‘ธงชัยเฉลิมพล’ สิ่งศักดิ์สิทธิ์สูงสุดของทหาร

‘ธงชัยเฉลิมพล’ เมื่อธงนี้โบกสะบัดอยู่ ที่ใดย่อมหมายความว่า พระเจ้าอยู่หัวฯ ประทับอยู่ ณ ที่นั้น

‘ธงชัยเฉลิมพล’ คือสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจของเหล่าทหาร ให้ทุกคนมีความกล้าหาญก่อนการออกศึก และ เป็นมิ่งขวัญแก่ทหารทั้งปวงเมื่อธงนี้โบกสะบัดอยู่ ที่ใดย่อมหมายความว่า พระเจ้าอยู่หัวฯ ประทับอยู่ ณ ที่นั้น

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา กองทัพบกประกอบพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพลของหน่วยทหาร เนื่องในวันกองทัพบก ประจำปี 2562 ที่ ลานอเนกประสงค์ กองทัพภาคที่ 1 ภายใน กรมทหารราบที่ 11 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์

โดยวันกองทัพบกและวันกองทัพไทย ถือว่าเป็นวันที่รำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชที่ทรงกอบกู้เอกราชของชาติไทย เป็นโอกาสสำคัญที่ข้าราชการทหารจะได้กระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพล เนื่องจากเป็น พิธีที่ศักดิ์สิทธิ์ผู้ที่เข้ารับราชการ เพื่อความเป็นสิริมงคลตลอดชีวิตการรับราชการ

ซึ่งธงไชยเฉลิมพลหรือธงชัยเฉลิมพลนั้น เดิมเรียกว่า ” ธงประจำทัพ ” มีความหมายอย่างยิ่งสำหรับทหารทุกนายเพราะถือว่าเป็นตัวแทน จอมทัพ เป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจของเหล่าทหารหาญยามออกรบ และเป็นมิ่งขวัญแก่ทหารทั้งปวงเมื่อธงนี้โบกสะบัดอยู่ ที่ใดย่อมหมายความว่า พระเจ้าอยู่หัวฯ ประทับอยู่ ณ ที่นั้น จำเป็นที่ทหารทั้งหลายจะต้องติดตามธงนั้นจนถึงที่สุด และต้องคุ้มครองป้องกันธงชัยเฉลิมพลไว้ด้วยชีวิตตนเอง เพราะถ้าธงตกถึงเงื้อมมือศัตรูย่อมหมายถึงการสูญสิ้นซึ่งจอมจตุรงค์ สำหรับธงชัยเฉลิมพลจะมีลักษณะคล้ายธงชาติ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เป็นผู้ทรงประกอบพระราชพิธีด้วยพระองค์เอง

สำหรับ ธงชัยเฉลิมพลประจำกองทหาร องค์พระมหากษัตริย์จะโปรดเกล้าฯให้สร้างขึ้นพระราชทานแก่หน่วยทหารเป็นคราวๆละหลายธง โดยประกอบพิธีสำคัญทางศาสนา พระราชพิธีตรึงหมุด ธงชัยเฉลิมพล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงประกอบพิธีนี้ในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ท่ามกลางพระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ชั้นผู้ใหญ่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงตรึงธงแต่ละผืนติดกับด้ามธง โดยทรงตอกฆ้อนเงินลงบนตะปูทองเหลืองอย่างแน่น ธงหนึ่งมีรูตะปูประมาณ 32-35 ตัว ที่ส่วนบนของคันธงจะมีลักษณะเป็นปุ่มโลหะกลึงกลมสีทองภายในกลวง ปุ่มกลมนั้นทำเป็นฝาเกลียวปิด-เปิดได้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะทรงบรรจุเส้นพระเจ้า (เส้นพระเกศาของพระเจ้าอยู่หัว) พร้อมด้วยพระพุทธรูปที่ได้เข้าพิธีพุทธาภิเษกแล้ว ชื่อ พระยอดธง ลงในปุ่มกลมแล้วทรงปิดฝาเกลียวขันแน่น ทรงเจิมแป้งกระแจะจันทน์ที่ยอดธงทุกคัน พระสงฆ์สวดชัยมงคลคาถา แล้วจึงทำพิธีมอบธงชัยเฉลิมพลให้กับหน่วยต่าง

สำหรับธงชัยเฉลิมพลนั้นเป็นสัญลักษณ์สำคัญของสถาบันสูงสุด อันได้แก่ ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ และความหมายของธง และความหมายสำคัญของธงชัยเฉลิมพล มี 3 ประการ คือ 1. ผืนธง หมายถึง ชาติ 2.บนยอดธงบรรจุพระพุทธรูป หมายถึง พุทธศาสนา3.เส้นพระเจ้าของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หมายถึง องค์พระมหากษัตริย์

ส่วนประกอบของธงมีดังนี้

1. ยอดคันธง เป็นรูปช้างสามเศียรภายใต้พระมหามงกุฎ ทำด้วยโลหะสีทอง

2. คันธง กว้างขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 3.5 เซนติเมตร ยาว 2.43 เมตร

3. คันธงระหว่างฐานช้างสามเศียรกับมุมบนของธง มีแถบธงชาติเป็นโบหูกระต่ายห้อย ชายทั้งสองยาวเลยมุมธงด้านล่าง ปลายชายแถบทั้งสองเป็นครุย

4. คันธงตอนที่ตรงกับธงมีสักหลาดสีแดงต่อกับริมธงหุ้มรอบคันธง มีหมุดทำด้วยโลหะสีทอง 15 หมุด หมุดที่ 1 เป็นรูปประเทศไทย หมุดที่ 2 เป็นรูปเสมาธรรมจักร หมุดที่ 3 เป็นรูปพระปรมาภิไธยย่อ หมุดที่ 4 เป็นรูปรัฐธรรมนูญ หมุดต่อไป เป็นรูปเครื่องหมาย กองทหารเรือ หมุดที่ 1 อยู่บนสุด หมุดต่อไป เรียงลงมาตามลำดับ

ดังนั้น การปฏิบัติต่อธงชัยเฉลิมพลทุกขั้นตอน ต้องเป็นไปตามพิธีการ ระเบียบแบบแผนที่วางไว้อย่างเข้มงวดกวดขัน และผู้ถือธงจะต้องได้รับการเลือกสรรอย่างดี หากเปรียบในสมัยโบราณผู้ที่จะต้องนำธงชัยเฉลิมพลออกร่วมทำการรบ พลประจำธงจะต้องเป็นผู้ที่แข็งแรง มีความสามารถ และต้องรักษาธงชัยเฉลิมพลไว้ได้ ด้วยชีวิต

ป.ป.ส. แถลงจับเครือข่ายการค้าเฮโรอีนข้ามชาติ ยึดทรัพย์รวมกว่า 7.5 ล.

ป.ป.ส. แถลงผลงานการบูรณาการความร่วมมือ ภายใต้โครงการ Taskforce STORM จับกุมเครือข่ายการค้าเฮโรอีนข้ามชาติ ยึดทรัพย์รวมกว่า 7.5 ล้านบาท

วันที่ 20 มกราคม 2562 นายนิยม เติมศรีสุข เลขาธิการ ป.ป.ส. พร้อมด้วย พ.ต.อ.อดิศ เจริญสวัสดิ์ รอง ผบก.ปส.3 บช.ปส. Mr. Stephen Fry เจ้าหน้าที่ประสานงานอาวุโส สำนักงานตำรวจสหพันธ์ออสเตรเลีย ผู้แทนตำรวจแคนาดาประจำประเทศไทย และนายบัญชา โทสมัย ผู้เชี่ยวชาญด้านปราบปรามยาเสพติด สำนักปราบปรามยาเสพติด แถลงผลการบูรณาการการจับกุมภายใต้โครงการ Taskforce STORM รวบนักค้ายาเสพติดเฮโรอีนข้ามชาติ 2 ราย พร้อมของกลางเฮโรอีนกว่า 3,740 กรัม ยึดทรัพย์สินมูลค่ารวม 7.5 ล้านบาท

สำนักงาน ป.ป.ส. สนธิกำลังร่วมกับ ตำรวจ กก.1 บก.ปส.3 บช.ปส. ศูนย์รักษาความปลอดภัย กองบัญชาการกองทัพไทย และกรมศุลกากร เข้าจับกุมนายสตีเฟ่นส์ แบลร์ (Mr.Stephens Blair) อายุ 38 ปี สัญชาติแคนาดา ถือหนังสือเดินทางประเทศแคนาดา หมายเลข GA304845 และนายพหล ศิวสิริการุณย์ อายุ 27 ปี และของกลางเฮโรอีน 3,740 กรัม บรรจุโช้คอัพรถยนต์ 8 ตัว ณ คลังสินค้าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยขยายผลเข้าตรวจค้นที่คอนโดมิเนียมย่านพญาไท คอนโดมิเนียมย่านพระราม 9 และบ้านพักในเขตประเวศ กทม. สามารถ
ยึดกัญชา 1 กก. เฮโรอีน 0.5 กรัม ยาอี 2 เม็ด และ โคเคน 1 กรัม พร้อมอายัดทรัพย์สินมูลค่ารวม 7.5 ล้านบาท

คดีนี้เป็นผลสืบเนื่องจากการสืบสวนขยายผลการขนส่งพัสดุต้องสงสัย โดยเมื่อวันที่ 17 มกราคม 2562 เจ้าหน้าที่ทราบว่ามีการขนส่งพัสดุดังกล่าวกลับเข้ามายังประเทศไทยอีกครั้ง จึงเข้าตรวจสอบ พบโช๊คอัพรถยนต์ 8 ตัว ภายในบรรจุเฮโรอีน น้ำหนักประมาณ 3,740 กรัม จึงได้ทำการตรวจยึดไว้ พร้อมขยายผลติดตามจับกุมเจ้าของพัสดุ คือ นายสตีเฟ่นส์ และนายพหล จากนั้นได้ขยายผลตรวจยึดทรัพย์สิน ได้แก่ เงินสดมูลค่า 2,557,000 ล้านบาท รถยนต์ เบนซ์ รุ่น E300 Coupe 1 คัน รถยนต์โตโยต้า แคมรี่ 1 คัน รถจักรยานยนต์ คาวาซากิ รุ่น Z1000 1 คัน นาฬิกาข้อมือ AP Royal Oak 1 เรือน และนาฬิกา Rolex Oyster S GMT อีก 1 เรือน รวมมูลค่าทั้งสิ้น 7,557,000 บาท

สำหรับการจับกุมครั้งนี้เป็นการบูรณาการระหว่างหน่วยงานทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ ภายใต้โครงการ Taskforce STORM (หน่วยปฏิบัติการเฉพาะกิจร่วม ไทย- ออสเตรเลีย) โดยมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางการข่าวการร่วมปฏิบัติการ เกี่ยวกับปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ รวมถึงการค้ายาเสพติด ภายใต้ความร่วมมือของ สำนักงาน ป.ป.ส. สำนักงาน ปปง. กรมสอบสวนคดีพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ
สำนักงานตำรวจสหพันธ์ออสเตรเลีย (Australian Federal Police; AFP)

หาดูยาก! ประเพณี 4 เป็งตานหลัวพระเจ้า อุทิศส่วนกุศลให้กับบรรพบุรุษ

สุดแปลกหาดูยาก!! ประเพณี 4 เป็งตานหลัวพระเจ้า อุทิศส่วนกุศลให้กับบรรพบุรุษ ญาติมิตรที่ล่วงลับไปแล้ว

วันนี้(20 ม.ค.) พุทธศาสนิกชน ชาวบ้านในพื้นที่ตำบลแม่ใส อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา ต่างนำข้าวใหม่ ซึ่งเป็นข้าวเปลือก และฟืนจำนวนมากเข้าถวายแด่วัด เพื่อเป็นการสืบทอดประเพณี “4 เป็ง ตานข้าวใหม่ ตานหลัวหิงไฟพระเจ้า” ซึ่งเป็นประเพณีที่มีมาแต่โบราณ ที่ชาวล้านนายึดถือปฏิบัติกันมา หลังจากฤดูเก็บเกี่ยวข้าวเสร็จสิ้นแล้ว ก็จะนำข้าวใหม่ที่ได้มีการเกี่ยวเสร็จแล้วก็จะนำมาถวายเป็นพุทธบูชา เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับผู้ล่วงลับและเจ้าของนาดั้งเดิม รวมทั้งเทวดา ผีปกปักษ์รักษาพื้นที่ทำกิน นอกจากนั้นก็มีการตานหลัวหิงไฟพระเจ้าหรือฟืน เพื่อเป็นการนำไปจุด เพื่อคลายความหนาวเย็นให้กับพระพุทธเจ้า ตามความเชื่อของชาวบ้านด้วย

สำหรับประเพณี “4 เป็ง ตานข้าวใหม่และตานหลัวหิงไฟพระเจ้า” มักจะทำไปพร้อมๆ กันในช่วงวันเพ็ญ ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 4 ของชาวล้านนา ซึ่งมีพุทธศาสนิกชนจำนวนมากเข้าร่วมทำบุญเพื่อสืบทอดประเพณีและวิถีดั้งเดิมไว้ ไม่ให้หายไปจากพื้นที่