ตร.ฟันครูข่มขืน นร.หญิง ม.1 แยก 2 คดี พร้อมคัดค้านประกันตัว

ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรวัดสิงห์ เผยเตรียมแจ้งข้อหาหนัก ครูข่มขืนนักเรียนหญิง ชั้น ม.1 แยกเป็น 2 คดี พร้อมคัดค้านการประกันตัว

จากกรณีที่ผู้ปกครองของเด็กหญิงอายุ 12 ปี ซึ่งเรียนอยู่ชั้น ม.1 โรงเรียนวัดสิงห์ อ.วัดสิงห์ จ.ชัยนาท พาลูกสาวเดินทางเข้าร้องทุกข์ ต่อศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดชัยนาท โดยแจ้งว่าลูกสาวถูกนายดำรงค์ หรือครูบอล เรืองบุญ อายุ 40 ปี ครูสอนวิชาพละศึกษาของโรงเรียน หลอกพาลูกสาวไปขืนใจล่วงเมิดทางเพศ ถึง 2 ครั้ง แต่ทางโรงเรียนกลับเพิกเฉย เพราะทำเพียงให้นายดำรงค์ มาช่วยราชการทางกองการศึกษา เทศบาลวัดสิงห์หน่วยงานต้นสังกัด จึงต้องการให้ศูนย์ดำรงธรรมช่วยเหลือ เพราะเกรงว่านายดำรงค์จะลอยนวลพ้นผิด ตามที่สื่อมวลชนได้เสนอข่าวไปนั้น

ล่าสุดวันนี้ 5 ม.ค. 62 พันตำรวจเอกเชษฐชัย เชษฐศิริ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรวัดสิงห์ ได้เปิดเผยถึงความคืบหน้าทางคดีว่า พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี ได้ทำสรุปสำนวนคดีแยกเป็น 2 คดี เพราะมีการกระทำความผิดต่างวาระ โดยความผิดครั้งแรก หรือการข่มขืน ครั้งแรกได้ส่งสำนวนให้พนักงานอัยการไปแล้วเมื่อวันที่ 3 ม.ค. ที่ผ่านมา

โดยพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาแก่นายดำรงค์ เป็น 2 กระทงคือ 1.ข้อหาพรากผู้เยาว์หรือเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ไปเพื่อการอนาจาร มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 317 และ 2.ข้อหากระทำเชาเราเด็กอายุไม่เกิน 13 ปี แม้เด็กจะยินยอมหรือไม่ยินยอมก็ตาม มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 277 ซึ่งนายดำรงค์ ผู้ต้องหาได้รับการประกันตัวสู้คดีอยู่

ส่วนการกระทำผิด ข่มขืนนักเรียนหญิงรายเดิมครั้งที่ 2 ของนายดำรงค์นั้น ทางพนักงานสอบสวนได้ทำสำนวนตามฐานความผิดเดิมแต่ต่างวาระ ซึ่งปัจจุบันสำนวนคดีเกือบที่จะเสร็จสมบูรณ์แล้ว รอเพียงผลการตรวจพิสูจน์ทางการแพทย์มาประกอบสำนวน ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จสามารถส่งให้เจ้าพนักงานอัยการได้ภายใน 1-2 สัปดาห์นี้ และทางพนักงานสอบสวนจะยื่นคัดค้านการประกันตัวด้วย เพื่อไม่ให้ผู้ต้องหาเข้าไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานต่างๆ แต่จะได้รับอนุญาตให้ประกันตัวหรือไม่นั้นอยู่ที่ดุลพินิจของศาล

ข่าวดี! ธ.ออมสิน พักชำระหนี้ ให้ลูกค้าสินเชื่อที่เดือดร้อนจาก ‘พายุปาบึก’

นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า จากเหตุภัยธรรมชาติพายุโซนร้อนปาบึก ทำให้หลายพื้นที่หลายจังหวัดในภาคใต้ของประเทศไทย ส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินและความเป็นอยู่ของประชาชนตลอดจนลูกค้าของธนาคารออมสิน ธนาคารมีความห่วงใยผู้ที่ได้รับผลกระทบ จึงมีมาตรการบรรเทาช่วยเหลือลูกค้าสินเชื่อทุกประเภทของธนาคาร

ทั้งนี้ พื้นที่ใดที่ทางราชการประกาศให้เป็นพื้นที่ประสบภัย และเป็นบุคคลที่มีที่พักอาศัยหรือสถานประกอบการที่ด้รับผลประทบเสียหาย ส่งผลให้รายได้ลดลงตลอดจนมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น สามารถพักชำระทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยได้เป็นระยะเวลา 3 เดือน เมื่อครบกำหนดแล้ว ให้พักชำระเงินต้นได้อีก 2-3 ปี โดยในระหว่างพักชำระเงินต้น ใช้ชำระเฉพาะส่วนที่เป็นดอกเบี้ยรายเดือน 50-100% ของดอกเบี้ยที่เกิดขึ้น ซึ่งเงื่อนไขดังกล่าวจะพิจารณาตามความรุนแรงหรือผลกระทบที่ลูกค้าได้รับ

อย่างไรก็ตาม สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ธนาคารออมสินทุกสาขาทั่วประเทศ หรือศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ธนาคารออมสิน หมายเลข 1115 และเว็บไซต์ www.gsb.or.th

กรมชลฯ เผยอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ 4 แห่ง ยังพอรับน้ำฝนจาก ‘พายุปาบึก’ ได้

ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ กรมชลประทาน นำโดย นายทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน และเจ้าหน้าที่ร่วมประชุม ติดตามสถานการณ์ หลังจากพายุปาบึก อ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชัน เมื่อเวลา 07.00 น. ของวันนี้ และได้เคลื่อนลงทะเลอันดามันแล้ว

สำหรับจังหวัดที่กรมอุตุนิยมวิทยา คาดการณ์ว่า จะมีฝนตกหนักถึงหนักมากต่อเนื่องไปอีก 1 วัน จึงต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด จำนวน 9 จังหวัด ประกอบด้วย เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่

ทั้งนี้ สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำ ขนาดใหญ่ จำนวน 4 แห่ง มีปริมาณน้ำเฉลี่ย ร้อยละ 82 มีช่องว่างเพียงพอสามารถรองรับปริมาณน้ำได้ ส่วน อ่างเก็บน้ำขนาดกลาง จำนวน 7 แห่ง มีความเสี่ยงน้ำเต็มความจุที่ระดับเก็บกัก อ่างเก็บน้ำคลองหยา จ.กระบี่

นอกจากนี้ อ่างเก็บน้ำห้วยลึก จ.กระบี่ , อ่างเก็บน้ำคลองกะทูน จ.นครศรีธรรมราช , อ่างเก็บน้ำคลองดินแดง จ.นครศรีธรรมราช , อ่างเก็บน้ำห้วยสามเขา จ.เพชรบุรี , อ่างเก็บน้ำห้วยสงสัย จ.เพชรบุรี , อ่างเก็บน้ำคลองสวนหนัง จ.สุราษฎร์ธานี , อ่างเก็บน้ำขนาดกลาง จำนวน 21 แห่ง มีปริมาณน้ำเฉลี่ยร้อยละ 80 – 90 ของความจุเก็บกัก ยังคงต้องติดตามเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม อ่างเก็บน้ำขนาดกลาง จำนวน 11 แห่ง ยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ และมีช่องว่างเพียงพอสำหรับรองรับปริมาณน้ำ

ที่มา จส.100