พิธีถวายเพลิงจริง สรีรสังขารครูใหญ่ ‘หลวงพ่อคูณ’

เจ้าคุณธงชัย วัดไตรมิตร เป็นประธานจุดไฟพิธีถวายเพลิงศพครูใหญ่หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ อดีตเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา พร้อมอัญเชิญนพสูญ สิ่งสุดท้ายที่เหลือจากเมรุลอยนกหัสดีลิงค์ ที่จะเก็บไว้ในอนุสรณ์สถานหลวงพ่อคูณ

วันที่ 29 ม.ค. 62 เมื่อเวลา 22.15 น. ที่ฌาปนสถานเมรุชั่วคราว วัดหนองแวง พระอารามหลวง บนเกาะกลางน้ำหลังพุทธมณฑลอีสาน ริมถนนเลี่ยงเมืองสายขอนแก่น-กาฬสินธุ์ ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น ครูพราหมณ์ยอดแก้ว ได้ทำพิธีอัญเชิญยอดนพสูญ ยอดที่อยู่สูงที่สุดของหีบสรีรสังขารหลวงพ่อคูณลงมามอบให้กับทางมหาวิทยาลัยขอนแก่น ซึ่งยอดนพสูญนี้จะเป็นเพียงเศษส่วนเดียวที่จะเหลือจากการถวายเพลิง เพื่อให้ทามหาวิทยาลัยขอนแก่นได้นำไปเก็บรักษาภายในอนุสรณ์สถาน พร้อมกับอัฐบริขาร ข้าวของเครื่องใช้ของหลวงพ่อคูณทั้งหมด

จากนั้น พระพรหมมังคลาจารย์ ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 8 วัดไตรมิตรวรวิหาร กรุงเทพมหานคร เป็นประธานจุดเตาสรีรสังขารหลวงพ่อคูณ ซึ่งตั้งอยู่ชั้นล่างในเมรุลอยนกหัสดีลิงค์เทินบุษบกบนยอดเขาพระสุเมรุ จากนั้น รศ.ดร.กิตติชัย ไตรรัตนศิริชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น รองศาสตราจารย์นายแพทย์ชาญชัย พานทองวิริยะกุล พลตรี สมชาย ครรภาฉาย ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 23 นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น และนายสมศักดิ์ ปะริสุทโธ เหมธานนท์ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ขึ้นประจำแท่นจุดลูกหนูเพลิง จากนั้นพระสงฆ์ 4 รูป สวดยอดมุขทำนองอีสานหน้าไฟจนเสร็จสิ้นพิธีถวายเพลิงศพครูใหญ่พระเทพวิทยาคม

โดยบรรยากาศขณะประกอบพิธีถวายเพลิงนั้น สาธุชนที่หลั่งไหลเข้ามาโดยฝ่าด่านของทางเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเข้ามานั่งอยู่รอบฌาปนสถานเพื่อรอชมพิธีถวายเพลิง ทันทีที่เริ่มจุดไฟถวายเพลิงและจุดไฟลูกหนู สาธุชนต่างพนมมือไหว้และกล่าวคำว่าสาธุ ก่อนที่เปลวเพลิงจะโหมลุกไหม้ตั้งแต่ยอดบุษบกและเข้าสู่หัวนก ลำตัวนก จนมอดไหม้ทั้งหมดไปพร้อมกับสรีรสังขารหลวงพ่อคูณที่อยู่ภายเตาเผาจนมอดไหม้ทั้งหมด ซึ่งใช้เวลาประมาณ โดยระหว่างที่เปลวเพลิงกำลังโหมลุกไหม้นั้น สาธุชนต่างหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาบันทึกภาพทั้งวีดีโอและภาพนิ่ง เพื่อเก็บไว้เป็นที่ระลึกถึงหลวงพ่อคูณปริสุทโธ อดีตเจ้าอาวาส วัดบ้านไร่ อ.ด่านขุนทด จ.ขอนแก่น ซึ่งนับจากวินาทีนี้เป็นต้นไปจะเหลือเพียงชื่อ ซึ่งกลายเป็นตำนานที่มีประชาชนและศิษยานุศิษย์เลื่อมใสศรัทธาอยู่ทั่วทุกมุมโลก และยกให้เป็นเทพเจ้าด่านขุนทด แม้ว่าจะจากโลกนี้ไปแต่ศิษยานุศิษย์ทุกคนยังเชื่อว่าหลวงพ่อคูณไม่ได้จากไปไหน ยังคงอยู่ในหัวใจทุกคน พร้อมหลักคำสอนที่ทุกคนน้อมนำไปปฏิบัติในชีวิตประจำวัน

นางเกสร เหล่าอรรคะ เจ้าหน้าที่งานบริการพยาบาล โรงพยาบาลศรีนครินทร์ จ.ขอนแก่น ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวหลังพิธีถวายเพลิงว่า ในวันนี้ถึงร่างท่านจะขึ้นสู่สรวงสวรรค์แล้ว แต่ในใจขอทุกคนยังเชื่อว่าทุกดวงใจยังคงมีท่านอยู่ในใจเสมอ สิ่งที่ท่านสอนตั้งแต่ยังไม่ละสังขาร แม้กระทั่งท่านละสังขารท่านก็ยังเป็นครูใหญ่สอนคน สอนนักศึกษาแพทย์ ให้สาธุชนและนักศึกษาได้รู้จักสัจธรรมของโลก เกิดขึ้น ตั้งอยู่และดับไปเป็นเรื่องธรรมดา อย่าไปยึดติดกับทุกสิ่ง แต่ให้ยึดถือปฏิบัติหมั่นทำความดี สร้างบุญสร้างกุศล แล้วชีวิตจะประสบความสำเร็จ

ทัพนางสีดา ฆ่านกหัสดีลิงค์ฯ ส่งดวงวิญญาณ ‘หลวงพ่อคูณ’ สู่สรวงสวรรค์

ทัพนางสีดา ฆ่านกหัสดีลิงค์ฯ ส่งดวงวิญญาณหลวงพ่อคูณ สู่สรวงสวรรค์ ขณะที่ “ลุงตุ่” ทอดผ้ามหาบังสุกุล และประกอบพิธีขอขมาสรีรสังขารเพื่อเตรียมประกอบพิธีถวายเพลิงในเวลา 22.15 น.

วันที่ 29 ม.ค. 62 เมื่อเวลา 18.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันโอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในการประกอบพิธีทอดผ้ามหาบังสุกุล ในการถวายเพลิงสรีระสังขารพระเทพวิทยาคมหรือหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ อดีตเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ซึ่งมหาวิทยาลัยขอนแก่น หรือ มข. ร่วมกับวัดหนองแวงพระอารามหลวงได้จัดพิธีขึ้นที่ฌาปนสถานชั่วคราววัดหนองแวงพระอารามหลวง ภายในเกาะกลางน้ำ ด้านหลังพุทธมณฑลอีสานขอนแก่น

โดยหลังจากพิธีทอดผ้ามหาบังสุกุลแล้วเสร็จเป็นขั้นตอนของการฆ่านกหัสดีลิงค์เทินบุษบกบนยอดเขาพระสุเมรุ ตามขนบธรรมเนียมประเพณีโบราณอีสาน โดย กองทัพนางสีดาที่เดินทางมาปราบนกหัสดีลิงค์เทินบุษบก หลังจากเตรียมความพร้อมรอฤกษ์ฆ่านกหัสดีลิงค์ ที่กำลังส่งเสียงร้องกึกก้องไปทั่วทั้งป่าหิมพานต์ บนยอดเขาพระสุเมรุ

โดยทันทีที่ถึงฤกษ์ฆ่านกหัสดีลิงค์ ผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นอาญา 4 ประกอบด้วย เจ้าเมือง,อุปราช,ราชวงศ์และราชบุตร พร้อมด้วยขบวนทัพที่จัดตามรูปแบบโบราญราชประเพณี ด้วยขบวนทัพ 50 คน โดยนางสีดานั่งบนเสลี่ยง และมีผู้ถืออาวุธประจำกายคือธนู เดินนำหน้า โดยเมื่อนางสีดาเดินเข้าไปบนเขาพระสุเมรุในป่าหิมพานต์ก็พบกับนกหัสดีลิงค์เทินบุษบก ที่กำลังส่งเสียงกึกก้องทั่วทั้งป่า ก่อนที่จะเกิดการต่อสู้ระหว่างทัพนางสีดา กับนกหัสดีลิงค์ ก่อนที่นางสีดาได้ใช้อาวุธประจำกายคือธนูยิงเข้าที่ลำตัวของนกหัสดีลิงค์ ก่อนที่อาญา 4 และแม่ทัพ ได้ช่วยกันใช้หอกแทงนกหัสดีลิงค์จนตาย และแน่นิ่งไป

โดยเมื่อนกฯ ถูกลูกศรและหอกแทงจนตายแล้วนั่นได้มีเลือดไหลออกมาที่หน้าอก อีกทั้งยังคงมีอุจจาระออกมาเป็นผลไม้มงคลให้นางสีดานำกลับไปที่เมืองตัวเองที่อุบลราชธานี ทั้งนี้ทันทีหลังจากฆ่านกหัสดีลิงค์เสร็จสิ้นพิธีกรรม โดยใช้เวลาประมาณ 20 นาที ซึ่งผลไม้ที่ออกมาทางด้านหลังนั้นจะอุปมาเป็นอุจจาระของนกหัสดีลิงค์ ถือว่าเป็นของมงคลที่ทางครูบาอาจารย์ได้หลงเหลือไว้ให้ชิ้นสุดท้าย และของมงคลเหล่านี้ก็จะสงวนเก็บไว้ภายในอนุสรณ์สถานพร้อมอัฐบริขารต่างๆ ของหลวงพ่อคูณต่อไป ขณะที่กองทัพนางสีดาหลังจากฆ่านกแล้วได้เดินทางกลับ จ.อุบลราชธานีทันที

ภายหลังจากเสร็จสิ้นพิธีกรรมฆ่านกหัสดีลิงค์ แล้วเสร็จ เป็นการรำสํสการ (อ่านว่าสัง-สะ-กาน) บูรพาจารย์ พระเทพวิทยาคม โดยนักศึกษาของคณะศิลปกรรมศาสตร์ มข. จำนวน 99 คน และพิธีขอขมาครูใหญาหลวงพ่อคูณ ด้วยเครื่องสักการะ 25 ชุด โดยผู้ขอขมาท่านแรกคือ นายณรงค์ชัย อัครเศรณี นายกสภามหาวิทยาลัยขอนแก่น ตามด้วย รศ.ดร.กิตติชัย ไตรรัตนศิริชัย อธิการบดี มข. และ รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยขอนแก่น จากนั้นผู้บริหารยืนเรียงเป็นวงกลมรอบนกหัสดีลิงค์ โดยมีพระครูสีลสาราภรณ์ และพระอาจารย์จารย์รูธรรมยอดแก้ว ดำเนินพิธีขอขมา โดยมี นักศึกษาคณะแพทยศาสตร์ และนักศึกษาศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพ ก้มกราบสรีรสังขารพร้อมผู้บริหารทั้งหมดเป็นอันเสร็จพิธี

ท่ามกลางสาธุชนที่ฝ่าด่านเจ้าหน้าที่ทะลักเข้าภายในงานเพื่อต้องการมาเห็นพิธีใกล้ๆ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ไม่สามารถปิดกั้นแรงศรัทธาได้จึงปล่อยให้เข้าไป และคอยดูแลความเรียบ ก่อนที่จะเชิญที่คนที่เข้ามาให้ออกจากพื้นที่เพื่อเตรียมประกอบพิธีถวายเพลิงครูใหญ่พระเทพวิทยาคมในเวลา 22.15 น. ตามกำหนดการต่อไป รวมพิธีกรรม พร้อมรำถวายหลวงพ่อคูณและขอขมาสรีรสังขาร ใช้เวลาทั้งสิ้น ประมาณ 1 ชั่วโมง

ตํานาน “นกหัสดีลิงค์” จะมีส่วนหัวเป็นช้าง ตัวเป็นนกขนาดใหญ่ มีกำลังมหาศาล มาจากตำนานโบราณของนครตักกะศิลาเชียงรุ้งแสนหวีฟ้ามหานคร เมื่อพระมหากษัตริย์แห่งนครนั้นถึงแก่สวรรคต ต้องอัญเชิญพระศพออกไปฌาปนกิจที่ทุ่งหลวง มีนกหัสดีลิงค์ซึ่งกิน เนื้อสัตว์เป็นอาหารบินมาจากป่าหิมพานต์ จึงบินโฉบลงมาเอาพระศพไป เมื่อพระมหาเทวีเห็นเช่นนั้นก็ประกาศให้คนดี เข้าต่อสู้เพื่อเอาพระศพคืนมา นางสีดาจึงเข้ารับอาสาต่อสู้นกหัสดีลิงค์ โดยใช้ศรอาบยาพิษยิงนกหัสดีลิงค์ถึงแก่ความตาย ตกลงมาพร้อมพระศพ พระมหาเทวี จึงโปรดสั่งให้ช่างทำเมรุคือหอแก้วบนหลังนกหัสดีลิงค์ แล้วถวายพระเพลิงไปพร้อมกัน หลังจากนั้นมาจึงได้ถือเอาประเพณีทำนกหัสดีลิงค์ประกอบเมรุของชั้นเจ้านาย ตามความเชื่อที่ว่า นกหัสดีลิงค์ สามารถนำดวงวิญญาณของผู้ตายไปสู่สวรรค์ได้

สำหรับ “นกหัสดีลิงค์” ที่จัดสร้างเพื่อรองรับบุษบกบรรจุสรีรสังขารหลวงพ่อคูณจะแตกต่างจากงานทั่ว ๆ ไป เพราะทำด้วยกระดาษ โทนสีขาว สื่อถึงความเรียบง่าย สมเกียรติ และยังสื่อถึงความบริสุทธิ์ เพื่อส่งควง วิญญาณหลวงพ่อคูณสู่สรวงสวรรค์ ยกเว้นส่วนบนยอดฉัตรนกหัสดีลิงค์จะเป็นสีทอง โดยมีกลไกให้นก สามารถเคลื่อนไหวส่วนต่าง ๆ ได้ ส่วนฐานบุษบกจะสร้างเป็นรูป 8 เหลี่ยม กว้าง 16 เมตร สูง 3 ชั้น เมื่อรวมความสูงถึงยอดจะสูง 22 เมตร 60 เซนติเมตร หรือเทียบเท่าตึก 5 ชั้น บริเวณราวบันได 4 ด้าน ในแต่ ละชั้นจะประดับตกแต่งด้วยงานปั้นพญานาคหนึ่งเศียร พร้อมประดับตกแต่งด้วยสัตว์หิมพานต์สีขาวทั้ง 4 ทิศ เพื่อให้บรรยากาศเหมือนอยู่บนเขาพระสุเมรุ

ส่วน “นางสีดา” ผู้ฆ่านกหัสดีลิงค์ตามตำนานดังกล่าว ไม่ใช่พระมเหสีของพระราม ในรามเกียรติ แต่เป็นนางสีดา ตามตำนานที่เชื่อว่ามีอยู่จริง เพราะจากการสืบทราบจากงานวิจัยในอีสานนั้น พบว่านางสีดา ถูกสร้างขึ้น สอดคล้องตามตำนาน เป็นนางสีดาสืบเชื้อสายจากเมืองอุบลราชธานี ซึ่งเป็นที่นับถือของชาวอีสาน ในงาน พิธีของหลวงพ่อคูณ จะใช้นางสีดา ซึ่งสืบสายเชื่อจากเมืองอุบลราชธานี ซึ่งจากการวิจัยที่มีหลักฐาน พบว่า การฆ่านกหัสดีลิงค์เป็น แม่สุกัน ปราบวัย และ แม่มณีจันทร์ ผ่องศรี อายุกว่า 90 ปี นั้นได้เสียชีวิตแล้ว จึงถือ เป็นผู้สืบเชื้อสายนางสีดาที่ฆ่ายกหัสดีลิงค์มากที่สุด

เมื่อ แม่มณีจันทร์ เสียชีวิต ก็มีแม่สมวาสนา ซึ่งเป็นลูกสาว ได้สืบเชื้อสาย ต่อเนื่องมา ซึ่งถ้านับถึงยุคปัจจุบัน คือมีการสืบเชื้อสายมาทั้งหมด 6 คน โดยคนล่าสุดและยังคงมีชีวิตอยู่นาง เมทินี หวานอารมณ์ หรือเมย์ ปัจจุบัน ดำรงตำแหน่งนักวิชาการตรวจสอบภายใน ชำนาญการพิเศษ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานีเขต 3 ซึ่งเป็นเหลนของ แม่มณีจันทร์ คนที่ 6 และ นางเมทินี ก็เคยผ่านการฆ่านกหัสดีลิงค์มาแล้วเช่นกัน

ประชาชนแน่น! ร่วมพิธีฌาปนกิจหุ่นขี้ผึ้ง ‘หลวงพ่อคูณ’ ที่วัดบ้านไร่

ประชาชนหนาแน่น! แห่เข้าร่วมพิธีฌาปนกิจหุ่นขี้ผึ้ง ‘หลวงพ่อคูณ’ ที่วัดบ้านไร่

วันนี้(29 ม.ค.) ที่วัดบ้านไร่ ต.กุดพิมาน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา มีพิธีบำเพ็ญกุศลและวางดอกไม้จันทน์ หุ่นขี้ผึ้ง สรีระ (จำลอง) ครูใหญ่พระเทพวิทยาคม หรือ หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ อดีตเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ เวลา 17.00 น. ได้ประกอบพิธีทอดผ้าไตรบังสุกุลจำนวน 41 ไตร โดยมีนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานทอดผ้าไตรมหาบังสุกุล พระธรรมเจดีย์ รักษาการเจ้าคณะภาค 11 วัดทองนพคุณ เป็นองค์ชักผ้ามหาบังสุกุล พร้อมด้วยพระภิกษุสงฆ์ นักการเมือง ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ และสาธุชนทั้งชาวไทย และชาวต่างชาตินับหมื่นคน เข้าร่วมพิธีฌาปนกิจหุ่นขี้ผึ้งสรีระ (จำลอง) หลวงพ่อคูณ

นอกจากนี้ คณะสงฆ์ และสาธุชนจำนวนมากได้ทยอยต่อแถวขึ้นวางดอกไม้จันทน์บนเมรุลอย 9 ยอด โดยจะมีพิธีฌาปนกิจสรีระ (จำลอง) หลวงพ่อคูณ ในเวลา 23.00 น. ทางวัดบ้านไร่ได้มอบวัตถุมงคลหลวงพ่อคูณ รุ่นพินัยกรรม และรุ่นเสกตะกรุด พร้อมคำสอนของหลวงพ่อคูณให้กับผู้เข้าร่วมพิธีทุกคนด้วย

ในช่วงเช้าวันพรุ่งนี้ (30 ม.ค.62) ทางวัดบ้านไร่จะมีพิธีเก็บเถ้าสรีระ (จำลอง) และพิธีลอยเถ้าสรีระ (จำลอง) หลวงพ่อคูณ ภายในสระน้ำวัดบ้านไร่ ต.กุดพิมาน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา