จวกยับ! คลิปครูใช้ไม้บรรทัดวัดผมนักเรียนหญิง ก่อนตัดจนสั้น

เรียกว่ากำลังเป็นกระแสที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก หลังเฟซบุ๊กแฟนเพจ Black Hat ได้โพสต์คลิปวีดีโอความยาวประมาณ 30 วินาที โดยเผยให้เห็นเหตุการณ์ขณะคุณครูในโรงเรียนแห่งหนึ่งใช้ไม้บรรทัดวัดที่ผมของนักเรียนหญิง ก่อนตัดจนสั้น พร้อมระบุข้อความว่า…

#ว่าด้วยดราม่าเรื่องตัดผม จากคลิป บางทีมันก็ดูเกินไปกับการวัดตรวจแล้วตัดเลยแบบนี้ ซึ่งไม่มีการถามเด็กเลยสักคำว่า จะเอาไง โอเคมั้ย จะแก้ยังไง ? มันกฎของโรงเรียนก็จริง แต่กฎของกระทรวงที่เขาวางเอาไว้ ทำไม รร. ไม่ทำตามบ้าง ถ้ายังจะเอาแต่ความสะใจตัวเองหรือบ้าอำนาจ ต่อไประบบข้าราชการครูจะแย่แบบนี้ลงไปเรื่อยๆ แน่นอน

ทั้งนี้ หลังจากคลิปดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ลงบนโลกออนไลน์ ชาวเน็ตต่างให้ความสนใจเข้ามาแสดงความคิดเห็นมากมาย โดยส่วนใหญ่มองว่า อยากให้ล้มเลิกวิธีทำโทษแบบนี้ได้แล้ว ไม่เกิดประโยชน์ แถมเป็นการประจานเด็กให้อับอาย และไม่ได้ช่วยให้เด็กเรียนดีขึ้นเพียงเพราะผมสั้น แต่ขณะที่บางกลุ่มมองว่า เด็กอาจทำผิดกฎระเบียบเองถึงถูกคุณครูลงโทษ

แม่ใจยักษ์ เผยวินาทีฆ่าลูก 2 ขวบ สุดอำมหิตให้จมน้ำตายไปช้าๆ ต่อหน้า

นำตัวแม่ใจโหดวัย 21 ปี ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ฆ่าลูก 2 ขวบ ทิ้งร่างในสระน้ำที่จันทบุรี อ้างเครียดและเกิดความกดดันภายในครอบครัว จึงพาลูกไปเล่นเครื่องเล่นในสนามก่อนจูงลงสระน้ำ ให้ลูกจมน้ำไปต่อหน้าต่อตา

ความคืบหน้าจากการกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรี ได้เข้าจับกุมตัวนางสาวกนกวรรณ ขาวแพร หรือหญิง อายุ 21 ปี หลังได้ก่อเหตุฆ่าลูกวัย 2 ขวบก่อนนำร่างทิ้งสระน้ำแห่งหนึ่ง จากนั้นได้นั่งรถทัวร์เตรียมหนีข้ามจังหวัด แต่ไม่รอดถูกตำรวจตามจับกุมตัวได้เมื่อช่วงกลางดึกของคืนวันที่ 16 ม.ค. 2562 ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

วันนี้ (17 ม.ค. 2562 ) เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ผ่านมา พล.ต.ต.วัฒนา ยี่จีน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองจันทบุรี ได้นำตัวนางสาวกนกวรรณ ขาวแพร หรือหญิง อายุ 21 ปี ผู้ต้องหาที่สังหารลูกของตัวเองไปทำแผนประกอบรับคำสารภาพ จากห้องพัก ไปสนามเด้กเล่น และไปสระน้ำที่เกิดเหตุ

ทั้งนี้หลังจากการทำแผนแล้วเสร็จ นางสาวกนกวรรณ ได้สารภาพถึงสาเหตุของการฆ่าลูกตัวเองในครั้งนี้ว่า เป็นผู้ทำให้น้องตายจริง เพราะเครียดและเกิดความกดดันภายในครอบครัว

โดยวันเกิดเหตุได้พาลูกขี่รถจักรยานยนต์ไปเที่ยวเล่นเครื่องเล่นที่สนามเด็กเล่นห่างจากหอพักไปประมาณ 1 กิโลเมตร โดยให้ลูกเล่นเครื่องเล่นด้วยความสนุกสนาน ก่อนจะถอดเสื้อของลูกใส่ไว้ใต้เบาะรถจักรยานยนต์ และจูงมือเดินไปที่สระน้ำซึ่งอยู่ห่างจากเครื่องเล่นไปประมาณ 100 เมตร ทำทีเหมือนจะพาไปเล่นน้ำ

จากนั้นได้จูงมือลูกลงน้ำและค่อยๆ จมน้ำไปต่อหน้าต่อตา โดยหลังจากขึ้นมาจากน้ำได้นั่งมองร่างไร้วิญญาณของลูก ก่อนขี่รถจักรยานยนต์กลับไปหอพักเช่นเดิม ซึ่งสาเหตุของการถอดเสื้อเด็กออกนั้นคาดว่า เป็นการอำพรางให้เหมือนเด็กตกน้ำลงไปตายเองโดยที่ไม่มีใครเห็น

‘ทนายรณณรงค์’ พาญาติ ‘พระเด็จ’ ร้อง ผบช.ภ.6 ส่งตำรวจมือดีช่วยตามหา

‘ทนายรณณรงค์’ พาญาติ ‘พระเด็จ’ ร้อง ผบช.ภ.6 ส่งตำรวจมือดีช่วยสืบคดี ตามหาพระเด็จ หวั่นถูกฆาตกรรมอำพราง

จากกรณี พระเด็จ เปสโล (คงกระพันธุ์) อายุ 56 ปี พระลูกวัดของวัดบ้านพร้าว ต.บ้านพร้าว อ.นครไทย จ.พิษณุโลก หายตัวไปอย่างปริศนาตั้งแต่วันที่ 17 ธ.ค. 2561 ปลายปีที่ผ่านมา บนเทือกเขาผาขี้ควาย เจ้าหน้าที่หลายฝ่ายทั้งทหาร ตำรวจ นายอำเภอนครไทย รวมถึงชาวบ้านกว่า 100 คน ได้ช่วยกันออกติดตามค้นหามาอย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบันก็ยังหาตัวไม่พบ โดยบุตรสาว คาดว่าน่าจะถูกฆาตกรรมเสียชีวิตไปแล้ว และเข้าไปร้องขอความช่วยเหลือกับตำรวจกองปราบปราม ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

วันนี้(17 ม.ค. 62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ทนายความ พร้อมด้วย นางบุญศรี ขำมี และ น.ส.ช่อเพชร นวลวัน ภรรยา และ บุตรสาวของพระสมเด็จ เดินทางมายื่นหนังสือขอความช่วยเหลือและติดตามความคืบหน้าในคดีกับ พล.ต.ท.สุธีร์ เนรกัณฐี ผบช.ภ.6 เนื่องจากตั้งแต่เกิดเหตุจนถึงปัจจุบันยังไม่มีใครพบตัวพระเด็จ

ขณะนี้อยู่ในระหว่างการค้นหาตัวแต่ยังไม่มีความคืบหน้า และไม่เชื่อว่าพระเด็จจะหลงป่าหายไปเอง เพราะพระเด็จคุ้นเคยกับเส้นทางขึ้นป่าเทือกเขาผาขี้ควายเป็นอย่างดี โดยอาศัยอยู่ในพื้นที่เป็นเวลานานแล้ว ก่อนที่จะหายตัวไปมีชาวบ้านแจ้งว่าพระเด็จพร้อมกับพระอำนาจ ได้รับกิจนิมนต์ให้ขึ้นไปทำพิธีปักธงบนเทือกเขาผาขี้ควาย แต่พระอำนาจกลับลงมาตามปกติไม่พบว่าพระเด็จกลับลงมาด้วย

นอกจากนี้ ยังพบว่ากุฏิของพระเด็จถูกรื้อค้นกระจัดกระจาย อีกทั้งก่อนหน้านี้พระเด็จเคยมีปัญหากับพระอำนาจในเรื่องส่วนตัว จึงน่าเชื่อได้ว่าพระเด็จอาจจะถูกฆาตกรรมอำพราง ขณะที่ปัจจุบันพระอำนาจถูกจำสึกเป็นฆราวาสเรียบร้อยแล้ว เนื่องจากผลตรวจปัสสาวะมีสีม่วง เจ้าหน้าที่ทหารกองทัพภาคที่ 3 ได้ควบคุมตัวไปสอบสวนร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.นครไทย แต่ยังให้การวกวนไปมา

ด้าน น.ส.ช่อเพชร นวลวัน บุตรสาวพระสมเด็จ กล่าวว่า หลังเกิดเหตุทางครอบครัวได้ออกติดตามค้นหากันเรื่อยมา เพราะมีความหวังว่าสักวันอาจจะพบพ่อหรือพบร่างอันไร้วิญญาณไปแล้ว ก็ยังดีกว่าไม่ได้ลงมือทำอะไรเลย มีชาวบ้านแจ้งเบาะแสตรงจุดใดก็รีบไปดูแต่ก็ไม่พบ ในประเด็นหลงป่าหายไปนั้นส่วนตัวไม่เชื่ออย่างแน่นอน ส่วนในช่วงบ่ายตนเองจะเดินทางไปที่ สภ.นครไทย เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นัดเก็บดีเอ็นเอเอาไว้ก่อน เพื่อนำไปเทียบเคียงกับหลักฐานที่อาจจะพบในเร็ว ๆ นี้

พล.ต.ท.สุธีร์ เนรกัณฐี ผบช.ภ.6 กล่าวว่า สำหรับคดีที่เกิดขึ้นนั้นตนเองไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้สั่งกำชับให้ พล.ต.ต.ถาวร แสงฤทธิ์ ผบก.ภ.จว.พิษณุโลก เร่งดำเนินการตั้งแต่เกิดเหตุ พร้อมประสานการทำงานร่วมกันหลายฝ่ายทั้งทหาร ตำรวจ และ พลเรือน ในประเด็นที่พระสมเด็จอาจเสียชีวิตไปแล้วนั้นขอให้ญาติทำใจให้สบายไว้ก่อน เพราะอาจจะยังมีชีวิตอยู่ก็เป็นได้

อย่างไรก็ตาม ทางตำรวจชุดทำงานได้ลงพื้นที่หาหลักฐานเพิ่มเติม รวมถึงนำเทคโนโลยีต่าง ๆ มาช่วยในการค้นหาพระสมเด็จด้วย เช่น ใช้โดรนบินสำรวจในมุมสูง หรือ ใช้สุนัขตำรวจออกดมกลิ่นตามภาคพื้นดิน ยืนยันจะให้ความช่วยเหลือกับครอบครัวอย่างเต็มที่ต่อไป พล.ต.ท.สุธีร์ กล่าว