ย้อนรอยคดีเงินทอนวัด จับสึกพระชั้นผู้ใหญ่

คดีใหญ่ที่สะเทือนวงการพระพุทธศาสนาเมืองไทยช่วงปีที่ผ่านมา คงหนีไม่พ้นกรณีคดีทุจริตเงินทอนวัด ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบ นำกำลังเข้าตรวจค้นผู้ที่เกี่ยวข้อง ทั้งอดีตผู้อำนวยการสำนักพุทธฯ เชื่อมโยงพระเถระชั้นผู้ใหญ่หลายรูป กลายเป็นข่าวที่กระทบต่อความรู้สึกและความศรัทธาของพุทธศาสนิกชน

ถือว่าสั่นสะเทือนวงการสงฆ์ครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของประเทศไทย กรณีคดีทุจริตเงินทอนวัด ซึ่งเหตุการณ์เริ่มต้นเมื่อกลางปี 2560 จากการเข้าร้องเรียนของเจ้าอาวาสวัดห้วยตะแกละ จังหวัดเพชรบุรี แจ้งความกับกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ หรือ ปปป. เปิดโปงข้าราชการ ที่มีการโอนเงินให้กับวัดเพื่อสร้างอุโบสถ จำนวน 10 ล้านบาท แต่ต้องโอนกลับคืนให้กับข้าราชการ จำนวน 9 ล้านบาท ส่อพฤติกรรมมีพิรุธ

ทางสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ หรือ พศ. จึงเดินหน้าตรวจสอบทุจริตเงินทอนวัด ร่วมกับ ปปป. แบ่งการทำงานเป็นระลอก โดยระลอกแรกลงพื้นที่ตรวจค้น 10 จุดเป็นบ้านพักข้าราชการระดับสูงของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งช่าติทั้งในพื้นที่กรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด พบเอกสารการทุจริตงบบูรณะและปฏิสังขรวัดของตั้งแต่ปี 2555 – 2559 เป็นการเบิกจ่ายไป 33 วัด พบมีการทุจริต 12 วัด มีข้าราชการระดับสูงของสำนักงานพระพุทธศาสนา และ พลเรือน เกี่ยวข้อง 10คน มูลค่าความเสียหายกว่า 60 ล้านบาท

ส่วนล็อต 2 เป็นการตรวจสอบ 3 เรื่อง ประกอบด้วยการตรวจสอบงบปฏิสังขรและพัฒนาวัด งบอุดหนุนเพื่อเผยแผ่ศาสนา และงบการศึกษาพระปริยัติธรรม พบทุจริตเงินทอนวัด 23 วัด โดยการตรวจสอบในครั้งที่ 2 นี้ พบการทุจริต 141 ล้านบาท พบผู้เกี่ยวข้อง 19 คน เป็นข้าราชการ 3 คน พลเรือน 2 คน และพบพระสงฆ์เกี่ยวข้องจำนวน 4 รูป

เมื่อพบพระสงฆ์เกี่ยวข้องกับการทุจริตเงินทอนวัด เจ้าหน้าที่จึงเดินหน้าตรวจสอบในระลอก 3 ซึ่งในครั้งนี้มีการตรวจสอบ 10 วัด เปิดเผยชื่อเป็น 3 วัดใหญ่ในกรุงเทพมหานคร ประกอบด้วย วัดสามพระยา วัดสัมพันธวงศาราม และวัดสระเกศ จนนำไปสู่การออกหมายจับพระชั้นผู้ใหญ่ 5 รูป ประกอบด้วย พระพรหมดิลก เจ้าอาวาสวัดสามพระยา กรรมการมหาเถรสมาคม และเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร พระพรหมเมธี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม กรรมการ มส. และเจ้าคณะภาคที่ 4 -7 พระพรหมสิทธิ เจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร กรรมการ มส. เจ้าคณะภาค 10 และ พระเมธีสุทธิกร และพระวิจิตรธรรมาภรณ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาส พระวิจิตรธรรมาภรณ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาส ซึ่งทั้งหมดเกี่ยวข้องกับการเขียนโครงการเบิกงบประมานแต่นำไปใช้ไม่ถูกวัตถุประสงค์

สุดท้ายเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมพระสงฆ์ตามหมายจับได้เพียง 4 รูป ซึ่งพระสงฆ์รูปที่ 5 คือ พระพรหมเมธี หลบหนีไปยังประเทศเยอรมัน เดือดร้อนถึงพล.ต.อ.จักรทิพย์ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ต้องบินไปจับกุมด้วยตนเอง แต่ต้องคว้าน้ำเหลว เมื่อพระพรหมเมธีได้ทำเรื่องขอลี้ภัยสู่ประเทศเยอรมัน

นอกจากพระสงฆ์ชั้นผู้ใหญ่ที่เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัวได้แล้ว ล่าสุดเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัว นายพนม ศรศิลป์ อดีต ผอ.พศ. พร้อมพวกอีก 5 คน ตามหมายจับที่มีการออกไปก่อนหน้านี้ ซึ่งการจับกุมเจ้าหน้าที่พศ.ในครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่มีการจับกุมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ การเดินหน้าตรวจสอบคดีทุจริตเงินทอนวัดเจ้าหน้าที่ยังคงเดินหน้าทำงานมาถึงล็อตที่ 4 โดยเป็นการเดินหน้าตรวจสอบวัดทั่วประเทศที่ได้รับงบประมาณจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติมากกว่า 1 ล้านบาท ในช่วงปี 2555-2560 ซึ่งจะมีการตรวจค้นวัดใดเป็นวัดต่อไป ยังคงต้องติดตามกัน

คุณปู่ ประดิษฐ์อุปกรณ์ใช้มือถือเล่นเกม โปเกมอน โก พร้อมกันได้ 15 เครื่อง

ชายชาวไต้หวัน ประดิษฐ์อุปกรณ์ที่ทำให้เขาสามารถเล่นเกมโปเกมอน โก ขณะขี่จักรยานจากโทรศัพท์มือถือได้พร้อมกันถึง 15 เครื่อง

นายเฉิน ซานหยวน ชายชาวไต้หวัน วัย 70 ปี ซึ่งเป็นแฟนตัวยงของเกมโปเกมอน โก กลายเป็นบุคคลชื่อดังในโลกอินเตอร์เน็ต หลังเขาเล่นเกมโปเกมอน โก จากโทรศัพท์มือถือพร้อมกันถึง 15 เครื่อง ที่ติดตั้งอยู่บนจักรยานของเขา

ทั้งนี้ เฉิน เล่าว่า เขาฝึกเล่นเกมดังกล่าวจากหลานชายและเล่นมาตั้งแต่ปี 2559 เขาสามารถเล่นเกมได้ตลอดทั้งคืน เนื่องจากเขาได้ประดิษฐ์ชุดชาร์จแบตเตอรี่แบบพกพาขึ้นเอง เขาเสียเงินเดือนละราว 9,900 บาท สำหรับซื้อสกุลเงินดิจิทัลในเกม ส่วนชุดอุปกรณ์สำหรับเล่นเกมนั้น มีราคามากกว่า 158,000 บาท

เช่นเดียวกับผู้สูงอายุส่วนใหญ่ในไต้หวัน ที่มีเวลาในการทำกิจกรรมต่างๆ มากมาย เขามักขี่จักรยานที่ติดตั้งอุปกรณ์สำหรับการติดโทรศัพท์มือถือ เพื่อค้นหาตัวโปเกมอนในเวลาที่เขาสะดวก เฉินบอกว่า ตอนนี้แรงจูงใจสำคัญที่ทำให้เขาเล่นเกมก็คือ การได้พบปะกับมิตรสหายที่ชื่นชอบโปเกมอน โก เหมือนๆ กัน

ทั้งนี้ เกมโปเกมอนโก ซึ่งพัฒนาร่วมกันระหว่างบริษัท นินเทนโด และ บริษัท นิแอนติก เมื่อเดือนกรกฎาคม 2559 ได้รับความนิยมอย่างสูงในบรรดาเกมที่ใช้เทคโนโลยีความจริงเสริม หรือ AR ซึ่งตัวการ์ตูนในโลกเสมือนจะถูกนำมาซ้อนเข้ากับโลกความจริง

เตรียมปิดถนนรอบราชประสงค์ งานเคาท์ดาวน์เซ็นทรัลเวิลด์ คืนนี้

วันนี้(31 ธ.ค.) พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รอง ผบช.น. กล่าวว่า ในวันนี้จะมีการจัดกิจกรรมเคาท์ดาวน์ที่บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ถนนราชดำริ คาดว่าจะมีประชาชนมาร่วมงานเป็นจำนวนมาก จึงจำเป็นจะต้องมีการปิดการจราจรในถนนที่เชื่อมต่อกับบริเวณหน้าห้าง โดยจะเริ่มปิดการจราจรตั้งเวลา 14.00 น. ของวันที่ 31 ธ.ค.61 ถึงเวลาประมาณ 01.00 น.ในวันที่ 1 ม.ค.62 ซึ่งจะปิดการจราจรในเส้นทาง ดังต่อไปนี้

– ปิดการจราจรบริเวณแยกราชประสงค์ทุกทิศทาง

– ปิดการจราจรถนนราชดำริ ตั้งแต่แยกราชดำริ-แยกราชประสงค์ และตั้งแต่แยกประตูน้ำมุ่งหน้าแยกราชประสงค์

– ปิดการจราจรในถนนเพลินจิตตั้งแต่แยกชิดลม-แยกราชประสงค์

– ปิดการจราจรในถนนพระราม 1 ตั้งแต่แยกเฉลิมเผ่า-แยกราชประสงค์ ห้ามรถทุกชนิดผ่าน

สำหรับเส้นทางเลี่ยงประชาชนสามารถใช้ถนนเพชรบุรี ถนนพระราม 4 หรือ ถนนพระราม 1 และเลี้ยวขวาที่แยกเฉลิมเผ่าเข้าถนนอังรีดูนังต์และออกถนนพระราม 4 ได้ตามปกติ

อย่างไรก็ตาม บช.น.ได้เตรียมกำลังเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกจราจรแก่ประชาชน พร้อมทั้งได้ทำป้ายประชาสัมพันธ์ เพื่อให้ประชาชนเลี่ยงเส้นทางในช่วงที่จะมีการจัดกิจกรรมเคาต์ดาวน์ สำหรับประชาชนที่จะมาร่วมงานสามารถใช้บริการรถไฟฟ้าจะสะดวกมากที่สุด เนื่องจากจุดจอดรถค่อนข้างมีน้อย หากมีข้อสงสัยสอบถามเส้นทางได้ที่หมายเลข 1197