เตรียมสุ่มตรวจโรงงานต้นตอฝุ่นละออง ใน อ.อ้อมน้อย จ.สมุทรสาคร

อุตสาหกรรม จ.สมุทรสาคร ขอความร่วมมือโรงงานอุตสาหกรรมกว่า 6,000 แห่ง ควบคุมปัญหาฝุ่นละออง และเตรียมสุ่มตรวจโรงงานใน อ.อ้อมน้อย หลังพบฝุ่นควันปกคลุมพื้นที่มาก หากพบโรงงานใดเป็นต้นตอ จะดำเนินคดีทันที

ชาวจังหวัดสมุทรสาคร ประสบปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กปกคลุมพื้นที่อย่งหนัก โดยเมื่อช่วงเย็นวานนี้ (28 ม.ค. 62) สามารถวัดค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ได้ในระดับ 85 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เพิ่มขึ้นจากช่วงเช้าของวันเดียวกัน ที่วัดได้ 54 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ถือเป็นระดับที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพ

โดยพื้นที่ที่มีฝุ่นละอองปกคลุมมากที่สุด คือ บนถนนเพชรเกษม ตำบลอ้อมน้อย และบริเวณถนนพระราม 2 ในอำเภอเมืองสมุทรสาคร ซึ่งสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ได้ใช้รถน้ำพ่นฉีดน้ำเพื่อลดปริมาณฝุ่นละอองอย่างต่อเนื่อง

ด้านอุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรสาคร ขอความร่วมมือจากโรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่กว่า 6,000 แห่ง ให้หามาตรการควบคุมปริมาณฝุ่นละอองและมลพิษในอากาศ และเตรียมส่งเจ้าหน้าที่สุ่มตรวจโรงงานต่างๆ โดยเฉพาะในอำเภออ้อมน้อย หากพบมีการปล่อยฝุ่นละอองสู่อากาศปริมาณมาก จะมีการพิจารณาเอาผิดตามกฎหมาย

เปิดใช้ ฟาสแทร็ค-อาเซียนเลน รองรับนักท่องเที่ยวช่วงตรุษจีน

ประเทศไทยเตรียมเปิดช่องฟาสแทร็ก และอาเซียนเลน เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวจีน ที่จะหลั่งไหลเข้ามาเที่ยวเมืองไทยในช่วงตรุษจีนนี้

พลตำรวจโทสุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) เปิดเผยความคืบหน้ามาตรการรองรับนักท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลตรุษจีนที่จะถึงนี้ในห้วงระหว่างวันที่ 1-5 กุมภาพันธ์ นักท่องเที่ยวจีนจะหลั่งไหลเดินทางเข้ามา กว่า 300,000 คน ในส่วนมาตรการรองรับทางสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ได้มีการเตรียมความพร้อมในการเปิดช่องฟาสแทร็ก เพื่ออำนวยความสะดวกนักท่องเที่ยว       

โดยในวันที่ 29 มกราคม 2562 พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ พลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จะเดินทางมาเป็นประธาน ซึ่งจะมีการเปิดให้บริการอีวีซ่าอย่างเป็นทางการเต็มระบบ รวมทั้งเปิดช่องฟาสแทร็คและอาเซียนเลน เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวในกลุ่มอาเซียนที่จะเดินทางเข้ามาในประเทศไทย ตลอดจนอำนวยความสะดวกผู้เข้าร่วมประชุมอาเซี่ยน ซึ่งในปีนี้ประเทศไทยนั้นเป็นเจ้าภาพจัดประชุมผู้นำอาเซียน      

ซึ่งช่องฟาสแทร็ค แต่เดิมคือพรีเมี่ยมเลน แต่มีการปรับปรุงแต่เปลี่ยนชื่อให้เป็นไปตามสากล ทั้งนี้เชื่อว่าการเปิดให้บริการช่องทางดังกล่าวจะเพิ่มความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยว ทั้งชาวจีนและชาวอินเดีย ที่เป็นเป้าหมายหลักของของการท่องเที่ยวไทย ให้นะกท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาในประเทศไทย สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น

รุมจวกหนุ่มสุดอุตริ สวมเศียรพ่อแก่เต้นสายย่อ โพสต์ในแอพพลิเคชั่นดัง

คนเดือด รุมถล่มหนุ่มจากประเทศเพื่อนบ้านใส่ เศียรพ่อแก่ สิ่งศักดิ์สิทธิ์อันเป็นที่เคารพบูชาของคนไทย เต้นโชว์แบบไร้สำนึก

วันนี้ (29 ม.ค. 2562) ผู้คนในโลกออนไลน์ต่างเข้าไปแสดงความเห็น โจมตีการกระทำของชายหนุ่มกลุ่มหนึ่ง หลังมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม สวมเศียรพ่อแก่ ออกลีลาท่าทางเต้นไม่เหมาะสมประกอบเพลงลงในแอพลิเคชั่นชื่อดัง

โดยคลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่ผ่านเพจเฟซบุ๊ก  “เดินยังเซ จะไปเกเรใครเค้าได้” ที่ได้เผยให้เห็นภาพชายกลุ่มหนึ่งประมาณ 2-3 คน ซึ่งคาดว่าเป็นแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้าน สวมเสื้อและกางเกงสีน้ำเงิน หมุนเวียนผลัดเปลี่ยนกันสวมเศียร พ่อแก่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่นับถือของคนไทย ออกเต้นโชว์ท่วงท่าในลีลาสุดกวนสนุกสนาน โดยไม่มีความเคารพยำเกรงต่อสิ่งบูชาดังกล่าว

ก่อนที่ผู้โพสต์จะมีข้อความระบุว่า “คือกูเปิดแอพฯ ติกตอกเจองงเลย ของสูงนะ มึงเอา #ปู่ฤาษี มาใส่หัวแล้วเต้นแบบนี้ได้ไงวะมึงโครต…เลย เลวมึงไม่ตายดีแน่ๆ” ทั้งนี้เมื่อคลิปดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นต่อว่ากลุ่มคนที่ปรากฏในคลิปจำนวนมาก ก่อนที่จะมีคนขุดและพบว่าทั้งหมดทำงานอยู่ในพื้นที่ จ.ปทุมธานี

อย่างไรก็ดีเรื่องราวดรามาการไม่เคารพต่อเศียรพ่อแก่ในครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก เพราะก่อนหน้านี้ไม่กี่วัน  หมอปลา มือปราบสัมภเวสี ทำพิธีเผาเศียร พ่อแก่ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้คนในแวดวงศิลปะเคารพบูชา ในรายการที่เกี่ยวกับสิ่งลี้ลับรายการหนึ่ง จนทำให้ผู้คนในวงการบันเทิงจำนวนมาก รวมถึงประชาชนที่นับถือพ่อแก่ ต่างไม่พอใจ และเรียกร้องให้หมอปลาออกมาขอโทษในการกระทำดังกล่าว

ก่อนที่ไม่นานหมอปลา ก็ได้ออกมาขอโทษ พร้อมกับอ้างว่า ที่ทำไปนั้นไม่ได้ลบหลู่ แต่เป็นเพราะไปพบว่าเศียรพ่อแก่เปื้อนไปด้วยของโสโครก ข้างในยังบรรจุด้วยผ้าอนามัย และยังมีเศษกระดูกที่ถูกเผาไว้ ตนจึงเห็นว่าเศียรนี้ไม่ได้เป็นตัวแทนของพ่อปู่ ตามความเชื่อ จึงได้ทำลายทิ้ง และที่ทำไปก็เพราะต้องการเปิดโปงร่างทรงเป็นวิทยาทาน หากไม่เหมาะสมก็ขอโทษ

สำหรับ พ่อแก่ ถือเป็นบรมครูแห่งวงการศิลปะชั้นสูง ที่แวดวงศิลปะทุกแขนงนับถือบูชา เนื่องด้วยเกิดจากความเชื่อที่ว่า ในอดีต พ่อแก่หรือพระฤาษีได้เป็นผู้นำเอาศิลปะ แขนงต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการร้องรำทำเพลง หรือแม้แต่การร่ายรำ นาฏศิลป์ต่างๆ มาถ่ายทอดให้แก่มนุษย์ได้รับรู้ความงาม

ความอ่อนช้อยของศิลปะ รู้จักความอ่อนโยน รู้จักรัก รู้จักเมตตา และ การให้อภัย ก่อให้เกิดความสุขแก่มวลมนุษยชาติ ดังนั้นศิลปิน หรือผู้เกี่ยวข้องในศิลปะทุกแขนง ได้บูชาเพื่อก่อให้เกิดศิริมงคล มีความเจริญก้าวหน้าในด้านการงาน มีเสน่ห์ เมตตามหานิยมในตัว