ผู้ปกครองร้องขอความเป็นธรรม ลูกสาววัย 5 ขวบถูกโรคจิตลวงอนาจาร แต่คดีไม่คืบ

แม่ร้องหลังคดีไม่คืบ ลูกสาววัย 5 ขวบถูกโรคจิตลวงอนาจารในห้างดังพัทยา ด้านตำรวจยันทำงานเต็มที่ไม่ได้นิ่งนอนใจ เพื่อไขคำตอบและล่าตัวคนผิดมาดำเนินคดี

วันนี้ (29 ม.ค. 2562) ผู้สื่อข่าว MThai ได้ลงพื้นที่สืบหาความจริง ถึงกรณีที่มีหญิงคนหนึ่งโพสต์ข้อความผ่านเพจพัทยาทอล์ค เรียกร้องขอความเป็นธรรม หลังจากลูกสาววัย 5 ขวบถูกคนโรคจิตล่อลวงไปทำอนาจารภายในห้องน้ำห้างชื่อดังแห่งหนึ่งในเมืองพัทยา แถมจับคนร้ายได้แต่ตำรวจไม่คุมตัวดำเนินคดี โดยอ้างว่าไม่มีหลักฐานพยานเพียงพอที่จะเอาผิดคนร้ายได้ ทั้งๆ มีพยานเป็นเด็ก อายุประมาณ 7-8 ขวบที่เห็นเหตุการณ์อยู่หลายคน

ซึ่งจากการลงพื้นที่สอบถามผู้ปกครองของเด็กผู้เสียหาย ได้ความว่า ลูกสาวของตนถูกชายวัยกลางคนทำทีหยอดเงินให้ แล้วก็สอนเด้็กหญิงผู้เสียหายเล่นเกมส์ จากนั้นเงินก็หมด ชายคนนั้นจึงออกอุบายจะหยอดเกมส์ให้แต่ขอจับอวัยวะเพศ ก่อนสั่งให้ยืนแล้วก็ถอดกางเกงออก จากนั้นก็ใช้นิ้วแหย่เข้าไปในอวัยวะเพศ ยังไม่พอยังเอาหน้าซุกเข้าไปที่อวัยวะเพศอีก ซึ่งหลังเกิดเหตุได้แจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้กับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยาแล้ว แต่ยังไม่สามารถเอาผิดได้เพราะมีหลักฐานไม่เพียงพอ

อย่างไรก็ตามจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ขอเป็นคดีสุดท้ายอย่าไปเกิดกับลูกหลานใครอีก ขณะเดียวกันก็ขอให้เป็นอุทาหรณืเตือนใจผู้ปกครองอย่าปล่อยให้ลูกหลานไปเล่นกันตามลำพังในที่สาธารณะ ถึงมีคนเยอะแต่ก็ยังมีคนจิตวิตถารคอยจ้องจะก่อเหตุกับเด็กแฝงตัวอยู่ และอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งหาพยานหลักฐานให้ได้โดยเร็วเพื่อนำตัวคนร้ายมาดำเนินคดี

ด้าน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ออกมาเปิดเผยถึงคดีนี้ว่า เบื้องต้นได้ทำการสอบสวนผู้ปกครองของผู้เสียหาย รวมถึงพยานที่เห็นเหตุการณ์ไว้แล้ว เพื่อใช้เป็นพยานหลักฐานประกอบกับการดำเนินคดีของผู้ต้องหา ซึ่งเบื้องต้นทราบตัวผู้ต้องหาแล้ว แต่ต้องรอให้พนักงานสอบสวน ทำการรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงรอผลการตรวจที่เกี่ยวข้องมาประกอบคดี จากนั้นจึงดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อออกหมายจับผู้ต้องหามาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ได้รายงานให้ผบ.ตร. ทราบเรื่องแล้ว และท่านเน้นย้ำให้การสอบสวนคดีต้องเป็นธรรม ตรงไปอย่างตรงไป อย่านิ่งนอนใจ แต่ต้องอาศัยพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์เป็นสำคัญ เพื่อทำความจริงให้ปรากฏสามารถตอบคำถามสังคมได้

ลุงร้องเพลงขายไข่ ดึงความสนใจลูกค้า กำไรวันละ 500-600 บาท

คุณลุงขับสามล้อพ่วงข้างเร่ขายไข่เป็ด ติดลำโพงขยายเสียงและร้องเพลงอ้อนลูกค้า จนกลายเป็นเอกลักษณ์

ที่ จ.สงขลา ได้มีการแชร์คลิปของคุณลุงคนหนึ่ง ขี่รถจักรยานยนต์สามล้อพ่วงข้างเร่งขายไข่เป็ด และเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่แตกต่างไม่เหมือนใคร

โดยเจ้าตัวได้ติดตั้งไมโครโฟนและลำโพงไว้ที่รถ สำหรับพูดประชาสัมพันธ์ขายไข่เป็ดให้ชาวบ้านได้รู้เวลาขับไปตามหมู่บ้านต่างๆ และยังมีทีเด็ดคือเสียงเพลงที่แกเปิดและร้องคลอไปด้วย ขณะที่กำลังจอดรถขายไข่ เป็นที่ชื่นชอบของผู้คนที่พบเห็น

ผู้สื่อข่าวได้สืบเสาะหาตัวคุณลุงคนนี้ กระทั่งทราบว่า คือนายพิทัก จันงาม อายุ 58ปี หรือลุงทัก เป็นชาวบ้านในพื้นที่บ้านโรง ต.โรง อ.กระแสสินธุ์ จ.สงขลา และโทรศัพท์ไปสอบถามรายละเอียดทราบว่า คุณลุงมีอาชีพเร่ขายไข่เป็ดมา 5 ปีแล้ว ทั้งเลี้ยงเองที่บ้านและรับมาขาย

ลุงทัก บอกว่า แกใช้วิธีนี้มาตั้งแต่เริ่มออกเร่ขายไข่เป็ดใหม่ๆ จนถึงทุกวันนี้ เพราะช่วงแรกไม่มีใครรู้จักจึงต้องใช้เครื่องขยายเสียงพูดประชาสัมพันธ์ และเปิดเพลงเพื่อดึงดูความสนใจ เพลงที่เปิดชื่อเพลิง หิ้วไข่หลบเริน หรือความหมายในภาษากลางหิ้วไข่กลับบ้าน เป็นเพลงของนักร้องชาวใต้ชื่อ เปี๊ยก ปัญญาสุวรรณทิพ

ลุงทักบอกว่า จะตระเวนออกเร่ขายไข่อาทิตย์ละ 2-3 วัน ในพื้นที่ อ.กระแสสินธุ์ อ.สทิงพระ อ.ระโนด และบางส่วนของ อ.หัวไทร ได้กำไรจากการขายไข่เป็นวันละ 500-600 บาท ก็พออยู่ได้ ภาพที่แชร์กันในคลิปลูกหลานช่วยถ่ายให้ และมีการนำไปแชร์ในโซเชียลก็ไม่คิดว่าจะดังอะไร แต่ก็ดีใจที่เวลาออกเร่ขายไข่เป็ดเริ่มมีคนจำได้

จีนครองแชมป์เที่ยวเมืองไทย 7 ปีซ้อน

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เผยผลการท่องเที่ยวไทยเดือนธันวาคม โตขึ้นร้อยละ 7.68  ขณะที่นักท่องเที่ยวจีนยังครองแชมป์เที่ยวไทยมากสุดเป็นปีที่ 7 กว่า 10.53 ล้านคน

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รายงานสถานการณ์นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดือนธันวาคม 2561 พบว่ามีจำนวนทั้งสิ้น 3.84 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.68 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และสร้างรายได้เข้าประเทศ 2.04 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.26 ส่งผลให้ทั้งปี 2561 จำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติอยู่ที่ 38.27 ล้านคน เพิ่มขึ้น ร้อยละ 7.54 เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว และสร้างรายได้เข้าประเทศ 2.007 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 9.63

     

ทั้งนี้การท่องเที่ยวในเดือนธันวาคม 2561 ที่ขยายตัวร้อยละ 7.68เนื่องจากนักท่องเที่ยวจากเอเชียตะวันออกขยายตัวทุกประเทศ โดยเฉพาะมาเลเซีย เนื่องจากความเชื่อมั่นด้านเศรษฐกิจ ส่วนนักท่องเที่ยวจีนและอินเดียที่ปรับตัวดีขึ้นเป็นผลจากมาตรการยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่า (VOA) เช่นเดียวกันนักท่องเที่ยวจากยุโรปที่ขยายตัวทุกประเทศ โดยเฉพาะตลาดหลัก จากมาตรกระตุ้นกระตุ้นตลาดล่วงหน้า มีเพียงนักท่องเที่ยวตะวันออกกลางที่ยังหดตัว”รายงานข่าวระบุ    

สำหรับสถานการณ์นักท่องเที่ยวจีนในเดือนธันวาคม 2561 พบว่ามีจำนวน 8.38 แสนคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.81 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นครั้งแรกในรอบ 6 เดือน หลังจากนักท่องเที่ยวจีนติดลบมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2561 ทำให้ทั้งปี 2561 นักท่องเที่ยวจีนเข้ามาเที่ยวประเทศไทยมากเป็นอันดับหนึ่ง และครองแชมป์ติดต่อกันปีที่ 7 หรือนับตั้งแต่ปี 2555 โดยมีจำนวน 10.53 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.44 เมื่อเทียบกับปีก่อน และสร้างรายได้เข้าประเทศมากเป็นอันดับหนึ่ง คือ 5.8 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 11.52