กสทช.เตือน! ผู้ให้บริการดูแลโครงข่ายรับพายุ “ปาบึก”

กสทช.ย้ำให้ผู้ประกอบการและผู้ให้บริการดูแลทั้งโครงข่าย และเตรียมพร้อมการสื่อสารตามแผนภัยพิบัติ รวมทั้งให้ศูนย์สายลมประสานงานสมาคมวิทยุสมัครเล่นในพื้นที่ เพื่อรับมือการสื่อสารกรณีเหตุภัยพิบัติ หรือเหตุฉุกเฉินด้วย

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. เปิดเผยว่า สำนักงาน กสทช. ได้ย้ำให้ผู้ให้บริการโทรคมนาคม ผู้ประกอบกิจการวิทยุ และผู้ประกอบกิจการโทรทัศน์ทุกราย ดูแลโครงข่าย และเตรียมความพร้อมของระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ โทรศัพท์ประจำที่ และระบบโทรคมนาคม ให้สามารถติดต่อสื่อสารกันได้เมื่อเกิดภัยพิบัติหรือเหตุฉุกเฉิน

พร้อมทั้งขอให้ผู้ประกอบการวิทยุและโทรทัศน์ เตรียมพร้อมให้ความร่วมมือในการประสานงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงประชาสัมพันธ์ และรับแจ้งเหตุเตือนภัย และรายงานสถานการณ์

นอกจากนี้ยังสั่งการให้สำนักงาน กสทช. ภาค 4 และสำนักงาน กสทช. เขตทุกเขต ที่รับผิดชอบพื้นที่เขตภาคใต้ในจังหวัดตามประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยา รวมถึงจังหวัดใกล้เคียง ให้ติดตามสถานการณ์พายุโซนร้อนปาบึก ประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยา และเตรียมการรับมือตามแผนประสานงานกรณีเกิดภัยพิบัติหรือเหตุฉุกเฉินของสำนักงาน กสทช.

ขณะที่ศูนย์สายลม สำนักงาน กสทช. ได้ประสานงานไปยังสมาคมวิทยุสมัครเล่นในพื้นที่ เตรียมความพร้อมด้านการสื่อสาร กรณีเกิดภัยพิบัติและเหตุฉุกเฉิน ให้สามารถติดต่อสื่อสารกันได้ ในกรณีที่การสื่อสารหลักทางโทรศัพท์ได้รับความเสียหาย ขณะที่คอลเซ็นเตอร์สำนักงาน กสทช. 1200 พร้อมรับแจ้งสถานการณ์ต่างๆ จากประชาชนในพื้นที่ โดยประชาชนสามารถติดต่อแจ้งเหตุการณ์ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

คลิปจากหัวไทร – พะงัน ลมแรง คลื่นสูง หลังพายุปาบึกจะพัดขึ้นฝั่งเย็นนี้

เปิดคลิปสถานการณ์ หัวไทร – เกาะพงัน เกิดฝนตกหนักลมแรง คลื่นสูง หลังได้รับอิทธิพลจากพายุโซนร้อนปาบึก และคาดจะพัดขึ้นฝั่งในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช ช่วงเย็นวันนี้ แนะใครอยู่ริมทะเลอพยพด่วน!

หลังจากที่วันนี้ (4 ม.ค. 2562) กรมอุตุนิยมวิทยา  ได้ออกประกาศถึงสถานการณ์ของพายุโซนร้อน “ปาบึก” (PABUK) ที่บริเวณอ่าวไทยตอนล่าง ทางด้านตะวันออกเฉียงใต้ของจังหวัดนครศรีธรรมราช ศูนย์กลางอยู่ห่างประมาณ 200 กิโลเมตร และจะพัดขึ้นฝั่งในช่วงเย็นของวันนี้นั้น

ล่าสุดเพจต่างๆ ได้มีการเผยแพร่คลิปสถานการณ์ในพื้นที่ที่คาดว่าได้รับผลกระทบจากพายโซนร้อนปาบึก โดยเฉพาะเพจ เมือง ทุ่งสง ที่ได้เผยให้เห็นภาพลมแรงในพื้นที่ อ.หัวไทร  และ อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช ที่พัดให้ยอดต้นไม้เอนเอียงไปตามแรงลมน่ากลัวเป็นอย่างมาก

ขณะที่เพจ อช.ธารเสด็จ- เกาะพะงัน ได้มีการเผยแพร่ภาพให้เห็นคลื่นทะเลในพื้นที่เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี ได้มีฝนตกหนักและลมแรง จนทำให้เกิดคลื่นกำลังแรงในทะเลอ่าวไทย บางช่วงสูงถึง 3-5 เมตร  ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ประชาชนควรอพยพไปอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยที่ทางจัดไว้ให้

อย่างไรก็ดีมีรายงานเพิ่มเติมว่า ช่วงบ่ายนี้ ที่บริเวณ ท่าศาลา-ตะลุมพุก-ปากพนัง จะค่อนข้างมีลมแรงความเร็วสูงสุดอาจจะถึง 80 กม./ชม. ซึ่งอาจจะทำให้ต้นไม้หักโค่น หลักคาปลิวได้ ใครอยู่ริมทะเล ควรอพยพเป็นการด่วน ส่วนแนวโน้มการพัดขึ้นฝั่งของพายุลูกนี้ จะขึ้นฝั่งไปแนว อ.ท่าศาลา และเฉียดๆ อ.ปากพนัง ขณะที่ สิชล, หัวไทร และระโนด ก็ยังได้รับอิทธิพลอยู่

ไทยพาณิชย์-กสิกรไทย ขึ้นดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 0.25%

ธนาคารไทยพาณิชย์ และธนาคารกสิกรไทย ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำทุกประเภท 0.25% มีผลตั้งแต่วันที่ 4 และ 5 มกราคม 2562 ตามลำดับ โดยที่ยังไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ เพื่อสนับสนุนการออมให้กับผู้ฝากเงินรายย่อย และสอดคล้องกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบาย

นายอาทิตย์ นันทวิทยา กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า ตามที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ครั้งที่ 8/2561 เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2561 ที่ผ่านมา มีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ร้อยละ 0.25 ต่อปี ธนาคารไทยพาณิชย์พิจารณาแล้วเห็นว่า เพื่อเป็นการส่งเสริมการออมให้กับผู้ฝากเงินรายย่อย ธนาคารจึงได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 3 เดือน 6 เดือน 12 เดือน 24 เดือน และ 36 เดือน ในอัตราร้อยละ 0.25 ต่อปี สำหรับบุคคลธรรมดาที่มียอดเงินฝากไม่เกิน 5 ล้านบาท ทำให้มีอัตราดอกเบี้ยเงินฝากตั้งแต่ 1.15 -1.85% ต่อปี ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำสำหรับบุคคลธรรมดาที่สูงที่สุดในระบบ โดยอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำใหม่จะมีผลตั้งแต่วันที่ 4 มกราคม 2562 เป็นต้นไป

ทั้งนี้ ธนาคารไทยพาณิชย์ถือเป็นธนาคารพาณิชย์แรกที่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำให้กับผู้ฝากเงินรายย่อยประเภทบุคคลธรรมดา ขณะเดียวกัน ธนาคารยังคงตรึงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ไว้ที่ระดับเดิม เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระให้ประชาชนโดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อย

ด้าน นายปรีดี ดาวฉาย กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ธนาคารได้พิจารณาปรับอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 3 เดือน 6 เดือน 12 เดือน 24 เดือน และ 36 เดือน สำหรับวงเงินไม่เกิน 5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.25% ต่อปี ทำให้อัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำของธนาคารกสิกรไทย อยู่ที่ 1.15% – 1.85% ต่อปี โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 5 มกราคม 2562 เป็นต้นไป เพื่อตอบสนองนโยบายภาครัฐในการเพิ่มรายได้ให้กับประชาชนโดยเฉพาะผู้ฝากเงินรายย่อย รวมทั้งเป็นการสนับสนุนให้ภาพรวมเศรษฐกิจไทยเป็นไปตามเป้าหมาย

ทั้งนี้ ธนาคารยังไม่มีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ในช่วงนี้ เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการรายย่อยและลูกค้าบุคคลไม่ต้องแบกรับภาระหนี้และบรรเทาภาระค่าใช้จ่าย รวมถึงสนับสนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนในระยะยาว ถึงแม้ว่าธนาคารแห่งประเทศไทยได้มีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายไปเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2561 ที่ผ่านมา