ศาลพระภูมิ โมเดิร์น สไตล์มินิมอล ทางเลือกของคนยุคใหม่ ที่ อาณาจักร ‘โชคนำศิลป์’

เริ่มต้นปีใหม่ 2562 แบบนี้ หลายคนอาจมีการโยกย้ายเปลี่ยนที่อยู่อาศัย หรือหันมาเริ่มต้นธุรกิจเป็นของตัวเอง เรียกว่าเป็นการเริ่มต้นอะไรใหม่ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิตเลยก็ว่าได้ แต่ซึ่งสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยเวลาเปลี่ยนที่อยู่อาศัย หรือเปิดร้าน เปิดธุรกิจ ก็ต้องมีการทำบุญจัดตั้งศาลต่างๆ ตามความเชื่อที่มีมาแต่โบราณอย่างแน่นอน

MThai News จึงได้ลงพื้นที่ไปสัมภาษณ์เจ้าของธุรกิจ ศาลพระภูมิ ที่ไม่ธรรมดา เพราะมีการออกแบบเป็นโมเดิร์น สไตล์มินิมอล สวยจบครบวงจร ด้วยประสบการณ์กว่า 50 ปี ของอาณาจักร ‘โชคนำศิลป์’ ที่จะมาให้ความรู้เกี่ยวกับวิธีการเลือกศาลพระภูมิ ศาลพระพรหม ศาลเจ้าที่ ที่ไม่เหมือนใคร

สำหรับ อาณาจักร ‘โชคนำศิลป์’ มี คุณศิริวงศ์ ชูวงศ์อนันต์ หรือ คุณเอ เป็นผู้บริหาร รุ่นที่ 2 โดยรับช่วงต่อมาจากคุณพ่อคุณแม่ ที่ทำมานานกว่า 50 ปี ก่อนที่ คุณเอ จะเข้ามาดูแลและศึกษาอย่างจริงจัง โดยนำสิ่งที่เรียนมาประยุกต์ใช้กับธุรกิจของทางบ้าน ซึ่งแน่นอนว่า เจ้าตัวได้เรียนจบเกี่ยวกับ สถาปนิก จึงเป็นที่มาของ ‘ศาลพระภูมิ โมเดิร์น สไตล์มินิมอล’

ย้อนกลับไปเมื่อ 5-6 ปีก่อน คุณเอ ได้รับช่วงต่อจากคุณพ่อคุณแม่เข้ามาดูแล อาณาจักร ‘โชคนำศิลป์’ อย่างเต็มตัว โดยเริ่มจากเข้าไปศึกษาในโรงงานของตนเอง และลงมือทำทุกขั้นตอนในการสร้างศาลพระภูมิ ตั้งแต่ปั้นปูน เขียนทอง ลงสี เมื่อทุกอย่างเข้าที่จึงนำสิ่งที่เรียกมาเสริม เพราะมองว่า รูปแบบมันเปลี่ยนไปตามยุคสมัย เลยเริ่มออกแบบ ศาลพระภูมิ โมเดิร์น โดยจะเน้นเป็นสไตล์มินิมอล ซึ่งมีแบบมาตรฐานให้เลือกถึง 20 แบบ หรือจะจ้างออกแบบให้เข้ากับพื้นที่ก็ได้เช่นกัน

“แรกๆ กระแสไม่ดี คนส่วนใหญ่มองว่า กลัวไม่ถูกหลัก แต่ก็มีบางส่วนที่ชอบและเห็นว่าเป็นอะไรที่แปลกใหม่ ก่อนจะเริ่มกลายเป็นที่ยอมรับมากขึ้น ซึ่งทางร้านการันตีได้ว่า แม้จะเป็นศาลพระภูมิ แบบโมเดิร์น แต่ก็ถูกหลักทุกอย่างเหมือนแบบทรงไทย ที่เป็นที่นิยม เพราะทางร้านมีอาจารย์ทำพิธีตรวจสอบให้ มีการดูเรื่องของตัวเลข ฮวงจุ้ย เช่นกัน”

หลายคนอยากตั้งศาลแต่ไม่มีข้อมูลว่า ศาลพระภูมิ ศาลพระพรหม ศาลเจ้าที่ (ศาลตายาย) แตกต่างกันอย่างไร โดย คุณเอ ได้อธิบายไว้ว่า ศาลพระภูมิ และ ศาลพระพรหม มีเสาเดียวเหมือนกัน แต่ศาลพระพรหม จะเปิดหมดทั้ง 4 ด้าน ส่วน ศาลพระภูมิ จะเปิดแค่ 3 ด้าน โดยปิดด้านหลัง เปิดด้านหน้า มีบันได นอกจากนี้ ศาลเจ้าที่ (ศาลตายาย) จะมี 4 เสา หรือ 6 เสา

ซึ่งหลักการตั้งศาลนั้น ศาลพระภูมิ กับ ศาลเจ้าที่ (ศาลตายาย) สามารถตั้งคู่กันได้ แต่ถ้าจะตั้งทั้งศาลพระภูมิ และ ศาลพระพรหม จะต้องมีศาลเจ้าที่ (ศาลตายาย) ไว้ด้วยกัน

ทั้งนี้ ทางร้านยังให้บริการครบวงจร มีของตกแต่งเสริม เช่น ตุ๊กตานางรำ และยังให้คำปรึกษาฟรี สำหรับใครที่ไม่มีความรู้เกี่ยวกับการจัดตั้งศาล หรือหากใครที่ต้องการซ่อมแซมบูรณะศาล ที่นี่ก็มีบริการเช่นกัน เรียกว่าสวย จบ ครบ ที่ อาณาจักร ‘โชคนำศิลป์’ BTS บางหว้า ประตู 3

‘ทนายตั้ม’ พา 2 ผัวเมีย เอาผิด ‘อัจฉริยะ’ หลังถูกเผยแพร่ข้อมูลส่วนตัว แฉสร้างหลักฐานเท็จ

จากกรณีที่ น.ส.รักชนก เจริญมากสุวรรณ และ นายเศรษฐ์ เดชสุภา ได้แจ้งความดำเนินคดีนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เรื่องคัดทะเบียนราษฎร์โดยมิชอบ ที่ สภ.บางปะอิน ก่อนนำมาเผยแพร่ในโลกออนไลน์

ล่าสุดวันนี้ (6 ธันวาคม 2562) นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ ทนายตั้ม เปิดเผยกับสื่อมวลชนประจำกองปราบปรามว่า จะนำตัวผู้เสียหายหลายรายที่เป็นเหยื่อถูก นายอัจริยะ เรืองรัตนะพงศ์ ซึ่งร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ รับจ้างคัดทะเบียนราษฎร์โดยผิดกฎหมาย เดินทางเข้าแจ้งความร้องเรียนกับ พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. ในวันจันทร์ที่ 7 มกราคม 2562 ที่ กองบังคับการปราบปราม เวลา 10.00 น.

จากนั้น วันพฤหัสบดีที่ 10 มกราคม 2562 จะนำผู้เสียหายพร้อมกับข้อมูลหลักฐานในมือทั้งหมด หลายๆ เรื่องที่ นายอัจฉริยะ เคยกล่าวพาดพิงทำให้บุคคลอื่นเสียหาย ไปยื่นต่อ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

นอกจากนี้ ทนายตั้ม ยังได้โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า การกระทำครั้งนี้ ได้มีกลุ่มบุคคลสมคบคิด และร่วมกันทำพยานหลักฐานเท็จ โดยการปลอมแปลงเอกสารราชการ เพื่อปกปิดความผิดของตัวเอง

อย่างไรก็ตาม รายงานข่าวแจ้งว่า การเข้าให้ข้อมูลครั้งนี้ของ ทนายตั้ม อาจมีเซอร์ไพรส์ถึงบุคคลในแวดวงสื่อบางราย เข้าไปเกี่ยวข้องกับกระบวนการนี้ด้วย

ปภ.สรุปความเสียหายจาก ‘พายุปาบึก’ เบื้องต้น

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สรุปภาพรวมความเสียหายเบื้องต้นจากอิทธิพลพายุปาบึก กระทบใน 8 จังหวัดภาคใต้ มีการอพยพประชาชน 34,089 คน มีบ้านเรือนเสียหายจากลมพายุ 1,922 หลัง

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ ปภ.สรุปภาพรวมความเสียหายเบื้องต้นจากอิทธิพลพายุปาบึก กระทบใน 8 จังหวัดภาคใต้ มีการอพยพประชาชน 34,089 คน มีบ้านเรือนเสียหายจากลมพายุ 1,922 หลัง ซึ่งอยู่ระหว่างการสำรวจความเสียหายเพิ่มเติม ทั้งนี้ จังหวัดนครศรีธรรมราช มีพื้นที่เสียหายมากที่สุด ครอบคลุมทั้งจังหวัดจำนวน 16 อำเภอ บ้านเรือนราษฎร สิ่งก่อสร้าง ต้นไม้ เสาไฟฟ้าล้มเสียหายจำนวนมาก ถนนเส้นทางหลายสายถูกต้นไม้ล้มทับเสียหายหลายสาย

ส่วนพื้นที่การเกษตร พบว่ามีความเสียหายเป็นบริเวณกว้าง โดยเฉพาะสวนยางพารา สวนปาล์ม สวนผลไม้ สวนทุเรียน สวนส้มโอ ซึ่งยังอยู่ระหว่างการสำรวจความเสียหายของเกษตรจังหวัด