หนุ่มถูกเรียกภาษีกว่า 800 ล้าน แจ้งความเอาผิดคนแอบอ้างใช้เอกสาร

หนุ่มถูกสรรพากรปราจีนบุรีเรียกเก็บ ภาษี กว่า 800 ล้าน ร้องขอความเป็นธรรม พร้อมแจ้งความเอาผิดคนแอบอ้างนำเอกสารไปใช้

ความคืบหน้ากรณีที่ นายไพบูลย์ ศรีทอง อายุ 43 ปี ชาวจังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งมีอาชีพรับจ้างก่อสร้าง เข้าร้องเรียนเรื่องได้รับหนังสือจากสรรพากรพื้นที่ปราจีนบุรี เตือนให้นำเงินภาษีอากรค้างไปชำระ 3 ครั้ง ครั้งแรก 29 ล้านบาท ครั้งที่สองจำนวน 335 ล้านบาท และครั้งที่สาม 483 ล้านบาท รวมแล้วยอดกว่า 848 ล้านบาท และยังถูกทางสรรพากรดำเนินคดีอาญา

ล่าสุด นายไพบูลย์ ได้เข้าแจ้งความขอความเป็นธรรมกับตำรวจภูธรเมืองปราจีนบุรี เพื่อให้ดำเนินคดีกับผู้ที่นำสำเนาบัตรประชาชนและเอกสารทางราชการอื่นของตนเองไปจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทแห่งหนึ่ง จนเป็นเหตุให้สรรพากรพื้นที่ปราจีนบุรีออกหนังสือแจ้งเตือนให้ชำระภาษีกว่า 800 ล้านบาท

โดยนายไพบูลย์ ยืนยันว่า ไม่มีส่วนรู้เห็นกับการยื่นจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท แต่ยอมรับว่าเคยทำงานในบริษัทในฐานะลูกจ้าง ไม่มีส่วนรู้เห็นกับการทำธุรกรรมทางการเงินของบริษัทแต่อย่างใด

ด้าน พลตำรวจตรีนราเดช กลมทุกสิ่ง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปราจีนบุรี ยืนยันว่า จะเร่งสืบสวนสอบสวนเรื่องที่เกิดขึ้นอย่างละเอียด ก่อนจะดำเนินคดีกับผู้ทำผิดกฎหมายต่อไป

เกิดเหตุโจมตีโรงแรม ‘ดุสิต D2’ กรุงไนโรบี

เกิดเหตุโจมตีโรงแรมหรู “ดุสิต D2” ในกรุงไนโรบี ของเคนยา เจ้าหน้าที่เร่งอพยพคนในโรงแรมจำนวนมาก ล่าสุด มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1 ราย

รายงานข่าวระบุว่า มีเสียงปืนและระเบิดดังขึ้นจากพื้นที่โรงแรมดุสิต ดีทู ในกรุงไนโรบี เมืองหลวงเคนย่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากกระสุนปืนถูกนำตัวออกจากพื้นที่โรงแรม ตำรวจพร้อมอาวุธครบมือเร่งอพยพคนจำนวนมากออกจากอาคารโรงแรมโรงพยาบาลท้องถิ่นระบุว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1 ราย และบาดเจ็บ 4 ราย

นายโจเซฟ บอยเนต ผู้บัญชาการตำรวจเคนย่า กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า เหตุนี้เริ่มเกิดขึ้นเมื่อราว 15.00 น. วานนี้ (15 ม.ค.2562) ตามเวลาท้องถิ่น โดยผู้โจมตีที่มีอาวุธปืนได้ขว้างระเบิดไปยังรถหลายคันในลานจอดรถโรงแรมดุสิต ดีทู ก่อนเข้าไปยังล็อบบี้โรงแรม และระเบิดฆ่าตัวตาย ด้านสื่อท้องถิ่นรายงานว่า ผู้โจมตีใช้ยานพาหนะ 2 คันเข้ามายังพื้นที่โรงแรม

กลุ่มติดอาวุธ “อัล-ชาบับ” ในโซมาเลียออกมาระบุว่า เป็นผู้อยู่เบื้องหลังเหตุโจมตี แต่ไม่เปิดเผยรายละเอียดใดๆ

หญิงคนหนึ่งซึ่งทำงานในอาคารใกล้อาคารเกิดเหตุ ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวรอยเตอร์ส ว่า เธอได้ยินเสียงปืนหลายนัด จากนั้นก็มีคนวิ่งกรูออกมาพร้อมกับยกมือขึ้น และมีบางคนวิ่งเข้าไปหลบในธนาคารใกล้เคียง

ตำรวจเคนย่ารุดหน้าไปยังที่เกิดเหตุ โดยตำรวจรายหนึ่งให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์บีบีซี ว่า สถานการณ์ไม่สู้ดี และมีคนเสียชีวิต

ผู้บัญชาการตำรวจเคนย่า ระบุด้วยว่า ล่าสุดอาคารหลักของโรงแรมปลอดภัยแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ยังดำเนินการช่วยเหลือผู้รอดชีวิตออกมาจากอาคาร

สถานเอกอัคราชทูตไทย ณ กรุงไนโรบี ระบุว่า โรงแรมดุสิต D2 เป็นโรงแรมที่บริหารโดยเครือดุสิตธานี มีร้านอาหารไทยและสปาไทย ตั้งอยู่กลางกรุงไนโรบี ห่างจากสถานทูตประมาณ 5 กิโลเมตร ปัจจุบันมีพนักงานคนไทยทำงานภายในโรงแรมจำนวน 7 คน โดยทำงานในสปา 4 คน และเป็นพนักงานครัว 3 คน

ขณะเกิดเหตุมีพนักงานไทยอยู่ระหว่างทำงานภายในโรงแรมจำนวน 4 คน ขณะนี้ คนไทยปลอดภัยและสถานทูตกำลังประสานเกี่ยวกับอพยพออกจากที่เกิดเหตุ

ที่ผ่านมา เคนย่า เป็นเป้าของการโจมตีจากกลุ่มติดอาวุธ “อัล-ชาบับ” โดยเมื่อปี 2558 กลุ่มอัล-ชาบับเคยสังหารผู้คนหลายสิบคนในศูนย์การค้า และเมื่อปี 2558 ได้สังหารนักเรียนมหาวิทยาลัย

ครม.อนุมัติงบฯ 17.55 ล้าน ฟื้นฟูบ้านพักตุลาการ

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี อนุมัติวงเงินฟื้นฟูบ้านพักตุลาการ เชิงดอยสุเทพ กว่า 17 ล้านบาท โดยเร่งเดินหน้าทันที  พร้อมรับทราบผลถอดบทเรียนเหตุการณ์ถ้ำหลวง ยกระดับการกู้ภัย

นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาบ้านพักตุลาการศาลอุทธรณ์ภาค 5 เชิงดอยสุเทพ หลังการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ ว่าได้มีการอนุมัติแผนฟื้นฟูบ้านพักตุลาการ ซึ่งแบ่งเป็นแผนระยะเร่งด่วน, ระยะกลาง และระยะยาว ด้วยงบประมาณ 17.55 ล้านบาท ครอบคลุมการปลูกต้นไม้ และแผนฟื้นฟูทั้งหมด

โดยในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีได้กำชับให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ประสานงานทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งรัดดำเนินการฟื้นฟูในทันที ซึ่งการดำเนินการทุกอย่างจะเป็นไปตามแนวทางที่คณะกรรมการแก้ปัญหา เสนอต่อนายกรัฐมนตรี เมื่อเดือนธันวาคม ใน 8 แนวทาง

นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรียังมีมติรับทราบ สรุปผลการถอดบทเรียนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ภายหลังปฏิบัติงานช่วยเหลือผู้สูญหายในถ้ำหลวง จังหวัดเชียงราย เพื่อให้การจัดการความเสี่ยงจากสาธารณภัย เป็นไปตามมาตรฐานสากล สอดคล้องยุทธศาสตร์การจัดการความเสี่ยงจากสาธารณภัย ตามแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ. 2558

ซึ่งจะมีการดำเนินการดังนี้

1. เพิ่มศักยภาพการจัดการในภาวะฉุกเฉิน จัดชุดประจำและชุดเคลื่อนที่ในสถานที่ท่องเที่ยว รวมทั้งยกระดับเครื่องมือกู้ภัยให้เป็นมาตรฐานสากล
2. ยกระดับความร่วมมือกับต่างประเทศในเรื่องการกู้ภัย และหน่วยบริการทางการแพทย์ฉุกเฉิน
3. พัฒนาและบริหารจัดการโครงข่ายสื่อสารโทรคมนาคม ในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในทุกสภาพพื้นที่
4. สนับสนุนงบประมาณในภาวะฉุกเฉิน ให้พร้อมรับสถานการณ์ที่ซับซ้อนและมีลักษณะพิเศษ
5. พัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ในระบบบัญชาการเหตุการณ์ในกลุ่มพื้นที่ต่างๆ
6. กำหนดรูปแบบของแผนเผชิญเหตุพื้นที่เสี่ยงภัยในสถานที่ท่องเที่ยวให้เป็นมาตรฐาน เพื่อให้จังหวัดนำไปจัดทำเป็นแผนเผชิญเหตุ โดยเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานถือปฏิบัติตามเรื่องดังกล่าวด้วย