เทอร์มินอล 21 แจงเหตุ รปภ.รุมทำร้ายโชเฟอร์แท็กซี่หน้าห้าง

ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 อโศก แจงเหตุ รปภ. รุมทำร้ายโชเฟอร์แท็กซี่หน้าห้าง ส่งดำเนินการพิจารณาบทลงโทษตามนโยบายของบริษัทแล้ว

จากกรณีคลิปวิดีโอเผยแพร่เหตุการณ์ทะเลาะวิวาท บริเวณด้านหน้าศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 (Terminal 21) ขอเรียนชี้แจงเหตุการณ์ดังกล่าวตามรายละเอียด ดังนี้

สืบเนื่องจากกรณี มีคลิปวิดีโอเผยแพร่เหตุการณ์ทะเลาะวิวาทระหว่างพนักงานรักษาความปลอดภัย (รปภ.) กับคนขับรถแท็กซี่บริเวณด้านหน้าศูนย์การค้าเทอร์มินอล21 อโศก ทางศูนย์ฯ ขอเรียนชี้แจงเหตุการณ์ดังกล่าวที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงเย็นวันที่ 28 พฤศจิกายน 2561 ดังต่อไปนี้

เวลาประมาณ 16.00 น. รถแท็กซี่ เลขทะเบียน ทห-468 เข้ามาบริเวณ ศูนย์ฯ และปฏิเสธการรับผู้โดยสาร พนักงานรักษาความปลอดภัย (รปภ.) จึงได้แจ้งให้ คนขับรถแท็กซี่คันดังกล่าวออกจากจุดรับ-ส่งผู้โดยสารของศูนย์ฯ บริเวณ Gate 2 เพื่อให้รถแท็กซี่คันอื่นได้เข้ามารอรับผู้โดยสารแทน

ตามนโยบายของศูนย์การค้าเทอร์มินอล21 อโศก ที่ไม่สนับสนุนแท็กซี่ที่ปฏิเสธผู้โดยสารหรือไม่กดมิเตอร์ ซึ่งพนักงานรักษาความปลอดภัย (รปภ.) ได้ปฏิบัติตามนโยบายดังกล่าวอย่างเคร่งครัด

โดยรถแท็กซี่ เลขทะเบียน ทห-468 ได้ขับรถออกจากจุดรับ-ส่งผู้โดยสาร แต่ระหว่างนั้นเกิดมีปากเสียงกับพนักงานรักษาความปลอดภัย (รปภ.) จากนั้นคนขับรถแท็กซี่ได้ลงจากรถและตรงเข้าทำร้ายพนักงานรักษาความปลอดภัย (รปภ.)

โดยพนักงานรักษาความปลอดภัย (รปภ.)  บริเวณใกล้เคียงได้พยายามไกล่เกลี่ยแต่ไม่สำเร็จ จนถึงขั้นทะเลาะวิวาทชุลมุนดังภาพที่ปรากฏในคลิปวิดีโอดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม ศูนย์การค้าเทอร์มินอล21 อโศก ไม่สนับสนุนให้ใช้ความรุนแรง  และได้ประสานงานกับหน่วยงานต้นสังกัดของพนักงานรักษาความปลอดภัย (รปภ.) เพื่อให้ดำเนินการตามระเบียบและพิจารณาบทลงโทษตามนโยบายของบริษัท

ทางศูนย์ฯ ขอแสดงความเสียใจ กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้  และพร้อมจะเรียนรู้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อนำไปปรับปรุง แก้ไขการให้บริการให้ดียิ่งขึ้น ป้องกันมิให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นอีก

เจ้าชายซาอุฯ เผชิญแรงกดดันคดี “คาช็อกกี”

มกุฎราชกุมารซาอุดิอาระเบียเสด็จฯ ถึงกรุงบัวโนสไอเรส ของอาร์เจนติน่า เพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอด G20 ท่ามกลางการถกเถียงถึงคดีสังหารนักข่าวซาอุฯ ที่อื้อฉาว

มกุฎราชกุมารโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน แห่งซาอุดิอาระเบีย เสด็จพระราชดำเนินถึงกรุงบัวโนสไอเรส ของอาร์เจนติน่า เพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอด จี 20 แล้ว ท่ามกลางการถกเถียงถึงคดีสังหารนักข่าวซาอุดิอาระเบียที่อื้อฉาว

เมื่อวันจันทร์ องค์กร ฮิวแมนไรท์ วอตช์ ได้ถามอาร์เจนติน่า ประเทศเจ้าภาพการประชุม ถึงการใช้กรณี “อาชญากรรมสงคราม” เพื่อเริ่มต้นสืบสวนความเกี่ยวข้องของมกุฎราชกุมารซาอุฯ ที่มีต่อการทำอาชญากรรมทางมนุษยธรรมในเยเมน และคดีสังหารนายจามาล คาช็อกกี ภายในสถานกงสุลซาอุดิอาระเบียที่นครอิสตันบูล

นายคาช็อกกี เป็นอดีตนักข่าววอชิงตัน โพสต์ ที่เขียนวิจารณ์มกุฎราชกุมารซาอุดิอาระเบีย มาก่อน โดยเขาถูกสังหารเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม ซึ่งภายหลังทางการซาอุดิอาระเบีย ออกมายอมรับว่า การสังหารนายคาช็อกกีมีการวางแผนไว้ล่วงหน้า

ขณะที่สื่อตะวันตกและสื่อตุรกี รายงานว่า มกุฎราชกุมารซาอุดิอาระเบียคือผู้สั่งการในคดีนี้

ก่อนหน้าเสด็จถึงอาร์เจนติน่า มกุฎราชกุมารซาอุดิอาระเบีย เสด็จเยือนตูนิเซีย ซึ่งมีกลุ่มผู้ประท้วงหลายร้อยคนออกมาขับไล่และประกาศว่า พระองค์คือ ฆาตกรที่สังหารนายคาช็อกกี

‘ประยุทธ์’ ยัน นายกฯ เยอรมนี ไทยมีเลือกตั้ง ปี 2562

นายกรัฐมนตรีพร้อมคณะ เดินทางกลับถึงประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อย หลังเสร็จสิ้นภารกิจเดินทางเยือนสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี พร้อมยืนยันชัดเจน ในการหารือกับนายกรัฐมนตรีเยอรมนี ว่าประเทศไทย จะมีการเลือกตั้งในต้นปี 2562

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เดินทางกลับจากการเยือนสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี อย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 27-29 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา โดยทันทีที่เดินทางมาถึงนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวทักทายสื่อมวลชนด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส แต่ปฏิเสธที่จะตอบคำถาม กรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. แบ่งเขตเลือกตั้งและประกาศราชกิจจานุเบกษา เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ขณะที่ นายดอน ปรมัตย์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงผลการเยือนสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี อย่างเป็นทางการว่า ได้มีการพูดคุยกับนางอังเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี ในทุกมิติ ทั้งเรื่องการเมืองภายในของแต่ละฝ่ายเศรษฐกิจ และการบริหารราชการแผ่นดิน รวมถึงส่วนภูมิภาค พร้อมยืนยันว่า การเดินทางในครั้งนี้ ไม่พบกลุ่มการประท้วงแต่อย่างใด เพราะกิจกรรมส่วนใหญ่ อยู่ภายในโรงแรมและสถานที่ปิด ที่สำคัญ นายกรัฐมนตรียังได้ชี้แจงโรดแมปเลือกตั้งของไทย ที่จะเกิดขึ้นในต้นปี 2562 ซึ่งทางเยอรมนี ไม่ได้มีข้อห่วงใยใดๆเกี่ยวกับการเลือกตั้งของไทย