โซเชียลแห่ให้กำลัง ‘ผู้กองจอย’ บาดเจ็บจากเหตุคาร์บอม อ.เทพา

โซเชียลชื่นชม ‘ผู้กองจอย’ พร้อมให้กำลังใจ หลังได้รับบาดเจ็บจากเหตุระเบิดคาร์บอมใกล้หน่วยเฉพาะกิจสงขลา

จากเหตุการณ์ลอบวางระเบิดคาร์บอมใกล้กับหน่วยเฉพาะกิจสงขลาซึ่งเป็นฐานของตชด.43 เมื่อเช้านี้ซึ่งทำให้มีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ2นาย คือ ร.ต.ท.สมนึก แก้วหมุน ผู้บังคับหมวดกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 43 เย็บ 10 เข็มส่งโรงพยาบาลเทพา และ ร.ต.อ.หญิง สินีนาถ คงพุทธ ผู้บังคับหมวดกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 43 สังกัดหมวดแพทย์ ถูกสะเก็ดระเบิดบริเวณหน้าอกซ้ายส่งตัวไปยังโรงพยาบาลยะลา

โดย ร.ต.อ.หญิง สินีนาถ คงพุทธ นั้นเป็นผู้กองหญิงที่โด่งดังและมีเสียงชื่นชมในโลกโซเชียลเป็นอย่างมาก เพราะนอกจากจะปฏิบัติหน้าที่อย่างกล้าหาญในพื้นที่เสี่ยงที่หน่วยเฉพาะกิจสงขลา อ.เทพา แล้ว ยังเป็นผู้กองที่มีบุคลิคดีและหน้าตาสวย ซึ่งหลังจากที่มีข่าวว่าผู้กองสินีนาถ ได้รับบาดเจ็บจากเหตุระเบิดครั่งนี้ก็มีผู้คนแสดงความห่วงใยผ่านเฟซบุ๊กของเธอเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ให้เธอปลอดภัยและหายจากอาการบาดเจ็บโดยเร็ว

5 วิธีการเอาตัวรอด กรณีเกิดอุบัติเหตุรถจมน้ำ

กองปราบขอแนะนำ 5 วิธีการเอาตัวรอดในกรณีเกิดอุบัติเหตุรถจมน้ำ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเพจเฟซบุ๊ก กองปราบปราม ได้เผยแพร่วิธีการเอาตัวรอดจากอุบัติเหตุรถจมน้ำ โดยมีข้อความระบุว่า กรณีเกิดอุบัติเหตุแล้วรถตกลงไปในน้ำ เป็นอุบัติเหตุที่ผู้ขับขี่ส่วนมากไม่คาดฝันว่าจะเจอ และหลายรายไม่ทราบว่าควรปฏิบัติอย่างไร วันนี้กองปราบขอแนะนำ 5 วิธีการเอาตัวรอดในกรณีเกิดอุบัติเหตุรถจมน้ำ

1. เมื่อรถตกลงไปในน้ำ สิ่งที่สำคัญสุด คือ ‘สติ’ อย่าร้องตะโกน อย่าทุบกระจกด้วยมือเปล่า ช่วงแรกที่รถจมน้ำ จะมีช่วงเวลาหนึ่งก่อนที่รถจะจมทั้งคันให้ผู้ขับขี่ได้ตั้งสติ จากนั้นเริ่มปลอดเข็มขัดนิรภัย ปลอดล๊อกประตูทุกบาน

2. เมื่อรถตกลงไปในน้ำ แรงดันน้ำจากนอกรถจะทำให้ไม่สามารถเปิดประตูได้ หากเปิดประตูไม่ได้ ผู้ขับขี่ต้องออกจากรถทางหน้าต่าง

3. วิธีการออกจากรถทางหน้าต่าง หากไม่สามารถเปิดกระจกได้ ให้มองหาอุปกรณ์สำหรับทุบกระจก เช่น ค้อนทุบกระจก หรือ ก้านพนักพิงศีรษะ โดยให้ทุบกระจกด้านข้างรถ เนื่องจากกระจกด้านหน้าและหลังรถเป็นกระจกนิรภัยมีความแข็งแรงมากกว่ากระจกด้านข้างรถ

4. เมื่อทุบกระจกด้านข้างแล้ว ให้พยายามสูดเอาอากาศเก็บไว้ให้ได้มากที่สุด ก่อนที่จะเอาตัวเองออกมาจากรถผ่านทางช่องหน้าต่าง

5. แต่ถ้าไม่สามารถออกจากรถทางหน้าต่างได้ ให้รอจนกว่าระดับน้ำจะเข้ามาในรถจนเกือบถึงเพดาน เพื่อให้แรงดันน้ำด้านในรถ กับด้านนอกไม่แตกต่างกันมาก จากนั้นให้สูดเอาอากาศเก็บไว้ให้มากที่สุด ก่อนที่จะเปิดประตู และออกจากตัวรถ

** อุบัติเหตุเป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิด แต่หากอุบัติเหตุในลักษณะนี้เกิดขึ้นมาจริงๆ กองปราบหวังว่า ท่านจะสามารถรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดนี้ได้อย่างปลอดภัย

ขอบคุณ กองปราบปราม

ศรีสุวรรณ ขู่ฟ้อง กกต. หากจัดเลือกตั้งไม่แล้วเสร็จ 150 วัน ตามรธน.

ศรีสุวรรณ เตือน กกต. อย่ามัวหลงเชื่อนักกฎหมายกำมะลอ ชี้ เตรียมตัวถูกฟ้องหากจัดเลือกตั้งไม่แล้วเสร็จ 150 วัน ตามรัฐธรรมนูญ

วันที่ 9 ม.ค. 2562 นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ตามที่รัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 268 กำหนดให้ กกต. ต้องดําเนินการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามรัฐธรรมนูญให้แล้วเสร็จภายใน 150 นับแต่วันที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญตามมาตรา 267 (1) (2) (3) และ (4) มีผลใช้บังคับ

ซึ่งจะครบกำหนดแล้วเสร็จภายในวันที่ 9 พ.ค.62 นี้ ซึ่งคำว่า “ให้แล้วเสร็จ” ตามรัฐธรรมนูญดังกล่าวหมายความรวมถึง วันเลือกตั้ง และวันประกาศผลการเลือกตั้งอย่างน้อย 95% ต้องแล้วเสร็จ และถึงแม้ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2561 จะมีบทเฉพาะกาลใน มาตรา 171

ให้ กกต.ตราพระราชกฤษฎีกากําหนดให้มีการเลือกตั้งทั่วไปภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส. และ พ.ร.ป.การได้มาซึ่ง ส.ว. มีผลใช้บังคับ และกำหนดให้ กกต. กําหนดวันเลือกตั้งซึ่งต้องไม่ช้ากว่า 150 วันนับแต่วันที่พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส. มีผลใช้บังคับอันเป็นเล่ห์ฉลของการเขียนกฎหมายให้ขัดแย้งกันก็ตาม แต่การตีความเพื่อยืดระยะเวลาการเลือกตั้งออกไปของ กกต.ย่อมเสี่ยงต่อการขัดรัฐธรรมนูญ

ทั้งนี้ เนื่องจากรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายแม่บทของประเทศ ซึ่งมีศักดิ์ของกฎหมายเหนือกว่ากฎหมายทั้งปวง โดยเฉพาะเหนือกว่า พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส. ดังนั้นการที่ กกต. จะมัวหลงเชื่อพวกเนติบริกร และนักกฎหมายกำมะลอของพรรคการเมืองที่เชียร์รัฐบาลทั้งหลาย ที่ออกมาเสนอแนะให้มีการเลือนเลือกตั้ง เพื่อให้รัฐบาล คสช. อยู่ในอำนาจนานขึ้น ซึ่งอาจมีผลประโยชน์แอบแฝงอยู่ด้วยนั้น

ขอให้ กกต.ทั้งหลายจงศึกษาบทเรียนในอดีตที่ผ่านมาให้จงดี เพราะเมื่อถึงเวลานั้นเนติบริกรและนักกฎหมายกำมะลอทั้งหลายก็ช่วยอะไรท่านไม่ได้ หากการดำเนินการเลือกตั้ง ส.ส.ในครั้งนี้ไม่แล้วเสร็จภายใน 150 วันได้แล้ว สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยจะเป็นองค์กรแรกที่จะรวบรวมประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งและผู้สมัคร ส.ส. ที่เสียหายจากการใช้อำนาจดังกล่าว

ดำเนินการเอาผิดต่อ กกต. ในคดีอาญาตามมาตรา 69 แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง 2560 (ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท) และตามที่กฎหมายอื่นบัญญัติโดยอาจยื่นฟ้องต่อศาลแพ่งเพื่อให้ชดใช้เงินคืนทั้งหมดจากการเลือกตั้ง

และชงเรื่องฟ้องศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตามครรลองของรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 234(1) ต่อไป แต่จะไม่ยอมตกหลุมพลางโดยไปยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความเด็ดขาด เพราะอาจจะเข้าทางผู้มีอำนาจบางคนที่หวังผลให้มีการตีความว่าการเลือกตั้งเป็นโมฆะเพื่อที่ตนจะได้อยู่ในอำนาจได้ต่อไปนั่นเอง อย่าได้หวัง