ผู้ว่าฯระนอง ส่งเรือหลวงสงขลา ไปรับนักท่องเที่ยวติดค้างบน ‘เกาะพยาม’ จากพายุปาบึก

ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง สั่งการเรือหลวงสงขลา ขนยายนักท่องเที่ยวที่ครบกำหนดเดินทางกลับ ออกจากเกาะพยาม

วันนี้ (5 ม.ค. 62) นายจตุพจน์ ปิยัมปุตระ ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง ได้สั่งการให้เรือหลวงสงขลา เดินทางไปรับนักท่องเที่ยวที่ติดค้างอยู่บนเกาะพยาม จ.ระนอง จำนวนกว่า 100 คน เพื่อเดินทางกลับขึ้นฝั่งที่ ท่าเรือเอนกประสงค์ จ.ระนอง ซึ่งขณะนี้ เรือลำแรกได้นำนักท่องเที่ยว จำนวน 54 คน เพื่อทอดขึ้นเรือหลวงสงขลา

ส่วน ลำที่ 2 จำนวน 63 คน ซึ่งมีคนไข้ 2 รวมอยู่ด้วย รวม 2 ลำ จำนวน 117 คน และขณะนี้เรือหลวงสงขลา อยู่ระหว่างการเดินทาง สู่ท่าเรือระนอง จากนั้นจะนำนักท่องเที่ยวทั้งหมดจากท่าเรือระนอง เดินทางไปยังจุดคัดกรองเพื่อที่จะดูแลเรื่องของสุขภาพร่างกาย โรคภัย ไข้เจ็บ ที่อาจจะเกิดขึ้น บริเวณโรงยิมเนเซียม องค์การบริหารส่วนจังหวัดระนอง โดยมีทีมแพทย์ พยาบาลพร้อมให้การดูแล

ทั้งนี้ จังหวัดระนอง จะดูแลนักท่องเที่ยวเป็นอย่างดีเพื่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของจังหวัด ก่อนจะนำรถพามาส่งที่ บขส.ระนอง และสนามบินเพื่อเดินทางต่อไป

ที่มา สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระนอง

‘ปาบึก’ ทำพิษ!! พัดต้นตะเคียนอายุกว่า 50 ปี ทับกุฏิพระลูกวัดหวิดมรณภาพ

‘พายุปาบึก’ ทำพิษ!! พัดต้นตะเคียนอายุกว่า 50 ปี 2 ต้น ทับกุฏิพระลูกวัดหวิดมรณภาพ

วันที่ 5 ม.ค.62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวานนี้เวลาประมาณ 14.00 น. หลังจากพายุปาบึก เคลื่อนเข้าฝั่งอ่าวไทยบริเวณชายทะเลอำเภอปากพนัง ส่งผลให้เกิดความเสียหายเป็นบริเวณกว้าง บ้านเรือนของประชาชนพังเสียหายยับ ขณะที่ภายในวัดแดง หมู่ 7 ต.เขาพระบาท อ.เชียรใหญ่ เกิดเหตุลมพายุปาบึก พัดกระหน่ำอย่างรุนแรง นานหลายนาที ทำให้ต้นตะเคียนอายุกว่า 50 ปี ที่ปลูกอยู่ภายในวัดจำนวน 2 ต้น หักโคนทับกุฏิของพระไพโรจน์ อภิชาโต อายุ 55 ปี ขณะกำลังจำวัดอยู่ในกุฏิ

พระไพโรจน์ อภิชาโต เล่านาทีระทึกว่า เมื่อเวลาประมาณ 13.30 น. วานนี้ (4 ม.ค.62) ขณะที่อาตมากำลังจำวัดอยู่ภายในกุฏิ ระหว่างนอนอยู่บนเตียงนอนภายในกุฏิ รู้สึกถึงสิ่งผิดปกติ มีเสียงคล้ายเปลือกไม้แตกดังสนั่น จึงลุกขึ้นจากเตียงนอน จากนั้นเพียงไม่กี่นาที ต้นตะเคียนอายุกว่า 50 ปี จำนวน 2 ต้น ที่ปลูกไม่ไกลจากกุฏิหักโค่นลงมาในเวลาไล่เลี่ยกัน ล้มทับหลังคากุฏิ กิ่งตะเคียนขนาดใหญ่ทะลุหลังคากุฏิลงบนที่นอน ส่วนอาตมานั่งอยู่บนเก้าอี้ ห่างจากเตียงนอนที่กิ่งต้นตะเคียนล้มทับไม่ถึงศอก จึงรอดตายหวุดหวิด

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า หลังจากลมพายุปาบึกสงบทิ้งไว้เพียงซากปรักหักพังของต้นตะเคียนและกุฏิพระ ล่าสุดวันนี้พระลูกวัด รวมทั้งชาวบ้านช่วยกันเคลียร์สิ่งของเครื่องใช้จำเป็นของพระ ภายในกุฏิออกมา ก่อนจะช่วยกันเคลียร์ซากต้นตะเคียน แต่เป็นไปค่อนข้างลำบาก เนื่องจากต้นตะเคียนทั้ง 2 ต้น มีขนาดใหญ่ วัดไม่มีเครื่องมือช่างขนาดใหญ่ จึงอยากขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานภาครัฐช่วยอีกทางหนึ่งด้วย

นอกจากนี้กุฏิที่ได้รับความเสียหายทั้งหลัง วัดยังไม่เงินที่จะซ่อมแซมหรือสร้างใหม่ จึงอยากฝากผู้ใจบุญช่วยบริจาควัสดุซ่อมแซมก่อสร้างกุฏิ หรือบริจาคเป็นเงินเพื่อซื้อวัสดุก่อสร้างกุฏิที่ได้รับความเสียหาย สามารถโอนเงินผ่านบัญชี ธนาคารกรุงไทย สาขาเชียรใหญ่ เลขบัญชี 826-1-095967 ชื่อบัญชี พระครูปัญญาธรานุวัตร เจ้าอาวาส หรือโทรศัพท์สอบถามเพิ่มเติมที่ เบอร์โทรฯ 080 – 6997972 พระยงยุทธ เพชรทอง

เร่งระบายน้ำท่วมขัง ในเขตเมืองคอน หลัง ‘พายุปาบึก’ เคลื่อนลงทะเลอันดามัน

ดร.ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า จากอิทธิพลของพายุโซนร้อน “ปาบึก” (PABUK) หลังจากขึ้นฝั่งเมื่อวันที่ 4 ม.ค.62 เวลา 12.45 น. ที่อำเภอหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช ทำให้เกิดฝนตกหนักต่อเนื่อง ส่งผลกระทบในพื้นที่ 2 จังหวัด ได้แก่จังหวัดปัตตานีและจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยในพื้นที่จังหวัดปัตตานี มีน้ำล้นตลิ่งแม่น้ำปัตตานี เข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำริมตลิ่งในเขตชุมชนบ้านบริดอ อ.เมืองปัตตานี ระดับน้ำสูงประมาณ 11 เซนติเมตร

สำหรับในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ฝนที่ตกหนักทำให้เกิดน้ำท่วมในพื้นที่ลุ่มต่ำ 4 อำเภอ ประกอบด้วย อำเภอเมือง ในเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช มีน้ำท่วมขังพื้นที่ลุ่มต่ำสูงเฉลี่ยประมาณ 50 เซนติเมตร คาดว่าระดับน้ำจะท่วมสูงสุดประมาณ 60 – 70 เซนติเมตร ในช่วงบ่ายของวันนี้ (5 ม.ค.62) ) ซึ่งกรมชลประทาน ได้ร่วมกับเทศบาลนครนครศรีธรรมราช เร่งระบายน้ำออกทะเล โดยใช้เครื่องสูบน้ำ 17 เครื่อง และเครื่องผลักดันน้ำ 24 เครื่อง

ทั้งนี้ แม้ว่าพายุโซนร้อน “ปาบึก” จะเคลื่อนผ่านไปลงทะเลอันดามันแล้ว แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังสถานการณ์ต่อไปอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง เนื่องจากยังคงมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ บริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่

ที่มา จส.100