‘ประยุทธ์’ ลั่นไม่ขอเจรจา ‘ทักษิณ’ ย้ำยึดกฎหมาย

นายกรัฐมนตรี ยืนยัน ไม่มีแนวคิดเจรจา นายทักษิณ ชินวัตร ย้ำรัฐบาลยึดหลักกฎหมาย พร้อมแนะหากคิดว่าไม่ผิด ขอให้กลับมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ปฏิเสธในข้อเสนอของนายยงยุทธ ติยะไพรัช ผู้สนับสนุนพรรคเพื่อชาติ ที่ให้ คสช.เจรจากับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เพื่อความปรองดอง โดยมองว่าเรื่องดังกล่าวไม่ใช่การสู้รบหรือทำสงคราม จึงไม่ต้องมีการเจรจา อีกทั้งย้ำจุดยืนของรัฐบาลที่ไม่เจรจากับคนหลบหนีคดี พร้อมแนะอีกฝ่ายให้กลับมาต่อสู้ตามกระบวนการทางกฎหมาย หากคิดว่าไม่ได้กระทำผิด

ขณะที่ฝ่ายนายทักษิณ ยังคงเคลื่อนไหวในโซเชียลมีเดีย โดยล่าสุด ได้ทวีตข้อความผ่านทวิตเตอร์ พาดพิง พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม หลังบอกให้นายทักษิณ กลับมาเข้ากระบวนการยุติธรรม ว่าอีกฝ่ายส่งคนของตัวเองไปทำหน้าที่ในองค์กรอิสระ แถมยังมีข้อครหาในคดีนาฬิกาหรู จนกลายเป็นกระบวนการยุติธรรมแบบป้อมๆ ที่หมดความน่าเชื่อถือ ซึ่งภายหลังข้อความดังกล่าวถูกแชร์ออกไป ส่งผลให้แฮชแท็ก “กระบวนการยุติธรรมแบบป้อมๆ” ติดอันดับหนึ่งในทวิตเตอร์เมื่อวานที่ผ่านมา

ส่วนภายหลังถูกพาดพิง พลเอก ประวิตร ได้กล่าวว่า ในเรื่องคดีนาฬิกาหรู ขอให้ไปถามกับ ป.ป.ช. และไม่ทราบถึงจุดประสงค์ในการพาดพิง ขณะที่อีกฝ่ายไม่เคยนับถือตนเองเป็นพี่ และเป็นเพียงรุ่นน้องในฐานะนักเรียนเตรียมทหาร ส่วนตัวไม่มีอะไรจะฝากถึง

กรุงศรี ชวนวางแผนการเงินรับปีใหม่ กับ เพจ ‘มนุษย์เงินเดือนพันธุ์ใหม่’

กรุงศรี คอนซูมเมอร์ จัดงานสัมมนา “Money Inspiration วางแผนการเงินอย่างยั่งยืน สำหรับมนุษย์เงินเดือน” โดยเชิญ ‘ดร.พี-รพีรัฐ ธัญวัฒน์พรกุล’ เจ้าของเพจ ‘มนุษย์เงินเดือนพันธ์ใหม่’ มาให้ความรู้ทางการเงินอย่างถูกต้องแก่พนักงานกรุงศรี คอนซูมเมอร์ ซึ่งเจ้าของเพจ ‘มนุษย์เงินเดือนพันธ์ใหม่’ ย้ำว่ามนุษย์เงินเดือนทุกคนสามารถทำได้ ขอเพียงมีความมุ่งมั่น ตั้งใจจริง รู้จักวางแผน และลงมือทำอย่างจริงจัง

‘ดร.พี’ เจ้าของเพจ ‘มนุษย์เงินเดือนพันธ์ใหม่’ เผยเคล็ดลับว่า หนทางสู่การเป็นมนุษย์เงินเดือนที่มีอนาคตทางการเงินที่มีคุณภาพนั้นสามารถเป็นจริงได้ ถ้ารู้จักวางแผนชีวิต 4 ด้าน คือ การวางแผนอาชีพ, การวางแผนเกษียณ, การวางแผนด้านการเงิน และการวางแผนด้านการพัฒนาตนเอง ดังนี้

1. การวางแผนอาชีพ มนุษย์เงินเดือนทุกคนควรรู้จักคิด วางแผน และตั้งเป้าหมายสูงสุดในเส้นทางชีวิตการทำงานของตัวเอง รวมทั้งไม่หยุดพัฒนาทักษะความสามารถและขวนขวายหาความรู้อยู่เสมอ เพื่อประสบความสำเร็จในการทำงานและเติบโตในหน้าที่การงานอย่างเหมาะสม

2. การวางแผนเกษียณ ควรวางแผนและกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนในการเกษียณอายุการทำงาน ควบคู่ไปกับการวางแผนอาชีพในปัจจุบันของตัวเอง และจงลงมือทำอย่างไม่รีรอ เพราะถ้าคุณมีเป้าหมายและแผนเกษียณการทำงานที่ชัดเจน จะทำให้คุณเกษียณอายุไปแล้วยังมีอาชีพรองรับ สามารถเลี้ยงตัวเองได้ และไม่สร้างภาระให้กับครอบครัว

3. การวางแผนด้านการเงิน ทำตามแนวทางได้โดย

  • รู้งบการเงินด้วยการจดบันทึกรายรับ-รายจ่าย เพื่อวางแผนการเงินของตัวเองได้อย่างมีทิศทาง
  • แบ่งหนี้เป็น 3 ประเภทเพื่อให้ง่ายในการจัดสรร คือ หนี้สินที่เกิดจากความจำเป็น, หนี้สินที่เกิดจากสิ่งไม่คาดคิด และหนี้สินที่เกิดจากความอยากได้-อยากมี โดยต้องอยู่บนพื้นฐานด้านความจำเป็นในการใช้ชีวิตของตนเอง
  • หารายได้เสริมซึ่งหากไม่รู้จะเริ่มต้นหารายได้เสริมอย่างไร ลองทำตามคำแนะนำดังนี้ ลองสำรวจความถนัดและความสามารถของตัวเองเพราะด้วยทักษะที่เรามีทำให้ไม่ต้องลงทุน, หาจากคนรู้จักที่อยู่ในแวดวงชีวิตของตนเอง และหาจากโอกาสหรือช่องทางใหม่ๆที่มองเห็น
  • ควบคุมรายจ่ายด้วยหลักการ ’คิดก่อนควัก’และแบ่งรายจ่ายเป็น 3 ประเภท คือ รายจ่ายที่จำเป็นต้องใช้, รายจ่ายที่เป็นความสะดวกที่ควรมี และรายจ่ายที่เป็นความอยากมี-อยากได้

4. การวางแผนด้านการพัฒนาตนเอง ควบคู่ไปกับการวางแผนเรื่องอาชีพคือการวางแผนพัฒนาตนเองยิ่งคุณมีทักษะในอาชีพของตัวเองมากเท่าไหร่ก็ย่อมช่วยสนับสนุนให้เกิดความก้าวหน้าในอาชีพการงานของตัวเองมากเท่านั้น และด้วยความสามารถที่มียังอาจช่วยต่อยอดการทำงานและช่วยสร้างโอกาสให้กับตัวคุณเองได้อีกด้วย

Wacthdog แฉ! พลทหารอั้มและแม่ถูกจัดฉาก คดีทารุณหมา

WATCHDOG THAILAND เปิดถึงคดีทารุณหมา แฉ! พลทหารอั้มและแม่ถูกจัดฉาก

จากกรณี พลทหารจักรพรรณ กลมแก้ว หรือน้องอั้ม ได้ออกมาเผยแพร่เรื่องราวน่าสงสารของสุนัข กับ เพจ WATCHDOG THAILAND ว่ามีผู้บังคับบัญชาสั่งให้ทารุณหมา หลังจากที่ไม่พอใจที่ถูกวิ่งไล่ในค่าย ล่าสุดเมื่อวันอังคารที่ 8 มกราคม 2562 สัตวแพทย์หญิง ภัทรนันทร์ สัจจารมย์ สัตวแพทย์และผู้ช่วยฝ่ายกฏหมาย WATCHDOG THAILAND (WDT)

คุณขนม-ศรัญญา ปุรินทราภิบาล เจ้าหน้าที่แอดมิน WDT และคุณนวลจันทร์ ทองงาม อาสาประชาชน WDT จังหวัดลพบุรี ได้เดินทางมาเปิดเผยข้อมูลแก่รายการเจาะประเด็น ทางช่อง 8 โดยมี ต่วย-ภคพงศ์ อุดมกัลยารักษ์ เป็นพิธีกรดำเนินรายการ ถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น

จากในคลิปที่สุนัข 2 ตัวถูกทรมาน ไม่ทราบว่าได้คลิปนี้มาจากไหน

คุณขนม แอดมิน WDT : เมื่อวันที่ 3 มกราคม ได้คลิปนี้มาจากการร้องเรียนของน้องอั้มซึ่งอยากขอความเป็นธรรมให้กับสัตว์ เพราะมีผู้ใหญ่ค่ายของเขาทำเกินกว่าเหตุ เพราะน้องหมา 2 ตัวถูกมัดแล้วจับตากแดดมองว่ามันเป็นการทารุณแล้วเขาเห็นเลยทนไม่ได้ แต่ขอว่าอย่าเปิดเผยชื่อของเขา และก็ให้เบอร์ติดต่อมา ซึ่งก่อนหน้าน้องได้ส่งเรื่องไปหลายๆที่ แต่ไม่ได้รับการตอบรับ เลยติดต่อมาที่เพจ WATCHDOG THAILAND เพื่อให้พวกเราช่วยเหลือสัตว์

แล้วตอนนี้เรื่องราวมันบานปลายได้อย่างไร

สัตวแพทย์หญิง : มันบานปลายตรงที่มีคำพูดที่มันขัดแย้งกันว่าน้องอั้มไม่ได้แจ้ง มีการจัดฉากให้ผู้เกี่ยวข้องยืนยันว่าน้องอั้มไม่ได้แจ้ง น้องไม่ได้ถูกลงโทษซึ่งเป็นการเข้าใจผิดกัน ซึ่งองค์กรเราเป็นองค์กรกลาง ไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียใดใด เราทำเพื่อประชาชนไม่จำเป็นต้องบิดเบือน เราเลือกทำทุกคดี ไม่ได้เลือกทำบางคดี

ได้มีโอกาสไปเจอน้องอั้มตอนไหน

คุณขนม แอดมิน WDT : เคสนี้ไม่ได้ลงพื้นที่แต่ประสานโดยตรงกับน้องอั้ม พอรับเรื่องเช้ามาก็โทรหาน้องทันที น้องจะบอกตลอดว่าผมแอบคุย เพราะกลัวว่าคนรอบข้างจะได้ยิน ซึ่งเวลาเราคุยจะมีโค้ดลับกัน และในช่วงวันที่ 3 และ 4 มกราคม ช่วงนั้นน้องจะโทรมาหาบ่อย บอกทางเราน้องจะติดต่อมาเองเพื่อความปลอดภัยของเขา วันนั้นน้องโทรมาเล่าว่าตอนนี้มีคนสงสัยผมแล้ว เริ่มตีวงแคบมาแล้ว เพราะมีเพื่อนในที่เกิดเหตุเห็นว่าอั้มถือโทรศัพท์ และคืนนั้นก็มีการรวมพลลงโทษ โดยให้ใส่ชุดทหารแบกปืนวิ่งในบริเวณกรมฯ จนถึงตี2

กรณีคุณนวลจันทร์ที่กำลังถูกกล่าวหาว่ากีดกันไม่ให้แม่ไปพบกับอั้ม ช่วยเล่าให้ฟังหน่อย

สัตวแพทย์หญิง : วันนั้นแม่แจ้งเรามาว่าเข้าไปในค่ายไม่ได้ จะให้ทำอย่างไรดี ทางเราก็เลยติดต่อประสานงาน เราเลยติดต่อทางผู้ใหญ่ว่าจะต้องให้คุณแม่เข้าพบน้องอั้มให้ได้ แต่ทุกอย่างต้องเป็นไปตามขั้นตอน โดยได้แจ้งทางตำรวจให้พาเข้าไป

คุณนวลจันทร์ : วันนั้นทาง WATCHDOG ได้แจ้งมาว่าให้ไปดูแลแม่ เพราะแม่อั้มเข้าค่ายทหารไปเยี่ยมลูกไม่ได้ หลังจากนั้นแม่ก็บอกว่าติดต่ออั้มไม่ได้มา 2 วัน ขณะนั้นกำลังอยู่หน้าค่าย ทางเพจให้นวลพาแม่ไปพักที่รีสอร์ทข้างๆค่ายก่อน แม่บอกว่าเป็นห่วงลูกชายมาก ไม่อยากจะให้อยู่ที่นี่

ขณะนั้นทาง WDT ก็ติดต่อกลับมาว่าให้พาแม่เข้าไปในค่ายทหารได้แล้ว โดยจุดนัดหมายที่สถานีตำรวจ ไม่ได้เป็นตามข่าวเลยที่บอกว่าเราพาแม่ไปแจ้งความ ซึ่งจริงๆแล้วเราพาไปที่สถานีตำรวจเพื่อเป็นจุดนัดพบเข้าไปหาน้องอั้ม ขณะนั้นนวลบอกให้แม่รอที่โต๊ะก่อน แล้วเราก็ขึ้นไปพบผกก. พอลงมาก็ไม่เจอแม่และญาติน้องอั้มแล้ว ไม่มีใครโทรบอกนวลเลย นวลไม่ได้กักตัวเพราะกล้องวงจรปิดก็มี แต่พอเรามาเห็นคลิปแถลงข่าวเลยคิดว่าน่าจะมีคนพาแม่ไป

คุณหมอเห็นคลิปนี้แล้วรู้สึกอย่างไร เพราะมันไม่ตรงกันกับที่ร้องเรียนมายัง WDT เพราะในคลิปแม่อั้มแถลงข่าวว่าลูกชายอยู่ดีมีสุข

สัตวแพทย์หญิง : คือเราทราบจากน้องอั้มมาก่อนหน้านี้แล้วว่าเดี๋ยวจะมีทหารจากลพบุรี นำคุณแม่มาแถลงข่าวอะไรบางอย่าง แต่เราจะขอชี้แจ้งตรงนี้จากผู้ใหญ่เองว่า กองทัพบกไม่มีนโยบายออกแถลงข่าวใดๆ ไม่มีการอนุญาตให้ออกมาให้ข่าวกับสื่อ ทหารจะปกป้องคุณแม่และน้องอั้ม ซึ่งเป็นพยานในคดีนี้จนถึงที่สุด และอย่างไรก็ตามหากมีใครที่ทำเกินกว่าเหตุ ทำนอกเหนือจากคำสั่งผู้บังคับบัญชาการจะต้องได้รับโทษทุกคนไม่มีข้อยกเว้น ข้อนี้เราขอยืนยัน ส่วนที่มีการแถลงข่าวเราให้ประชาชนคิดเองค่ะว่า ทำไมต้องมีการบิดเบือนความจริงในเมื่อไม่ได้มีคำสั่งออกมาจากผู้บังคับบัญชาการ

ทำไมถึงคิดว่าการแถลงข่าวนั้นเป็นการจัดฉาก

สัตวแพทย์หญิง : น้องบอกเรามาอยู่แล้วค่ะว่าเดี๋ยวจะมีการนำคุณแม่มาสัมภาษณ์ตรงนี้ ผมจะต้องมานั่งเขียนคำสารภาพแล้วให้ผมคัดลอก เหมือนมีหนังสือมาให้น้องเขียนลอกตามว่าไม่ได้เป็นการทารุณกรรมสัตว์ แต่เป็นความเข้าใจผิด ส่วนสิ่งที่คุณแม่ออกมาพูดเราเข้าใจได้ค่ะว่า แม่ทุกคนรักลูก เลยออกมาปกป้องลูก เพราะรู้สึกถึงความไม่มั่นคงของลูก หากสิ่งไหนที่แม่ทำแล้วจะทำให้ลูกปลอดภัย แม่ก็จะทำ อันนี้เราเข้าใจ

ทางครอบครัวน้องอั้มออกมายืนยันว่าไม่มีการลงโทษ

สัตวแพทย์หญิง : ลงโทษรึเปล่า ตอนนี้น้องอั้มก็หัวโล้นแล้วค่ะ ทั้งกองก็ถูกลงโทษทั้งหมด สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดกับน้อง แล้วน้องมาแจ้งเรา เราก็รายงานทั้งหมด เราปกป้องพยานทุกคน สิ่งที่เราคำนึงคือ ความปลอดภัยของพยาน เราได้ติดต่อไปยังกองทัพบกเพื่อนำน้องมายังที่ปลอดภัย เพราะสิ่งที่เขาทำต้องไม่ได้รับการลงโทษ

คุณขนม เจ้าหน้าที่แอดมิน : น้องอธิบายว่าตอนนั้นที่แม่ออกมาแถลงข่าวเพราะแม่ยังไม่รู้ความจริงทั้งหมดว่า WATCHDOG ทำทั้งหมดเพื่อปกป้องแม่และตัวอั้มเอง ซึ่งก่อนหน้านั้นแม่เข้าใจผิดว่าทางเรากำลังให้ครอบครัวตกที่นั่งลำบาก แต่ความจริงตอนนี้แม่ได้รู้หมดแล้ว ค่ะ ว่าพวกเราไม่ได้ทำลายแม่และทำลายอั้ม

น้องก็บอกด้วยว่าผมพลาดเอง ผมน่าจะบอกแม่ว่าอย่าไปไหนกับใครทั้งสิ้น ในวันนั้นที่น้องกำลังคุยกับเรา น้องบอกว่าผมต้องวางสายก่อนนะ ถึงคิวผมแล้วที่ต้องไปโกนหัว เหมือนทุกอย่างบีบอั้มให้สารภาพเพราะเพื่อนๆต้องโดนลงโทษด้วย อยากให้อั้มออกมาสารภาพว่าเป็นคนที่ส่งคลิปออกไปใช่หรือไม่เพราะทำให้เสียหายทั้งค่าย

เพื่อให้เกิดการเป็นธรรม พลเอก อภิรัชต์ คงสมพงษ์ เป็นผู้บัญชาการทหารบก(ผบ.ทบ.) ได้ออกมาชี้แจงกรณีนี้และได้บอกว่าเรื่องของสุนัขเป็นเรื่องอ่อนไหวเพราะสังคมไทยเป็นสังคมที่มีความเมตตาต่อสัตว์ ผมเองก็เป็นคนรักสุนัขเช่นกันเข้าใจทุกฝ่าย ซึ่งล่าสุด

1. ได้โอนพลทหารอั้มมายังกรุงเทพเป็นที่เรียบร้อยและไม่มีการทำโทษใดใดทั้งสิ้น

2. ลงโทษทางวินัยผู้สั่งการฐานไม่กำกับการดูแลและขาดคุณธรรม ไม่ลงในรายละเอียดหรือวิธีการปฏิบัติจนทำให้เกิดปัญหา

3. ได้ลงโทษ / ลงทัณฑ์ผู้ปฎิบัติ/ผู้รับคำสั่ง ซึ่งทำเกินกว่าเหตุ ถึงแม้ได้รับคำสั่งก็ตาม แต่ขาดซึ่งวิจารณญาณและเมตตาธรรม

4. ให้นำสุนัขทั้ง 2 ตัว มาเลี้ยง และ รักษาพยาบาล ให้อยู่ในความดูแลและรับผิดชอบของหน่วย โดยให้ส่งภาพรายงานมาทุกสัปดาห์