นักร้องเพลง ‘ไถนาให้น้องแหน่’ แจงประเด็นสองแง่สองง่าม แต่ยอดวิว 1 ล้าน ใน 20 วัน

วันนี้ (20 ม.ค. 62) มีรายงานว่า มัดซี – สุนิสา วงค์ศรีแก้ว อดีตนักฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย ปัจจุบันผันตัวมาเป็นนักร้องเจ้าของผลงานเพลง ‘ไถนาให้น้องแหน่’ ซิงเกิ้ลที่สองของชีวิตนักร้อง ที่มียอดวิวพุ่งเกิน 1 ล้าน ได้เปิดใจถึงกระแสเพลงนี้ว่า

“ตนรู้สึกดีใจมากกับเสียงตอบรับของบรรดาแฟนเพลง ทั้งตัวเองและทีมงานทุกคนทำงานเพลงซิงเกิ้ลนี้กันอย่างเต็มที่ ถ้าถามว่าเหนื่อยไหมกับการทำงานเพลงชิ้นนี้ เมื่อเห็นยอดวิวทะลุ 1 ล้าน บอกตามตรงว่าไม่เหนื่อยเลยค่ะ”

สำหรับความเห็นที่มีคนเข้ามาคอมเม้นท์ MV เพลงนี้ มัดซี บอกว่า ตนได้มีโอกาสเข้าไปเปิดดู เห็นมีคนด่าและชม แม้จะมีคนด่ามากก็ตาม ตอนแรกเห็นแล้วก็ตกใจ ไม่อยากกลับเข้าไปอ่านอีกเลย ตนเองไม่อยากซีเรียสกับคอมเม้นท์ที่มาด่า คนรักเราให้กำลังใจเราก็มี ส่วนคนที่เกลียดก็เยอะ ไม่ว่ากัน

ทั้งนี้ อยากจะอธิบายให้คนที่ไม่ชอบตนว่า ความจริงที่ได้ดูไปก็เพียงแค่ MV เท่านั้น เป็นพล็อตเรื่องที่สร้างขึ้นมา ถ้ารู้จักตัวตนจริงๆ ของมัดซีแล้วไม่มีอะไรเลย ตัวเราไม่ได้เคียว (ภาษาอีสาน แปลว่า แรด) เหมือนใน MV เลย เป็นคนเฉยๆ กะโหลกกะลาประมาณนั้นมากกว่า

ส่วน MV ช่วงที่ต้องลงไปเต้นในท้องนาแล้วถลกผ้าถุงขึ้นมาเหน็บเอว จนมองเห็นกางเกงในสีดำโผล่ออกมานั้น มัดซีปฏิเสธหนักแน่นว่า ตรงนั้นไม่ใช่กางเกงในสีดำ เป็นกางเกงสเตสีดำ ซึ่งตนเป็นผู้หญิง จะต้องเซฟตลอดเวลาถ่าย MV รับรองไม่มีการเปิดโชว์ของอย่างแน่นอน

นอกจากนี้ ประเด็นท่าเต้นในเพลงไถนาให้น้องแหน่ ที่ดูล่อแหลมจนมีเพจดังบางเจ้าเอาไปวิจารณ์นั้น มัดซี อธิบายว่า มันก็เหมือนการแสดงหนังไปแนวทางไหน เราก็ต้องแสดงให้ไปได้สุดของแนวทางนั้นๆ เมื่อเพลงเขาไปทางเซ็กซี่ หรือ สองแง่สองง่าม เราเป็นศิลปินเพลงก็ต้องแสดงให้สมบทบาทที่รับมอบมาทำให้มันดีที่สุด โปรดิวเซอร์ตัดออกมาได้ง่ายที่สุด

“ตนขอยืนยันว่าเป็นการแสดงเพื่อนความบันเทิง เหมือนกับการร้องเพลงในวันนี้ที่เวทีศรีสมานออร์โต้โชว์ มีเด็กๆ มาดูกันมาก ตนก็เต้นท่าธรรมดาไม่ผาดโผนอะไรมาก ตนก็ดูผู้ชมและสถานที่เป็นหลัก ต้องเหมาะสมกาลเทศะ”

อุตุฯ เผย 22-25 ม.ค. นี้ ไทยตอนบน อุณหภูมิลด 3-5 องศาฯ กทม. สัมผัสอากาศเย็น

กรมอุตุนิยมวิทยา เผยช่วงวันที่ 22-25 มกราคม 2562 บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงอีกระลอกหนึ่งจากประเทศจีนจะแผ่เข้ามาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีอากาศหนาวเย็นลงกับมีลมแรง และอุณหภูมิจะลดลง 3-5 องศาเซลเซียส

ทั้งนี้ บริเวณความกดอากาศสูงที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้มีกำลังอ่อนลง แต่ยังคงทำให้บริเวณดังกล่าวมีอากาศเย็น กับมีหมอกในตอนเช้า ประกอบกับมีลมตะวันตกในระดับบนพัดปกคลุมภาคเหนือ ทำให้ภาคเหนือมีอุณหภูมิลดลง สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังปานกลางพัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง

สำหรับ ภาคเหนือ วันที่ 22-26 ม.ค. 62 อากาศเย็นถึงหนาวกับมีลมแรง อุณหูมิจะลดลงอีก 2-4 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 12-19 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-32 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอยอากาศหนาวถึงหนาวจัด กับมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 2-10 องศาเซลเซียส

ขณะที่ ภาคอีสาน วันที่ 22-26 ม.ค. 62 อากาศเย็นถึงหนาวกับมีลมแรง อุณหูมิจะลดลง 3-5 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 12-17 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 27-32 องศาเซลเซียส ยอดภูอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 8-12 องศาเซลเซียส

ด้าน ภาคตะวันออก วันที่ 23-26 ม.ค. 62 อากาศเย็นกับมีลมแรง อุณหูมิจะลดลง 2-3 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 19-22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร

ส่วน กรุงเทพมหานคร วันที่ 23-26 ม.ค. 62 อากาศเย็นกับมีลมแรง อุณหูมิจะลดลง 2-3 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 20-22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศาเซลเซียส

ที่มา https://www.tmd.go.th/7-day_forecast.php

ขนส่งฯ สั่งปรับ 5,000 บาท คนขับรถเมล์ สาย 75 ย้อนศรจนเกือบเกิดเหตุ

จากกรณีที่ก่อนหน้านี้ โลกออนไลน์ได้มีการแชร์คลิปวีดีโอกล้องหน้ารถ โดยเผยให้เห็นเหตุการณ์ขณะรถโดยสารประจำทางปรับอากาศ สีเหลือง สาย 75 เบอร์ 50 ขับย้อนศรมาด้วยความเร็ว บริเวณถนนพุทธบูชา ก่อนถึงแยกนาหลวง จนเกือบชนเข้ากลับรถคันข้างหน้า โชคดีที่สามารถหลบทัน ทำให้ไม่มีอุบัติเหตุร้ายแรงเกิดขึ้นนั้น

ล่าสุด (20 ม.ค. 61) มีรายงานว่า กรมการขนส่งทางบก โดยสำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1 ได้มีหนังสือแจ้ง ผู้ประกอบการขนส่ง (ขสมก.) และพนักงานขับรถมาสอบสวนข้อเท็จจริง

จากการสอบสวนพบว่า พนักงานขับรถชื่อ นายบุญเลิศ ได้รับใบอนุญาตขับรถทุกประเภทชนิดที่ 2 ขับรถโดยสารปรับอากาศ สายที่ 75 เลขทะเบียน 15-3287 กรุงเทพมหานคร ยอมรับว่า การกระทำดังกล่าวข้างต้นเป็นการไม่ปฏิบัติตามกฎจราจร ไม่คำนึงถึงความปลอดภัยและความเดือนร้อนของผู้อื่น

อย่างไรก็ตาม สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1 จึงได้ทำการเปรียบเทียบปรับในอัตราโทษสูงสุด เป็นเงินจำนวน 5,000 บาท และให้เข้ารับการอบรมเสริมความรู้และสร้างความตระหนักในการขับรถ