) สิทธิที่จะได้รับความเป็นธรรมในการทำสัญญา

(4) สิทธิที่จะได้รับการพิจารณาและชดเชยความเสียหายทั้งนี้ ตามที่กฎหมายว่าด้วยการนั้น ๆ หรือพระราชบัญญัตินี้บัญญัติไว้


ที่มา มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค

กรมสรรพากร แจงการออกมาตรการ ‘ช็อปช่วยชาติ’

กรมสรรพากร แจงการออกมาตรการ ‘ช็อปช่วยชาติ’ เผยเพื่อกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ และจะช่วยส่งเสริมการขยายตัวทางเศรษฐกิจโดยรวม

ตามที่ปรากฏคำวิจารณ์เกี่ยวกับมาตรการช็อปช่วยชาติ ว่าเป็นการช่วยนายทุนเจ้าของห้างสรรพสินค้ามากกว่าช่วยประชาชนและควรนำงบประมาณไปช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยและชาวบ้านระดับรากหญ้ามากกว่า นั้น
กรมสรรพากรขอเรียน ดังนี้

1. มาตรการช็อปช่วยชาติหรือมาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศ มีวัตถุประสงค์เพื่อกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการขยายตัวทางเศรษฐกิจโดยรวม

2. นอกจากนั้น การกำหนดประเภทสินค้า 3 ประเภทยังเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ได้รับ ความเดือดร้อนจากราคาผลผลิตตกต่ำ การพัฒนาทุนมนุษย์ และการส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนโดยตรง จึงคุ้มค่า ที่จะดำเนินการ ดังเห็นได้จากแนวทางการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับการซื้อสินค้าแต่ละประเภทซึ่งกำหนดไว้ดังนี้

2.1 สินค้าประเภทยางล้อรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และรถจักรยานได้กำหนดว่า วัตถุดิบต้องมาจากยางที่การยางแห่งประเทศไทยรวบรวมหรือรับซื้อจากเกษตรกรชาวสวนยาง จึงจะช่วยให้เกษตรกรชาวสวนยางมีรายได้เพิ่มขึ้น

2.2 สินค้าประเภทหนังสือและ e-Book เป็นไปตามยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561-2580) ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างทรัพยากรมนุษย์และเป็นไปตามที่กรมสรรพากรได้เคยหารือกับกระทรวงวัฒนธรรม โดยจะช่วยยกระดับคุณภาพทุนมนุษย์ของประเทศผ่านการอ่าน

2.3 สินค้า OTOP ได้กำหนดให้ซื้อจากผู้ที่ลงทะเบียนกับกรมการพัฒนาชุมชน แต่จะเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มหรือไม่ก็ได้ จึงมิได้จำกัดอยู่แค่ห้างสรรพสินค้า แต่จะช่วยกระจายรายได้ไปยังชุมชนต่าง ๆ อย่างทั่วถึง

หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่สำนักงานสรรพากรทุกแห่งทั่วประเทศ หรือศูนย์สารนิเทศสรรพากร โทร. 1161 และหากพบเห็นการกระทำใดๆ ที่เป็นการหลีกเลี่ยงภาษี ขอให้แจ้งเบาะแสหรือข้อมูลต่างๆ ที่ www.rd.go.th > เมนู “การแจ้งแหล่งภาษี” เพื่อที่กรมสรรพากรจะได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป

หนุ่มดวงเฮงเปิดใจ สาดแป้ง เลขผุด ถูก 18 งวด!

หนุ่มดวงเฮงเปิดใจ สาดแป้ง เลขผุด ถูก 18 งวด! ตะเคียนยักษ์ 7 ต้นให้โชค

จากกรณีความศรัทธา ความเชื่อที่เกิดขึ้นกับ “ต้นตะเคียนยักษ์” จำนวน 7 ต้น ขนาด 13.20 เมตร จากนั้นชาวบ้านทำพิธีอัญเชิญต้นตะเคียนไปอยู่ที่วัด ให้โชคให้ลาภ มีคนถูกล็อตเตอรี่ถึง 47 งวด

วันนี้ (30 พ.ย.) รายการโหนกระแสได้สัมภาษณ์ “พระอธิการวัชรา เตชวโร” รักษาการเจ้าอาวาสวัดท่าโป่ง “บุญมี แฝงจันทึก” ชาวบ้านที่รู้ประวัติตะเคียนทั้ง 7 ต้น และ “นายธนันพงษ์ พิทักษ์วิสานกุล” หรือ “เอก” ชาวบ้านที่ถูกหวยติดกัน 18 งวด

ตะเคียน 7 ต้นเป็นพี่น้องกันจริงๆ เหรอ?

บุญมี : “ก่อนนำขึ้นมา มีเรือแมคโคของกรมเจ้าท่า มาขุดลอก 2 ฝั่งลำตะคอง จอดห่างจากตอไม้ที่ชาวบ้านเดินผ่านไปผ่านมาตลอด เขาก็เห็นว่าเป็นตอไม้แต่ไม่รู้ว่าเป็นอะไร ขณะเดียวกันกลางคืนเมียเขาก็ฝันว่ามีผู้หญิงนุ่งขาวห่มขาวร้องไห้บนตอไม้นี้ อยากมาอยู่วัด เมียเขามาเล่าให้คณะกรรมการวัดท่าโป่งฟัง ตั้งแต่ปี 59 ประมาณต้นเดือนพ.ย. คณะกรรมการวัดได้ไปดูและสำรวจ ปรากฏว่าเป็นต้นตะเคียนทอง เนื้อในเป็นสีทอง”

ไปเจอได้ยังไง?

บุญมี : “โผล่ขึ้นมาจากเหนือน้ำนิดนึง ต้นแรก ไปอยู่ในคลองน้ำที่เขื่อนลำตะคอง น้ำหนัก 19 ตัน 200 กิโล ยาว 12 เมตร 40 รอบลำต้น 6 คนโอบ ความยาวของโคน คือราก 5 เมตร สมบูรณ์มาก”

เอาขึ้นมายังไง?

บุญมี : “หลังจากที่เราได้เอาขึ้นมาแล้ววันที่ 28 วันที่ 30 เรามีพิธีลำเลียงต้นตะเคียนขึ้นมาอยู่วัด วันที่ 30 พ.ย. ปี 59 เอาขึ้นมาเพื่อให้ลูกหลานได้ศึกษาว่าต้นไม้ที่มีสายพันธุ์ใหญ่ๆ ในประเทศไทยมีต้นอะไรบ้าง ต้องทำพิธีขอขมา ขึ้นยาก เวลา 06.30 น. เราใช้แมคโคพร้อมลวดสลิง 6 เส้น ปรากฏว่าลวดสลิง 6 เส้นนั้นขาดหมดเลย แล้วไปทำพิธีขอขมาเวลาบ่ายโมงตรง หลังจากนั้นก็เอารถแมคโค 2 ลำ ไม่มีอุปสรรคใดๆ ทั้งสิ้น”

ประเด็นต่อมา มีถึง 7 ต้น อีก 6 ต้น เจอยังไง?

บุญมี : “หลังจากที่เอาขึ้นมาแล้ว ก็มีคนเข้ามาดูเพราะไม่เคยเห็น หลังจากนั้นก็มีคนเข้ามาบอกว่ากรรมการวัดครับ มีคนเข้าฝัน ชื่อวิเชียร เขาฝันว่าในคลองน้ำยังมีพี่น้องอีก 6 ต้นด้วยกัน”

ตะเคียนต้นแรกไปเข้าฝันเขา?

บุญมี : “ครับ อยากขึ้นมาอยู่กับพี่กับน้องที่วัดครับ เหลือเชื่อจริง ๆ หลังจากนั้นเราไปสำรวจก็เจอจริงๆ 6 ต้น นอนอยู่ในน้ำ ขณะที่น้ำลด เราไปเจอ ตอโผล่ขึ้นมา ห่างจากที่ชาวบ้านบอก 1 เดือน เราก็ไปสำรวจ บางต้นโผล่ขึ้นมา บางต้นเป็นขอน ดินทับอยู่ ห่างกัน 150 200 500 เมตร”

6 ต้นเอาขึ้นมายังไง?

บุญมี : “โดยการบอกกล่าวกับชาวบ้าน ว่าใครอยากร่วมบริจาคเรื่องค่าน้ำมันรถแมคโค ชาวบ้านก็หลั่งไหลมาบริจาค เราก็ใช้แมคโคขุดขึ้นมาพร้อมกันเลย ใช้เวลาอยู่ 6 เดือน ต้นสุดท้ายคือ 7 เดือน 7 ก็เป็นความเชื่อว่าถ้าเรื่องโชค ให้ถูกล็อตเตอรี่สองตัวสามตัว เราเลยเอาขึ้นมาวันที่ 7 เดือน 7 ตามข้อตกลงที่เราอธิษฐาน เป็นการบอกกล่าวว่าถ้าเรามีบุญบารมี”

ท้าก่อนขอให้ถูกหน่อยลอตเตอรี่ ถ้าถูกจะเอาต้นที่ 7 ขึ้น?

บุญมี : “ใช่ครับ เป็นการอธิษฐาน และก็เป็นจริง ก็เป็นตามที่เราอธิษฐาน งวดนั้นสองตัว 83 พอออกปุ๊บเราก็ปรึกษากันว่าใครได้โชคตามที่เราอธิษฐานก็ให้มาช่วยกันออกค่าใช้จ่าย ปรากฏว่าทุกคนหลั่งไหลกันเข้ามาออกค่าใช้จ่าย เอาต้นที่ 7 ขึ้นมาวันที่ 7 เดือน 7 ปี 2561 ก็เอาไปไว้ที่วัดท่าโป่ง”

พระอาจารย์ทำไมต้องเอาต้นตะเคียนทั้ง 7 ไว้ที่วัด?

พระอธิการวัชรา เตชวโร : “มันก็เกี่ยวข้องทางพระพุทธศาสนา ต้นตะเคียนเรียกได้ว่าสมัยโบราณ นิยมเอาไปทำโบสถ์วิหาร และเอาไปไว้ที่วัด แต่อันนี้เอาไว้ศึกษา เป็นความเชื่อส่วนบุคคล คนสมัยใหม่จะได้เรียนรู้”

ต้นตะเคียนมีชื่อ?

บุญมี : “ต้นพี่แม่ทิพย์ลาวัลย์ เป็นต้นที่ใหญ่ที่สุด ยาวที่สุด ต้นที่สองแม่ทิพย์เกสร ต้นที่สามแม่จันทร์สุดา ต้นที่สี่แม่จันทร์เทวา ต้นที่ห้าแม่ศรีวิกา ต้นที่หกแม่จันทร์มาลา และต้นที่ 7 แม่สไบทอง”

เห็นบอกเฮี้ยนมาก?

บุญมี : “ครับ ใครขอหรืออธิษฐานไม่ว่าเรื่องอะไรก็เป็นผลสำเร็จ หลังเอาขึ้นมา เราก็แกะสลักเป็นรูปผู้หญิง ว่าจ้างช่างแกะสลักมาแกะ ที่เอาขึ้นมาคือ 3 เมตร แต่ด้วยความเหมาะสม 2 เมตร 20 เอามาแกะสลัก ตั้งให้คนกราบไหว้ เป็นส่วนหนึ่งเป็นความเชื่อของชาวบ้าน”

คิดไหมว่าอาจทำให้ประชาชนเองรู้สึกเหมือนทำให้เขางมงาย?

บุญมี : “มันเป็นความเชื่อของแต่ละบุคคล”

คุณเอกเชื่อ?

เอก : “ตอนแรกไม่ได้เชื่อ แรกๆ ผมไม่ได้เป็นคนโคราช เป็นคนอยุธยา แต่ว่าช่วงปีใหม่ไปส่งน้องเขยที่โคราช วันนั้นมีน้องคนนึงบอกว่าวันนี้จะมีการรำแม่ตะเคียนให้หวย ผมก็คิดว่าจะใช่เหรอ ดูเลอะเทอะ ไร้สาระ คิดว่างมงายแน่ๆ ผมก็บอกว่าผมไม่ได้ดูถูกแม่นะถ้ามันจะได้ ขอให้ผมแล้วกัน ผมเอาแป้งสาดทีเดียว ก็ขึ้นมา 3 ตัว”

ที่สาดไปเห็นเลขจริงๆ?

เอก : “เห็น แต่ผมถ่ายรูปไว้ด้วย เป็นเลข 234 คิดว่าไม่น่าจะใช่มั้ง แต่มันเห็นชัดเจนมาก ครั้งนั้นถูกเลย ได้หลักแสน เราก็คิดว่าใช่หรือเปล่า วันนั้นผมถูกผมก็ยังงงๆ อยู่เราไม่ได้คิดอะไรมากมาย ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ผมก็คิดว่าแม่ต้องให้ผมทำอะไรสักอย่าง

วันนั้นไปขอแม่ทิพย์ลาวัลย์ ผมก็บอกว่าถ้าอยากขึ้นมา ขอให้ได้บ่อยๆ แล้วกัน งวดไหนก็ช่างขอให้ได้ ตั้งแต่ปีใหม่ ก็ได้มาเกือบทุกงวด ถูก 18 งวด ได้เยอะบ้าง น้อยบ้างคละๆ กันไป บางครั้งพี่บุญมีเขาไลฟ์สด บางทีเราก็เห็น เป็นการรำถวายแม่”

ที่ไลฟ์สด ให้คนได้ดูภาพสดๆ เป็นการทำให้คนงมงายไหม?

บุญมี : “เป็นความเชื่อของแต่ละบุคคล”

ทำไมวัดปล่อยให้ทำแบบนี้ได้?

พระอธิการวัชรา เตชวโร : “มันไม่ได้เป็นการเข้าทรงโยม เป็นการรำถวายเฉยๆ ประเพณีตั้งแต่สมัยก่อนเขาก็ทำกันมา เป็นวิถีชาวบ้าน”

บุญมี : “เป็นการรำพิธีบวงสรวงบ้าง โบร่ำโบราณ มุมมองของผม ผมว่าบางครั้งเขามาดู เขามองเห็นเป็นตัวนี้ ก็เป็นความเชื่อของเขา”

อีกมุมก็จะบอกว่าโอ้โห งมงาย มองว่าเลอะเทอะ เป็นไปไม่ได้ จะตอบสังคมยังไง?

เอก : “ถ้าจะตอบสังคม ปกติผมไม่ได้งมงายอยู่แล้ว ถ้าอะไรที่ไม่เจอกับตัวเองจะไม่เชื่อเป็นอันขาด จะขอพรต่างๆ จากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ทุกคนก็ต้องไหว้พระ หรือไหว้เทพยดาอารักษ์ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ความศรัทธามาพร้อมความเชื่อ

ผมก็มานั่งคิดว่าแล้วแต่วิจารณญาณของแต่ละคน แต่ผมได้มาแบบนี้ ผมก็จะเชื่อแบบนี้ แต่ถามว่าผมเชื่อแบบงมงายมั้ยผมไม่ได้งมงาย คนเราบุญกรรมไม่เท่ากัน ผมได้มา ผมก็ต่อบุญทันทีเลย”

มีร่างผู้หญิงมาเดินอยู่ไหม?

บุญมี : “ตอนที่เราอันเชิญแม่ตะเคียนต้นแรกขึ้นมา มีเด็กผู้หญิงมองไปเห็นตรงตอของแม่ทิพย์ลาวัลย์ วิ่งไปบอกลุงว่าเป็นผู้หญิงใส่ชุดไทย ก็เอามาเล่าลุง ผมเชื่อว่าเด็กไม่โกหก”

ชาวบ้านเชื่อกันเยอะไหม?

บุญมี : “ไปกราบไหว้ตลอด ขอโชคขอลาภ หน้าที่การงาน ไปบนอะไรต่างๆ บางคนก็ประสบความสำเร็จ เอาลิเกมาแก้บน”