ผุดไอเดีย! ช็อกโกแลตรูปเครื่องมือช่าง สร้างรายได้จนดังไปทั่วโลก

บ้านหุ่นเหล็ก จ.อ่างทอง ผุดไอเดียทำช็อกโกแลตรูปเครื่องมือช่าง ชาวต่างชาติ-คนไทยแห่ลิ้มรสพร้อมถ่ายรูปอัพโซเชี่ยลดังไปทั่วโลก

ที่บ้านหุ่นเหล็ก ริมถนนสายเอเชีย กม.ที่ 55 ต.ตลาดกรวด อ.เมือง จ.อ่างทอง ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่หลายคนถ้าผ่านมาจังหวัดอ่างทองต้องมาเยี่ยมชมของเศษเหล็กเงินล้าน ตื่นตากับความงดงามของบรรดาหุ่นเหล็กหลายหลากแบบ เป็นที่ถูกออกถูกใจทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ซึ่งมีเพียงแห่งเดียวของจังหวัดอ่างทอง

แต่นอกจากหุ่นเหล็กแบบต่างๆ แล้ว ที่นี่ยังมีสิ่งของที่สร้างชื่อจนโด่งดังไปทั่วโลกจนชาวต่างชาติที่เดินทางมาท่องเที่ยวต่างยกนิ้วให้ นั่นคือ เศษเหล็ก เครื่องมือช่าง น๊อต ที่สามารถกินได้

นายไพโรจน์ ถนอมวงศ์ เจ้าของบ้านหุ่นเหล็กเปิดเผยว่า ไอเดียในการทำช็อกโกแลตเครื่องมือช่างเหล่านี้เกิดจากความคิดที่คุยกับน้อง ที่จะหาสัญลักษณ์ของที่นี่และคิดว่าส่วนใหญ่ไม่มีใครคิดว่าจะมีช็อกโกแลตเป็นรูปเครื่องมือช่าง เป็นน๊อตแบบนี้

จึงทดลองทำกันมา 2 เดือนแล้ว แต่เพิ่งจะนำมาทดลองขายเมื่อช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมา ซึ่งได้รับผลตอบรับดีมาก นักท่องเที่ยวนิยมซื้อหาเป็นของฝากของเพราะหลายคนบอกยังไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน

ดีเดย์วันนี้ ! ญี่ปุ่นเก็บภาษี ‘ซาโยนาระ’ หัวละ 1,000 เยน

ทางการญี่ปุ่น เรียกเก็บภาษีซาโยนาระ ซึ่งเป็นค่าธรรมเนียมเมื่อเดินทางออกนอกประเทศ คนละ 1,000 เยน

วันที่ 7 ม.ค. 2561 ถือเป็นวันแรกที่นักท่องเที่ยวทุกสัญชาติที่เดินทางไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่นจะต้องเสียภาษีขาออกนอกประเทศ (Departure Tax) มูลค่า 1,000 เยน หรือประมาณ 292 บาท หากเดินทางโดยเรือหรือเครื่องบิน

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลญี่ปุ่นระบุว่า จะนำเงินภาษีทั้งหมดไปปรับปรุงมาตรฐานขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมือง เช่น นำมาพัฒนาเทคโนโลยีจดจำใบหน้า (facial recognition) ในสนามบิน และส่งเสริมการท่องเที่ยว เนื่องจากในปี 2018 ที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าไปในญี่ปุ่นสูงถึง 30 ล้านคน 

ทั้งนี้รัฐบาลญี่ปุ่น คาดว่า เงินภาษีที่เก็บในปีงบประมาณปี 2018 จะสูงถึง 6 พันล้านเยน หรือ 1,754 ล้านบาท ส่วนในปีงบประมาณปี 2019 จะสูงถึง 5 หมื่นล้านเยน หรือ 1.46 หมื่นล้านบาท

โดยภาษีขาออกนอกประเทศญี่ปุ่น มีข้อยกเว้นที่สำหรับ เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 2 ปี และผู้ที่เดินทางมาเพื่อแวะพักหรือเปลี่ยนเครื่องบิน และอยู่ในญี่ปุ่นไม่ถึง 24 ชั่วโมง

สรุปไทม์ไลน์ สาวซาอุฯ วัย 18ปี ถูกกักตัวที่สุวรรณภูมิ

หญิงสาวซาอุฯ วัย 18 ปี โพสต์ ถูกกักตัวเอาไว้ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ หนีการแต่งงานมา เพื่อจะเดินทางไปยังออสเตรเลีย แต่ไม่มีวีซ่าเข้าประเทศไทย

กลายเป็นกระแสข่าวที่สังคม รวมถึงคนทั่วโลกให้ความสนใจอย่างมาก เมื่อ ราฮาฟ โมฮาเหม็ด แอล-เคนูน หญิงสาวซาอุฯ วัย 18 ปี ได้โพสต์ว่า ถูกกักตัวเอาไว้ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ต่อมาทางพล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ได้ให้สัมภาษณ์กับทางบีบีซีว่า ราฮาฟ โมฮาเหม็ด แอล-เคนูน หนีการแต่งงานมา และเธอไม่มีวีซ่าเข้าประเทศไทย ทางเจ้าหน้าที่ไทยจึงปฏิเสธที่จะให้เธอเดินทางเข้าประเทศ เพื่อจะไปเปลี่ยนเครื่องบินไปยังประเทศปลายทาง

จากข้อมูลระบุว่า ราฮาฟ โมฮาเหม็ด แอล-เคนูน ได้อ้างว่า เธอเดินทางหนีจากครอบครัว ระหว่างไปท่องเที่ยวในประเทศคูเวต และขึ้นเครื่องบินเพื่อจะเดินทางไปยังออสเตรเลีย โดยจะต้องมาต่อเครื่องบินที่เมืองไทย ก่อนมาถูกทางเจ้าหน้าที่กักตัวไว้ที่สนามบินสุววรณภูมิ

ขณะนี้ ราฮาฟ โมฮาเหม็ด แอล-เคนูน ได้ใช้ทวิตเตอร์เป็นช่องทางสื่อสารกับชาวโลก โดยได้โพสต์รูปและข้อความเพื่อยืนยันตัวตนว่าเธอคือ ราฮาฟ โมฮาเหม็ด แอล-เคนูน ทำให้เรื่องราวของเธอเริ่มได้รับความสนใจจากชาวโลก เธออ้างว่าเธอละทิ้งครอบครัว รวมทั้งศาสนาอิสลาม อีกทั้งยังเกรงว่าหากเธอกลับที่บ้าน อาจจะถูกครอบครัวฆ่าปิดปาก

เกี่ยวกับเรื่องนี้ทางด้าน พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ระบุว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องของทางประเทศซาอุดิอาราเบียและประเทศไทย ประเทศที่ 3 ไม่เกี่ยวข้อง และต้องติดต่อกับกระทรวงการต่างประเทศของซาอุดิอาระเบีย เพื่อส่งตัวกลับไปยังประเทศต้นทาง โดยจะไม่มีการส่งต่อไปยังประเทศที่ 3 ตามที่หญิงสาวคนดังกล่าวร้องขอ

นอกจากนี้ล่าสุดวันนี้ (7 ม.ค.) นายไมเคิล เพจ รองผู้อำนวยการฮิวแมนไรท์วอทช์ ประจำภูมิภาคตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ กล่าวในแถลงการณ์ในว่า รัฐบาลไทยควรระงับส่งตัว ราฮาฟ โมฮาเหม็ด แอล-เคนูน กลับทันที และอนุญาตให้เธอเดินทางต่อไปยังออสเตรเลีย หรือไม่ก็อนุญาตให้เธออยู่ในไทยต่อไป เพื่อขอความคุ้มครองในฐานะผู้ลี้ภัย เนื่องจากการส่งตัวของเธอไป จะเป็นการปล่อยให้เธอต้องเผชิญกับอันตรายจากครอบครัว การกีดกันทางเสรีภาพ

ขณะที่กระแสข่าวทางการไทยพยายามที่จะส่งตัวของเธอโดยสายการบินคูเวตแอร์เวย์ส ในเวลาประมาณ 11.00 น. ที่ผ่านมา แต่เธอยังคงปฏิเสธที่จะออกจากห้องพักในโรงแรมภายในสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งเลยเวลาเที่ยวบินดังกล่าวแล้ว

อย่างไรก็ตามยังมีหลายประเด็นที่เป็นข้อสงสัยของคนในสังคมและชาวโลก ถึงกรณีดังกล่าว อาทิกระแสข่าวที่พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ ได้ให้สัมภาษณ์ว่าราฮาฟ โมฮาเหม็ด แอล-เคนูน เป็นผู้ที่จะซื้อตั๋วเดินทางกลับประเทศเอง แต่มีแหล่งข่าวบางส่วนระบุว่าเธอไม่ได้ทำการซื้อตั๋วเดินทางกลับประเทศเอง ตามที่เป็นข่าวแต่อย่างใด

ข้อมูลจาก บีบีซีไทย