คอหวยได้ลุ้น พบจิ้งจกประหลาดตัวสีแดง โผล่ที่เมืองกระบี่

หนุ่มเจ้าของร้านเสื้อผ้า พบจิ้งจกประหลาดตัวสีแดงทั้งตัวโผล่ในบ้าน มาให้เห็น 2 ครั้ง ก่อนจับใส่ขวดแก้วเชื่อมาให้โชคลาภ

ผู้สื่อข่าว MThai  รายงานว่า ที่ ร้านจำหน่ายเสื้อผ้าแฟชั่นไฉไลกระบี่ เลขที่ 238/13 ถนนมหาราช ตำบลปากน้ำ อำเภอเมือง จ.กระบี่ ได้มีเรื่องสุดฮืฮาขึ้น เมื่อเจ้าของร้านพบจิ้งจกประหลาด มีสีแดงทั้งตัวโผล่อยู่ในร้าน ซึ่งจากการตรวจสอบก็พบว่า จิ้งจกตัวดังกล่าวมีลักษณะเหมือนจิ้งจกทั่วไป แต่ที่แปลกคือที่ตัวของมันมีสีแดงมีเพียงบริเวณปลายปากเท่านั้นที่มีสีเหมือนจิ้งจกตัวอื่นๆ

โดย นายกฤษณ์กมล กังแฮ อายุ 25ปี เจ้าของบ้าน ซึ่งเป็นผู้พบจิ้งจกตัวดังกล่าวเล่าว่า ขณะที่ตนกำลังออกมาทำความสะอาดหิ้งพระนั้น ได้พบเห็นจิ้งจกตัวดังกล่าวออกมาจากด้านหลังหิ้งพระ ตนก็พยายามที่จะจับแต่ก็หนีหายไป ก่อนที่อีก 2 วันต่อมาจิ้งจกตัวดังกล่าวก็โผล่มาให้เห็นอีกครั้ง จึงได้จับใส่ขวดแก้วไว้

ทั้งนี้ตนไม่มั่นใจว่าจะเกิดจากธรรมชาติ หรืออาจจะกลายพันธุ์ ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ประหลาดมาก แต่อีกมุมหนึ่ง ก็อาจจะเกิดจากจิ้งจกตัวดังกล่าว ตกในถังสีก็เป็นได้ แต่พอขังไว้ได้ไม่นานแฟนของตนก็สงสาร จึงขอให้ปล่อยตัวไป แต่เชื่อว่ามันคงจะวนเวียน อยู่ในบ้านไม่ไปใหน

“อย่างไรก็ตามหลังจับตัวจิ้งจกดังกล่าวได้ ตนก็ถ่ายภาพและถ่ายคลิปไว้ แล้วนำไปโพสต์ในโลกโซเชียล ปรากฎว่ามีชาวเน็ต เข้ามาแสดงความเห็นเห็นวิพากษ์วิจารณ์กันเป็นจำนวนมาก บางคนก็บอกว่าอาจจะมาให้โชคลาภ เพราะไม่เคยเห็นมาก่อน

บางคนก็บอกว่าอาจจะพ่นสเปรย์ แต่ยังมีบางคนถึงขั้นขอบ้านเลขที่ ซึ่งตนก็ให้ไป ไม่ได้คิดอะไรมาก เพราะเป็นความเชื่อส่วนบุคคล ส่วนตัวแล้วอยากจะพิสูจน์เหมือนกันว่า เกิดจากสาเหตุใด เพราะมีข่าวเคยพบในต่างจังหวัดมาแล้ว ” นายกฤษณ์กมล กล่าว

‘ศรีวราห์’ สอบหนุ่มซื้ออาวุธสงครามผ่านไลน์ เชื่อเกี่ยวข้องการเลือกตั้ง

พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. สอบหนุ่มซื้ออาวุธสงครามผ่านไลน์ เชื่อเกี่ยวข้องการเลือกตั้ง

เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 16 ม.ค. 62 ที่ห้องสืบสวน สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.สมบัติ มิลินทจินดา จเรตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต ชัยพล ฉัตรชัยเดช รอง ผบช.ส. พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ รอง ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.ไพศาล วงศ์วัชรมงคล ผบก.ภ.จว.นนทบุรี พร้อมด้วย พ.ต.อ.ศราวุท สวัสดิชัย รรท.ผกก.สภ.บางบัวทอง พ.ต.ท.วรทัศน์ วัฒนชัยนันท์ รอง ผกก.สภ.บางบัวทอง และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.บางบัวทอง ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมตัว นายจักรกฤษณ์ ไทยพรหมทัต อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 50/306 หมู่ 1 ต.ไทรน้อย อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี เป็นพนักงานบริษัทเฟอร์นิเจอร์

พร้อมของกลาง 1.อาวุธปืนอาก้า เอเค 47 จำนวน 1 กระบอก 2.แม็กกาซีนอาก้าจำนวน 2 อัน 3.ลูกกระสุนปืนอาก้า จำนวน 219 นัด 4.ถุงผ้าสีดำ 5.โทรศัพท์มือถือ โดยตรวจค้นพบบริเวณหน้าโรงงานเฟอน์นิเจอร์แห่งหนึ่ง หมู่ 8 ถนนสาย 340(บางบัวทอง-สุพรรณบุรี) ต.ละหาร อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี จากนั้นได้นำตัวไปตรวจค้นที่บ้านเลขที่ 30/306 ต.ไทรน้อย อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี พบของกลางเพิ่มคือ 6.ระเบิดควันจำนวน 3 ลูก 7.ปืนสั้นไทยประดิษฐ์ 1 กระบอก 8.แม็กกาซีน ขนาด M16 จำนวน 2 อัน 9.ลูกกระสุนปืนอาก้า จำนวน 40 นัด 10.ลูกกระสุนปืน ขนาด 9 มม.จำนวน 38 นัด 11.ปลอกกระสุนปืน ขนาด 9 มม.จำนวน 12 นัด 12.ลูกกระสุนปืน ขนาด M16 จำนวน 91 นัด 13.กล่องพลาสติกใช้บรรจุลูกกระสุน จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า มีอาวุธปืน และวัตถุระเบิด ซึ่งนายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตได้ ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย, มีเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย, พาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต

สืบเนื่องจากเมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 15 ม.ค.62 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางบัวทอง ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย บริษัทเฟอร์นิเจอร์แห่งหนึ่ง ว่าพบพนักงานชายคนหนึ่งมีพิรุธถือถุงผ้าสีดำ เดินเข้ามาภายในบริษัทเฟอร์นิเจอร์ดังกล่าว ได้ขอทำการตรวจค้นแต่พนักงานคนดังกล่าวไม่ยินยอม จึงได้ประสานขอให้ส่งเจ้าหน้าที่ชุดสายตรวจเข้าทำการตรวจสอบ พบพนักงานทราบชื่อคือ นายจักรกฤษณ์ ไทยพรหมทัต อายุ 43 ปี จึงได้ทำการตรวจค้น พบของกลางรายการที่ 1-5 จากนั้นได้ควบคุมตัวไปตรวจค้นต่อที่บ้านพักพบของกลางเพิ่มเติม รายการที่ 6-13 จึงได้ทำการตรวจยึด พร้อมนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางบัวทอง

จากการสอบสวน นายจักรกฤษณ์ ไทยพรหมทัต อายุ 43 ปี (เสื้อยืดสีน้ำเงิน สวมเสื้อกันกระสุน สวมหมวกแก็ปขาว-ดำ) ผู้ต้องหา ให้การว่ารับสารภาพว่าของกลางทั้งหมดเป็นของตนจริงโดยสั่งซื้อจาก นายต้น ไม่ทราบนามสกุล ผ่านทางไลน์ ในราคา 43,500 บาท และได้นัดกับนายต้นให้นำอาวุธมาส่งที่หน้าบริษัทดังกล่าว โดยตนเป็นคนชอบสะสมอาวุธปืนเป็นความชอบส่วนตัว ส่วนระเบิดควันเอาไว้ไปใช้ขว้างกลางทุ่งนา

พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. เปิดเผยว่า จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การว่าเขาชอบสะสม ใจรัก แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่เชื่อเพราะจากเงินเดือนของผู้ต้องหาแค่ 20,000 บาท ซื้อของครั้งละเกือบแสนบาท มันเป็นไปไม่ได้ ผู้ต้องหาสะสมมาประมาณ 1 ปี ผู้ต้องหาไม่มีอาชีพอื่น ส่วนผู้จำหน่ายได้ให้ออกหมายจับแล้ว ส่วนจะเกี่ยวข้องกับคนมีสีหรือไม่ ยังตอบไม่ได้ ผู้ต้องหาเคยไปร่วมชุมนุม กปปปส. ช่วงปะทะกับกลุ่มโกตี๋

ทางตำรวจมีเหตุสงสัยเกี่ยวกับอาวุธเหล่านี้ เกี่ยวกับความมั่นคง ต้องรอสอบสวนถึงจะตอบได้ ผู้ต้องหาสั่งซื้อจากกลุ่มไลน์ ขณะนี้ติดตามเส้นทางกลุ่มนี้อยู่ อาวุธเหล่านี้ไม่ได้ใช้ในราชการ ที่ตนมาวันนี้คือต้องการมาสอบเค้นเพื่อให้ได้คำตอบว่าสะสมไว้เยอะขนาดนี้ผิดปกติ ช่วงนี้ใกล้เลือกตั้งด้วย ก่อนหน้านี้ก็เคยสั่งซื้อมาแล้ว 3-4 ครั้ง อาวุธเหล่านี้ต้องนำไปตรวจว่าเคยก่อเหตุที่ไหนบ้างหรือไม่ หลังจากนี้จะเชิญตัวภรรยาของผู้ต้องหามาสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง

เบื้องต้นหลังจากสอบปากคำและทำการสืบสวนขยายผล ทราบตัวผู้จำหน่ายแล้ว พร้อมทั้งได้ขออนุมัติหมายจับศาลจังหวัดนนทบุรี เลขที่ 18/2562 ลงวันที่ 16 ม.ค.62 ขณะนี้อยู่ระหว่างติดตามจับกุมตัว ส่วนจุดประสงค์ในการซื้ออาวุธต้องสืบสวนว่าเกี่ยวข้องกับสถานการณ์บ้านเมืองขณะนี้หรือไม่ เพราะใกล้ถึงการเลือกตั้ง

เลขาธิการ กกต. ยันหาเสียงใช้สถานที่ราชการได้

เลขาธิการ กกต. ยันหาเสียงใช้สถานที่ราชการได้  เพราะในการเลือกตั้งที่ผ่านมา พรรคการเมืองก็มีการใช้สถานที่ราชการ แต่เจ้าหน้าที่ที่ดูแลหน่วยงานราชการนั้น จะต้องให้โดยเท่าเทียมกัน หรือมีความเป็นกลาง

วันนี้(16 ม.ค.) พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง ระเบียบวิธีปฏิบัติต่างๆ ที่เกี่ยวกับการหาเสียงเลือกตั้งจะบังคับใช้เมื่อมีพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ) ให้มีการเลือกตั้ง พร้อมเปิดเผยว่า กรณีการใช้สถานที่ของรัฐในการเปิดเวทีปราศรัย หรือหาเสียง สามารถทำได้ เพราะในการเลือกตั้งที่ผ่านมา พรรคการเมืองก็มีการใช้สถานที่ราชการ แต่เจ้าหน้าที่ที่ดูแลหน่วยงานราชการนั้น จะต้องให้โดยเท่าเทียมกัน หรือมีความเป็นกลาง นอกจากนี้ ยังได้ฝากถึงข้าราชการว่า ให้วางตัวเป็นกลางทางการเมือง

สำหรับการหาเสียงผ่าน Social Media นั้น ทาง กกต. ได้ออกระเบียบ พรรคการเมืองให้แจ้งมายังเลขาธิการ กกต. ส่วนผู้สมัครแบบแบ่งเขตให้แจ้งไปที่ ผอ.กกต.จังหวัด ว่าจะใช้สื่อใดเพื่อเป็นการเฝ้าระวัง ไม่ให้มีการกระทำผิด หลังจากมีพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้ง พรรคการเมืองและผู้สมัคร ส.ส. ไม่สามารถทำบุญช่วยเหลือเงินแก่ประชาชน หรือ วางพวงหรีด และทรัพย์สินที่คำนวณเป็นเงินได้ตามงานประเพณีต่างๆ ซึ่งหากกระทำผิดเสี่ยงถูกตัดสิทธิ์การสมัครรับเลือกตั้ง