อนาคตใหม่ของ “โรงงานปลูกผัก” ในญี่ปุ่น ผลพวงจากภัยธรรมชาติที่เกิดต่อเนื่อง

โรงงานปลูกผัก (Plant Factory) เฟื่องฟูในญี่ปุ่นตั้งเมื่อหลายปีก่อน ซึ่งจำนวนไม่น้อยล้มเหลวในการทำกำไรจากธุรกิจ แต่ตอนนี้อนาคตของพวกเขากลับมาสดใสอีกครั้ง เมื่อมีความต้องการที่สูงมาจากบรรดาคอนวีเนียนสโตร์ทั่วประเทศ

โรงงานปลูกผักในญี่ปุ่นนั้นถูกพัฒนาขึ้นมาตั้งแต่ช่วงต้นยุค 70 แล้ว แต่ตอนนั้นมันยังห่างไกลจากการเป็นอุตสาหกรรม จนกระทั่งในปี 2008 ญี่ปุ่นออกนโนบายส่งเสริมธุรกิจโรงงานประเภทนี้ และเกิดการบูมของโรงงานปลูกผักขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวลาต่อมาหลังจากเกิดสึนามิครั้งใหญ่ในปี 2011 ในภูมิภาคที่เป็นแหล่งทำฟาร์มเกษตรขนาดใหญ่ ซึ่งส่งผลให้เกิดการขาดแคลนอาหาร โรงงานปลูกผักจึงเริ่มมีการเติบโตในลักษณะอุตสาหกรรม

โรงงานปลูกผักที่ว่านี้ ว่ากันว่าคืออนาคตของการปลูกพืชการเกษตร มันคือการปลูกผักในพื้นที่ปิดอย่างโรงงาน โดยมีการควบคุมสิ่งแวดล้อมทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็น แสง น้ำ ความชื้นอุณหภูมิ ไม่ใช้ดิน ไร้แมลง ไม่มีอากาศจากภายนอกเล็ดลอดเข้ามา แม้แต่ระดับคาร์บอนไดออกไซด์ และเหล่าคนงานก็จะแต่งตัวเหมือนนักวิทยาศาตร์ในห้องแล็บ มีทั้งถุงมือและหน้ากากพิเศษเพราะต้องควบคุมความสะอาดปลอดเชื้ออย่างยิ่ง

การที่โรงงานปลูกผักมีแสงส่องสว่างจากหลอด LED ตลอด 24 ชั่วโมงโดยมีการควบคุมระดับได้ตามความเหมาะสมนั้น ทำให้ผักเติบอย่างรวดเร็ว อย่างผักสลัดหรือผักกาดหอมตั้งแต่เริ่มปลูกจนถึงเก็บใช้เวลาประมาณ 35 วัน แต่ถ้าปลูกข้างนอกจะใช้เวลาประมาณ 70-90 วัน เร็วกว่าประมาณ 2.5 เท่า

บรรดาผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าชั้นนำของญี่ปุ่นนั้น ต่างหันมาลงทุนกับธุรกิจโรงงานปลูกผัก ไม่ว่าจะเป็น Panasonic, Fujitsu, Sharp หรือ Toshiba อย่างพานาโซนิคและฟูจิตสึนั้น เนื่องจากปัจจุบันความต้องการในตลาดผลิตชิปลดน้อยถอยลง พวกเขาจึงมีการใช้บางส่วนของโรงงานมาทำเป็นโรงงานปลูกผักเสียเลย

แต่ปัญหาคือ พบว่า 60 % ของโรงงานปลูกผักที่เฟื่องฟูในญี่ปุ่นช่วงหลังสึนามิปี 2011 กลับล้มเหลวที่จะทำกำไรจากธุรกิจ ซึ่งเห็นได้ชัดว่ามีต้นทุนที่สูงมาก ไม่ว่าจะจากค่าไฟฟ้าหรือแรงงาน

อย่างไรก็ตาม ด้วยสภาพแวดล้อมทางธุรกิจในปัจจุบันที่เปลี่ยนไป ก็ทำให้อนาคตของโรงงานปลูกผักในญี่ปุ่นกลับมาสดใสอีกครั้ง ซึ่งอาจจะจำแนกปัจจัยหลักๆ ได้ 2 ประการ

ประการแรกเลยคือ ภัยธรรมชาติและสภาพอากาศที่ผิดปกติในญี่ปุ่นนั้น ปัจจุบันเกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี ส่งผลให้เกิดการขาดแคลนพืชผักอย่างต่อเนื่อง มิหน้ำซ้ำ เกษตรกรซึ่งเข้าสู่วัยผู้สูงอายุต่างวางมือ ยิ่งทำให้ระบบห่วงโซ่การผลิตอ่อนแอลง

เมื่อสภาพอากาศที่เลวร้ายส่งผลให้ต้นทุนผักแพงขึ้น มันคงไม่ง่ายที่บรรดาร้านสะดวกซื้อ ร้านขายของชำ ผู้ค้าปลีกต่างๆ หรือร้านอาหาร จะแก้ปัญหาโดยการขึ้นราคาสินค้าของตน ขณะเดียวกันผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพในยุคนี้ก็เพิ่มความต้องการในการบริโภคอาหารอย่างเช่นสลัดมากขึ้น และผู้ค้าก็ย่อมที่จะต้องการความแน่นอนในการจัดหาพืชผักมาให้ได้ตามความต้องการของลูกค้า โดยที่ไม่ถูกกระทบจากสภาพอากาศหรือภัยธรรมชาติ

ประการต่อมา เมื่อมีความต้องการผักที่แน่นอนและเพิ่มสูงขึ้น ก็ง่ายต่อบรรดาโรงงานปลูกผักที่จะขยายโรงงานเพิ่มกำลังการผลิต เพื่อให้ทำกำไรได้มากขึ้น ก่อนหน้านี้ลูกค้าของโรงงานปลูกผักซึ่งแน่นอนว่ามีราคาแพงตามต้นทุน มีเพียงลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูง ทำให้กำลังการผลิตอาจจะจำกัดอยู่ที่หลายร้อยกิโลกรัมต่อวัน

แต่ตอนนี้เมื่อจับมือกับคอนวีเนียนสโตร์อย่างเซ่เว่นอีเลฟเว่นหรือแฟมิลี่มาร์ท ซึ่งมีความต้องการผักสลัดที่สูงและต่อเนื่องแน่นอน ก็ทำให้โรงงานปลูกผักลดความเสี่ยงในการลงทุนเพื่อการเติบโต และอาจผลิตมากถึง 2-3 ตันต่อวัน

ปัจจุบันเทคโนโลยีโรงงานปลูกผักของญี่ปุ่นนั้นแพร่ขยายไปยังประเทศที่มีอากาศหนาวจัดหรือเป็นทะเลทราย ยากแก่การเพาะปลูก เช่นเดียวกับบางประเทศที่ต้องการผลิตพืชผลให้เพียงพอต่อการเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากร อย่างเช่นกรุงมอสโคว์ของรัสเซียที่มีโรงงานปลูกสตรอเบอรี่และมะเขือเทศ

ขณะที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้น การเพิ่มขึ้นของชนชั้นกลางก็เป็นโอกาสในการเติบโตของตลาด ซึ่งพานาโซนิคเองมีโรงงานปลูกผักอยู่ในสิงคโปร์เพื่อป้อนร้านอาหารญี่ปุ่น


ที่มา:
https://asia.nikkei.com/Business/Business-Trends/Vegetable-factories-sprout-back-to-life-in-Japan?fbclid=IwAR0SaTDUbEz36Yzo_lcmX6_TCmbc8-
z0G_KivtSIqM5vjYCz5BVP-HTyex0
https://www.aljazeera.com/programmes/earthrise/2015/05/japan-future-farms-150525091323874.html
https://www.jstage.jst.go.jp/article/ecb/53/2/53_47/_pdf/-char/en

นายอำเภอขอแจง ดรามาชาวบ้านกราบเท้า คัดค้านตั้งเสาไฟฟ้าแรงสูง

นายอำเภอแจงเดินเร็ว ไม่ทันสังเกตชาวบ้านก้มกราบเท้า ยันไม่เคยนิ่งนอนใจในปัญหา เล็งประสานทางจังหวัดเพื่อเข้าช่วยเหลือเยียวยา

จากกรณีที่เกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ หลังปรากฏภาพของชาวบ้านรายหนึ่งก้มกราบเท้านายอำเภอหญิงที่ลงพื้นที่ตรวจการติดตั้งเสาไฟฟ้าแรงสูง เพื่อขอคำชี้แจงถึงโครงการดังกล่าวเนื่องจากส่งผลกระทบสร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านในพื้นที่ แต่นายอำเภอกลับเมินเฉยไม่สนใจชาวบ้านคนดังกล่าวนั้น

วันนี้ (30 พ.ย. 2561) น.ส.สุกัญญา กุลสุวรรณ์ นายอำเภอหนองบัวระเหว ได้เปิดเผยถึงเรื่องที่เกิดขึ้นว่า ไม่ได้ตั้งใจจะเดินหนี แต่เป็นจังหวะที่ตนเดินเลยไปแล้วไม่ทันสังเกตว่ามีประชาชนมาก้มกราบ ประกอบกับตนเป็นคนเดินเร็วอยู่แล้ว พอหันมาก็ไม่ทันแล้ว

ทั้งนี้ในเรื่องราวดังกล่าวทางอำเภอและจังหวัดได้รายงานเรื่องแนวทางการช่วยแก้ปัญหาชาวบ้านไปให้ทราบแล้ว ทางผู้ว่าราชการ จ.ชัยภูมิ เอง ก็ได้แจ้งไปที่การไฟฟ้าส่วนกลางที่รับผิดชอบโดยตรง อยากให้รีบลงมาพูดคุยกับชาวบ้านถึงเรื่องการช่วยเหลือแล้ว แต่ทางการไฟฟ้าก็ยังไม่จัดส่งเจ้าหน้าที่มาพูดคุย

ซึ่งทางจังหวัดจะได้เร่งประสานไปอีกครั้งว่าจะเอาอย่างไร และหากยังไม่มีความชัดเจนเรื่องเยียวยาชาวบ้านก็ควรจะสั่งบริษัทผู้รับเหมาให้หยุดไว้ก่อนได้ ยืนยันว่าทางอำเภอไม่เคยนิ่งนอนใจ อยากให้ชาวบ้านเข้าใจการทำงานของทุกฝ่ายในครั้งนี้ด้วย

ชาวบ้านก้มกราบนายอำเภอ ขอคำชี้แจงตั้งเสาไฟฟ้าแรงสูงผ่านหมู่บ้าน

ภาพว่อนเน็ต นาทีชาวบ้านก้มกราบนายอำเภอ หลังไม่เห็นด้วยเร่งติดตั้งเสาไฟฟ้าแรงสูงผ่านหมู่บ้าน

เมื่อวันที่ 29 พ.ย. 2561 ที่ผ่านมา เพจ Youlike (คลิปดัง) ได้มีการเผยแพร่ภาพนาทีชาวบ้านรายหนึ่งเดินเข้าไปกราบเท้านายอำเภอ เพื่อขอคำชี้แจงการเดินเสาไฟฟ้าแรงสูงผ่านบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ บ้านหนองโจด หมู่ 3 ต.หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ  ส่งผลทำให้ชาวบ้านจำนวนมากได้รับความเดือดร้อน

โดยภาพเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 28 พ.ย. 2561 ที่ผ่านมา ซึ่งระหว่างที่นายอำเภอลงพื้นที่ตรวจงานการขุดวางติดตั้งเสาสายไฟฟ้าแรงสูงที่บ้านหนองโจด ได้มีชาวบ้านรายหนึ่งเดินตรงเข้าไปกราบเท้านายอำเภอทันที เพื่อขอคำชี้แจงในโครงการดังกล่าว แต่นายอำเภอกลับไม่สนใจและเดินหนีไปคุยกับตัวแทนบริษัทที่เข้ามาดำเนินการติดตั้งเสาไฟฟ้า และเดินทางกลับในเวลาต่อมาโดยไม่สนใจที่จะให้คำตอบและชี้แจงต่อชาวบ้านแต่อย่างใด

ทั้งนี้เมื่อภาพดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปก็ทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็น โดยส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับการกระทำของนายอำเภอในครั้งนี้ พร้อมเรียกร้องให้ออกมาชี้แจงถึงโครงการดังกล่าวด้วย ขณะที่ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบทั้งหมดเตรียมที่จะเดินทางขอเข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในวันที่ 3 ธันวาคมนี้ ซึ่งนายกรัฐมนตรีจะลงพื้นที่ตรวจราชการที่ จ.ชัยภูมิ พอดี

สำหรับการติดตั้งเสาไฟฟ้าแรงสูงครั้งนี้ เป็นโครงการส่งผ่านกระแสไฟฟ้าจากโครงการกังหันลมผลิตฟ้าในพื้นที่ อ.ซับใหญ่ และ อ.เทพสถิต มาพักยังสถานีย่อยในพื้นที่ ต.โคกสะอาด อ.หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ เป็นระยะทางกว่า 22.6 กิโลเมตร โดยไม่เคยมีการมารับฟังความคิดเห็น ประชาพิจารณ์จากชาวบ้าน ที่จะต้องถูกวางปักเสาไฟฟ้าแรงสูงผ่านบ้านตัวเองโดยไม่รู้มาก่อน