สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯให้องคมนตรี เชิญถุงพระราชทานมอบแก่ผู้ประสบวาตภัย

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี เชิญถุงพระราชทาน และเครื่องอุปโภคบริโภค ไปมอบแก่ราษฎรที่ประสบวาตภัยในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช

วันนี้ 6 มกราคม 2562 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี ไปประชุมและติดตามการแก้ไขปัญหา และการให้ความช่วยเหลือแก่ราษฎรที่ได้รับผลกระทบจากพายุโซร้อน “ปาบึก” ที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ณ ห้องประชุมโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ อำเภอปากพนัง จากนั้นทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เชิญถุงพระราชทาน และเครื่องอุปโภคบริโภค จำนวน 900 ถุง ไปมอบแก่ราษฎรที่ได้รับผลกระทบในพื้นที่อำเภอปากพนัง ณ ศูนย์อพยพโรงยิมเทศบาล โรงเรียนเทศบาลปากพนัง

ต่อจากนั้น ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เชิญถุงพระราชทาน และเครื่องอุปโภคบริโภค จำนวน 300 ถุง ไปมอบแก่ราษฎรที่ได้รับผลกระทบในพื้นที่ จุดอพยพวัดรัตนาราม อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช

ในตอนบ่าย สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลเอกไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เชิญถุงพระราชทาน และเครื่องอุปโภคบริโภค จำนวน 1,100 ถุง ไปมอบแก่ราษฎรที่ได้รับผลกระทบ ณ หอประชุมเทศบาลตำบลปากนคร ต่อจากนั้นทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลเอกไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เชิญถุงพระราชทาน และเครื่องอุปโภคบริโภค จำนวน 300 ถุง ไปมอบแก่ราษฎรที่ได้รับผลกระทบ ณ หอประชุมโรงเรียนวัดท่าโพธิ์ อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น และเป็นขวัญกำลังใจ

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

ในโอกาสนี้ องคมนตรีได้เชิญพระราชกระแสทรงห่วงใยของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไปกล่าวให้กับราษฎรที่ได้รับผลกระทบให้ได้รับทราบ กับทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานอาหารแก่ราษฎรที่เดินทางมารับถุงพระราชทาน และที่พักอาศัยที่ศูนย์อพยพด้วย ต่างปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้รับผลกระทบจากพายุโซร้อน “ปาปึก” ตั้งแต่วันที่ 3-5 มกราคม 2562 ที่ผ่านมา ทำให้เกิดลมพัดแรง และฝนตกหนักติดต่อกันในพื้นที่ต่างๆของจังหวัดนครศรีธรรมราช ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง และน้ำท่วมขัง ทำให้บ้านเรือนราษฎร เสาไฟฟ้าโคนล้ม และสิ่งสาธารณประโยชน์ ได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก ปัจจุบันหน่วยงานต่างๆกำลังระดมให้ความช่วยเหลือเป็นการเร่งด่วน

ชุมพรอ่วม!! น้ำป่าทะลักท่วมถนนเอเซีย41 ขาขึ้น-ล่องใต้ลำบาก

น้ำป่าไหลทะลักลงมาจาก ภูเขาสูง ใน อ.สวี ตามเส้นทางคลองฉลอง แล้ว ทะลักเข้าท่วมพื้นที่ราบลุ่ม ใน ต.ครน อ.สวี ก่อนจะ เอ่อล้นขึ้นท่วมถนนเอซีย41

วันที่ 6 มค.62 ที่ถนนสายเอเซีย41 ช่องทางขาล่องใต้ หลัก กม.ที่ 26 ต.ครน อ.สวี จ.ชุมพร ได้เกิดน้ำป่าไหลทะลักลงมาจาก ภูเขาสูง ใน อ.สวี ตามเส้นทางคลองฉลอง แล้ว ทะลักเข้าท่วมพื้นที่ราบลุ่ม ใน ต.ครน อ.สวี ก่อนจะ เอ่อล้นขึ้นท่วมถนนเอซีย41 หน้า โรงงานปาล์มน้ำมันผึ้ง ในช่องทางขาบล่องใต้ ทำให้ ผิวการจราจร ช่องซ้ายสุด มีน้ำท่วมขัง สูง 30 ซม. เป็นระยะทางยาว ร่วม 200 เมตร และมีแนวโน้มว่า ระดับน้ำจะสูงขึ้นอีก

เจ้าหน้าที่หมวดการทางสวี ได้นำอุปกรณ์ และป้ายแจ้งเตือน เพื่อให้รถที่วิ่งผ่านจุดดังกล่าว ให้ใช้ช่องทางการจราจรช่องขวาสุดและ วางกำลังไว้เฝ้าระวัง ระดับน้ำในจุดดังกล่าวตลอดเวลา จนกว่าระดับน้ำจะลดลง ในขณะที่บริเวณ สี่แยกปฐมพร อ.เมือง จ.ชุมพร เป็นจุดที่ ถนนเอเซีย 41 และถนนเพชรเกษม บรรจบ กันได้มีระดับน้ำเอ่อล้นขึ้นท่วมผิวการจราจร ในช่องทางขาขึ้น กทม. สูง 30 ซม. ระยะทางร่วม 500 เมตร ส่งผลให้ให้รถเล็กผ่านจุดดังกล่าว ด้วยความลำบาก ในขณะที่ยังคงมีฝนตกสลับหยุดนิ่งตลอดทั้งคืน

ในเวลา 10.00 น. ความคืบหน้าของสถานการณ์หลังจากพายุโซนร้อนปาบึกเคลื่อนลงสู่ทะเลอันดามันไปเมื่อช่วงเที่ยงวันที่ 5 มกราคม 62 จังหวัดชุมพร ได้ออกประกาศเตือนภัยประชาชนในพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดอุทุกภัย โดยเฉพาะผู้ที่มีบ้านเรือนอยู่ริมแม่น้ำชุมพรที่รับน้ำมาจาก จ.ระนอง จากสภาวะดังกล่าวจะทำให้มีน้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนเป็นวงกว้าง จึงขอให้ประชาชนรีบขนย้ายทรัพย์สิน สัตว์เลี้ยง ขึ้นไปอยู่ในที่ปลอดภัย และเตรียมอพยพสมาชิกในครอบครัวไปอาศัยในพื้นที่ปลอดภัยเป็นการชั่วคราว

โดยเฉพาะในพื้นที่ ต.บ้านนา ต.วังใหม่ ต.ขุนกระทิง ต.วังไผ่ ต.ตากแดด ต.บางหมาก ต.ท่ายาง อ.เมือง จ.ชุมพร ในส่วนของถนนเอเซีย41 น้ำในแม่น้ำชุมพรเริ่มล้นตลิ่งไหลเข้าท่วมพื้นที่ราบลุ่ม และไหลขึ้นท่วมผิวการจราจรบนถนนสายเอเชีย 41 ในช่องทางขาขึ้น กทม.และ ขาล่องใต้ หน้าสถานีขนส่งผู้โดยสารชุมพรเมืองใหม เป็นระยะร่วม 2 กม. ระดับน้ำสูงประมาณ 50 เซนติเมตร ทำให้รถยนต์ขนาดเล็กไม่สามารถผ่านได้

ต่อมาเวลา 13.30 น. นายวิบูลย์ รัตนาภรณ์วงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร พร้อมด้วย พล.ต.พรชัย อินทนู ผบ.มทบ.44 และ พ.ต.อ.ภคพล ทวิชศรี รอง ผบก.ภ.จว.ชุมพร เดินทางไปยัง ถนนสายเอเชีย 41 ซึ่งเป็นถนนสายหลัก ขึ้น-ลง ภาคใต้ บริเวณ สี่แยกปฐมพร – ชุมพรเมืองใหม่ ระยะทาง 2 กิโลเมตร เพื่อกำกับดูแลให้บริการผู้ใช้รถใช้ถนน สัญจรสายเอเชีย 41 โดยเจ้าหน้าที่ทั้ง ทหาร ตำรวจ ลงให้บริการ พร้อมกำหนดให้รถเล็กใช้เส้นทางเลี่ยง ห้ามผ่านบริเวณน้ำท่วม

เนื่องจากน้ำที่ท่วมผิวจารจรมีระดับน้ำสูงจากผิวจราจร 20-35 ซ.ม. รถเล็กไม่สามารถผ่านได้ อนุญาตสำหรับรถบรรทุกและรถใหญ่ แต่ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ โดยเจ้าหน้าที่ ลงอำนวยความสะดวก แก่ผู้ใช้รถใช้ถนนที่ผ่านเส้นทางดังกล่าว ส่วนแนวโน้มของระดับน้ำที่บริเวณสี่แยกปฐมพรเริ่มลดระดับลง หากไม่มีฝนตกเพิ่มมาอีกก็น่าจะเข้าสู่ภาวะปกติ ในช่วงเย็นวันนี้ สำหรับเส้นทางเลี่ยงน้ำท่วม รถที่มาจากทางภาคใต้ขึ้น กรุงเทพฯ ให้ใช้เส้นทางสี่แยกวิสัย – ท่ามะปริง อีกจุด แยกบ้านนายหัว – วัดถ้ำสนุก และรถที่มาจาก กรุงเทพฯ ใช้เส้นทางปฐมพร-ระนอง แยกซ้ายท่ามะปริง (กม.18) ออกสี่แยกวิสัย

ในขณะที่จังหวัดชุมพรวันนี้ยังคงมีฝนตกในพื้นบ้างเล็กน้อย จังหวัดชุมพรสั่งการให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทหารตำรวจ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดชุมพร และหน่วยงานต่างๆได้ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบภัย ในเบื้องต้น ตามแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดชุมพรแล้ว หลังจากจังหวัดชุมพร ได้เกิดภาวะฝนตกต่อเนื่อง จากอิทธิพลของพายุโซนร้อน “ปาบึก” ซึ่งได้อ่อนกำลังลงพายุดีเปรสชันและหย่อมความกดอากาศต่ำ ปกคลุมบริเวณทะเลอันดามัน

และมีแนวโน้มว่าจะอ่อนกำลังลงอีกและสลายตัวไปตามลำดับ ทำให้เกิดสถานการณ์อุทกภัย ในพื้นจังหวัดชุมพรบางพื้นที่ จังหวัดชุมพรจึงขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารจากจังหวัดชุมพร และประกาศเตือนภัยจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด หากมีสถานการณ์รุนแรงและต้องการความช่วยเหลือ ขอให้แจ้งให้ผู้นำชุมชน ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน หรือสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดชุมพร โทรศัพท์/191 ตลอด 24 ชั่วโมง

สิ้น ‘หลวงปู่เกลี้ยง’ เกจิศรีสะเกษ สิริิอายุ 111 ปี

พุทธศาสนิกชนเศร้า “หลวงปู่เกลี้ยง เตชะธัมโม” วัดบ้านโนนแกด เกจิดังเมืองศรีสะเกษ ละสังขารด้วยโรคชรา สิริอายุรวม 111 ปี

วันที่ 6 ม.ค. 62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พระครูโกวิทพัฒโนดม (เกลี้ยง เตชธฺมโม) เจ้าอาวาสวัดศรีธาตุ (วัดโนนแกด) ต.ทุ่ม อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ ได้ละสังขารแล้วด้วยโรคชรา เมื่อเวลา 08.59 น. ตรงกับวันพระใหญ่ ขึ้น 1 ค่ำ เดือนยี่ ปีจอ สิริรวมอายุได้ 111 ปี 88 วัน ที่โรงพยาบาลกรุงเทพ

หลวงปู่เกลี้ยง เป็นพระปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ สายกรรมฐาน ทั้งแนวทางปฏิบัติของ หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต พระอาจารย์ใหญ่แห่งภาคอีสาน ได้รับการถ่ายทอดพุทธอาคม ศึกษาเรื่องสมุนไพรรักษาโรค และวิชากรรมฐาน จากครูบาอาจารย์หลายท่าน เป็นที่เลื่องลือกันว่า ท่านมีความพิเศษสามารถนิมิตบันดาล หากมีผู้คนไปไต่ถามเรื่องต่างๆ เพียงแค่ยก ขันธ์ 5 บูชาคุณครู และบอกถึงความจำเป็นให้ท่าน ท่านจะตอบตามนิมิตบันดาล ส่วนใหญ่เป็นไปตามคำถามทุกประการ การรู้เห็นเป็นสิ่งเหนือวิสัยของคนทั่วๆ ไปที่ไม่สามารถรู้เห็นได้

แต่หลวงปู่เกลี้ยง มีสิ่งเหนือสามัญวิสัย สามารถบอกเรื่องราวต่างๆ ได้ จะทราบว่าจะแก้ไขอย่างไร จนเป็นที่เคารพของคนทั่วไปทั่วประเทศ ร่ำลือว่า ท่าน วาจาสิทธิ์ หยั่งรู้ฟ้าดิน แม้แต่ นายสุชาติ ตันเจริญ อดีต รมช.มหาดไทย นักการเมืองชื่อดัง ยังมาบวชเงียบที่วัดบ้านโนนแกด เพื่อฝากตัวเป็นศิษย์และศึกษาธรรม

หลวงปู่เกลี้ยง เกิดที่บ้านก้านเหลือง ต.หมากเขียบ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ เป็นบุตรของนายบุญมี-นางผิว คุณมานะ มีพี่น้องทั้งหมด 7 คน ในช่วงวัยเด็กได้ศึกษาใน รร.วัดบ้านโนนแกด จนจบชั้น ป.4 และเรียนต่อ ม.3 จบในปี พ.ศ. 2466 และทำงานช่วยสอนหนังสือแทนครู รร.บ้านโนนแกด สอนได้ 2 เดือน ก็ย้ายไปช่วยสอนที่ รร.บ้านโพรง ต.ไพรบึง อดีตขึ้น อ.ขุขันธ์ จ.ศรีสะเกษ เป็นเวลา 3 ปี 6 เดือน และท่านก็ไปสอบ นักธรรมตรีที่สนามหลวง
ซึ่งมีพระ สามเณร ไปสอบจำนวน 47 รูป ปรากฏว่าหลวงปู่เกลี้ยง และพระภิกษุสิงห์ สอบผ่านแค่ 2 รูปเท่านั้น

จากนั้นก็เรียนต่อนักธรรมโทที่ จ.บุรีรัมย์ แต่ในช่วงนั้นจำต้องลาสิกขาบทเพื่อเกณฑ์ทหาร จากนั้นท่านได้อุปสมบทอีกครั้ง เมื่อปี พ.ศ.2518 ที่วัดบ้านแทง ต.ซำ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ โดยมีพระเกษตรศีลาจารย์ วัดเจียงอีศรีมงคลวราราม ต.เมืองใต้ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ เป็นพระอุปัชฌาย์ หลังจากอุปสมบทแล้ว มีผู้คนที่ล้มป่วย ไปรักษาโรงพยาบาลไม่หาย แต่หลวงปู่เกลี้ยง ได้ให้รักษาโดยใช้ยาตำรับแพทย์แผนโบราณ จนหายเจ็บป่วยจนเกิดแรงศรัทธา