สายการบิน-สนามบิน-ท่าเรือ-ถนน รับมือพายุ “ปาบึก”

การคมนาคมในพื้นที่ ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากพายุปาบึก ขณะนี้ทุกฝ่ายเตรียมความพร้อมทั้งอุปกรณ์และบุคลากร

สายการบิน บางกอกแอร์เวย์ส ประกาศยกเลิกเที่ยวบิน เข้าและออกจากสมุย ทุกเที่ยว ระหว่างวันที่ 4-5 มกราคม 2562 เพื่อความปลอดภัยผู้โดยสาร โดยสามารถติดต่อเพื่อขอเปลี่ยนแปลงการเดินทาง หรือตรวจสอบสถานะเที่ยวบินได้ตลอด 24 ชั่วโมงที่ศูนย์บริการลูกค้า โทร 1771

ส่วนสายการบินไลอ้อนแอร์ ได้เพิ่มเที่ยวบิน พิเศษ เส้นทาง ดอนเมือง – สุราษฎร์ธานี และ สุราษฎร์ธานี – ดอนเมือง เพื่อช่วยระบายผู้โดยสาร ที่ติดค้างในสนามบินสุราษฎ์ธานี

ขณะที่บริษัทการบินไทย ยังไม่ประกาศยกเลิกเที่ยวบินในพื้นที่อาจได้รับผลกระทบจากพายุ ปาบึก แต่แนะนำให้ ผู้โดยสาร ตรวจสอบตารางการบิน เส้นทาง กรุงเทพ-กระบี่ และกรุงเทพฯ – ภูเก็ต ระหว่างวันที่ 3-5 มกราคมนี้ ผ่านเว็บไซด์ ไทยแอร์เวย์ส ตลอด 24 ชั่วโมง

นางอัมพวัน วรรณโก อธิบดีกรมท่าอากาศยาน เปิดเผยว่า ได้สั่งสนามบินภาคใต้โดยเฉพาะบินที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบเช่น สนามบินสุราษฎร์ธานี ชุมพร ตรัง ระนอง ส่วนนครศรีธรรมราชได้เตรียมการร่วมกับ ผู้ว่าราชการจังหวัดแล้ว โดยเตรียมพร้อมคันกั้นน้ำ และเตรียมเครื่องสูบน้ำ ชลประทานมาขุดลอกทางน้ำให้ระบายออกเพิ่มได้ 5 เส้นทาง

ขณะเดียวกัน มีแผนรองรับกรณีที่สภาพอากาศไม่เหมาะสมจนต้องปิดสนามบิน เพราะเบื้องต้นประเมินว่าพายุจะรุนแรงมาก และจะต้องประสานสายการบินในการรองรับผู้โดยสาร และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตำรวจ ทหาร มาช่วยอำนวยความสะดวก

ขณะที่นักท่องเที่ยว จากเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ทยอยเดินทางกลับขึ้นฝั่ง หลังอธิบดีกรมเจ้าท่า สั่งงดนำเรือออกจากฝั่ง ตั้งแต่เที่ยงวันที่ผ่านมา พร้อมประสานงานกับกรมอุตุนิยมวิทยา เพื่อรับมือเมื่อพายุขึ้นสู่ฝั่ง พร้อมออกประกาศเตือนชาวเรือให้ระมัดระวังการเดินเรือ โดยเรือเล็กหรือเรือ ควรงดออกจากฝั่ง ระหว่างวันที่ 2 – 5 มกราคม 2562 เพื่อป้องกันอุบัติเหตุทางน้ำ หลังประเมินว่า คลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันจะมีกำลังแรงขึ้น

ขณะเดียวกัน สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค จัดตั้งศูนย์ปลอดภัยทางน้ำขึ้นในแต่ละสำนักงานเจ้าท่าสาขา โดยให้สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 4 เป็นศูนย์บัญชาการในฝั่งอ่าวไทย และสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 5 เป็นศูนย์บัญชาการฝั่งอันดามัน เพื่อเตรียมความพร้อมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่และเรือตรวจการณ์

ส่วนเส้นทางถนน นายพิศักดิ์ จิตวิริยะวศิน อธิบดีกรมทางหลวงชนบท กล่าวว่า กรมฯ ได้ตั้งศูนย์ปฏิบัติการส่วนหน้า เพื่อประสานความช่วยเหลือผู้ประสบภัย และสนับสนุนเครื่องมือ เครื่องจักร ยานยนต์ ไว้พร้อมแล้ว โดยพร้อมเข้าไปติดตั้งป้ายเตือนประชาชนให้หลีกเลี่ยงเส้นทาง กรณีน้ำท่วมสูง และ ติดตั้งหลักนำทางกำหนดขอบเขตการจราจร

แต่หากถนนหรือสะพานขาด กรมฯ จะเร่งเข้าดำเนินการติดตั้งสะพานเบลีย์ เชื่อมทาง หรือ ถมวัสดุเชื่อมเส้นทาง เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้เส้นทางสัญจร

ความภูมิใจของคนไทย ‘กาแฟดอยตุง’ หนึ่งในโครงการจากแม่ฟ้าหลวง

จากแนวทางพระราชดำริ “ช่วยเขาให้เขาช่วยตัวเอง” จนมาถึง “มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง” ในพระบรมราชูปถัมภ์ ที่ก่อตั้งขึ้นโดย สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือ สมเด็จย่า เพื่อแก้ปัญหาความยากจน และมอบโอกาสให้แก่ ชาวไทยภูเขา โดยเริ่มบูรณาการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2528 จวบจนถึงปัจจุบัน

กว่า 30 ปีที่ผ่านมา วันนี้โครงการพัฒนาดอยตุง หนึ่งในโครงการของมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ได้ประสบความสำเร็จ ช่วยให้ชาวไทยภูเขาเพิ่มพูนทักษะ  สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์คุณภาพออกสู่ตลาดโลก ภายใต้แบรนด์ ‘ดอยตุง’

หลายคนคงเคยได้ยินชื่อผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของ โครงการพัฒนาดอยตุง ซึ่งมีการส่งเสริมการปลูกพืชเศรษฐกิจจนสามารถสร้างรายได้และอาชีพให้กับชุมชน หนึ่งในนั้นคือ ‘กาแฟดอยตุง’

ทั้งนี้ MThai News มีโอกาสพูดคุยกับ คุณฉัฐรินทร์ ธรรมชัยโรจน์ ผู้เชี่ยวชาญกาแฟพิเศษ ซึ่งได้อธิบายถึงความพิเศษของกาแฟดอยตุงเอาไว้ว่า มีความหอมกรุ่นเฉพาะตัวและรสชาติจากธรรมชาติ ที่ปลูกในพื้นที่ของโครงการพัฒนาดอยตุง มีการเก็บ คัดเมล็ดด้วยมือ รวมถึงแปรรูป คั่ว บด ที่เข้มงวดพิถีพิถันทุกขั้นตอน ซึ่งนอกจากความอร่อยแล้ว ยังได้ช่วยเหลือคน และสัมผัสเรื่องราวเกี่ยวกับความเป็นมาอีกด้วย

ปัจจุบัน กาแฟดอยตุง ได้จับมือกับ Japan Airlines ขึ้นไปเสริฟให้กับผู้โดยสารชั้นประหยัด ในเส้นทางบินระหว่างประเทศไทย-ประเทศญี่ปุน นับเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของคนไทย

ขณะที่ คุณสลักจิต มั่นธรรมรักษา ผู้อำนวยการฝ่ายสนับสนุนโครงการพัฒนา ได้เผยว่า โครงการพัฒนาดอยตุง เป็นโครงการอันเนื่องจากพระราชดำริของ “สมเด็จย่า” ที่ทรงได้รับแรงบันดาลใจจากพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ในการแก้ปัญหาการปลูกฝิ่นในประเทศไทยอย่างต่อเนื่องกว่า 40 ปี

ทรงสัมผัสความทุกข์ยากของชาวบ้านบนดอยตุง ซึ่งมีชีวิตอยู่ในวังวนของการปลูกและค้ายาเสพติด อีกทั้งวงจรการค้ามนุษย์ซึ่งกลายเป็นปัญหาสังคมอย่างไม่จบสิ้น สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทรงเล็งเห็นถึงต้นเหตุแห่งปัญหาว่าเกิดจากความยากจน ความไม่รู้ และการขาดโอกาส ในชีวิตของผู้คนในพื้นที่ห่างไกลและทุรกันดาร

จึงทรงมีพระราชปณิธานอันแน่วแน่ที่ต้องหยุดวงจรแห่งความทุกข์ยาก โดยพัฒนาคนอย่างมีบูรณาการ ควบคู่ไปกับด้านเศรษฐกิจ วัฒนธรรม และสร้างสภาพแวดล้อมที่อุดมสมบูรณ์ไปในเวลาเดียวกัน โดยมีเป้าหมายสูงสุดเพื่อให้ชุมชนดอยตุงสามารถพึ่งพาตัวเองได้อย่างมีคุณภาพต่อเนื่อง

“แม่ฟ้าหลวง” เป็นพระสมัญญานามที่ชาวไทยภูเขาพร้อมใจกันเรียกขาน “สมเด็จย่า” เพราะภาพที่พวกเขาเห็นจนชินตา คือ สมเด็จย่าเสด็จฯ ด้วยเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่ง พร้อมกับสิ่งของ อาหาร เครื่องมือ และบุคลากรทางการแพทย์มาเยี่ยมเยียนพวกเขา เสมือนเสด็จฯ จากฟ้ามาปัดเป่าทุกข์โศกโรคภัย

โดยในปี พ.ศ.2543 องค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก บันทึกให้สมเด็จย่าเป็น “บุคคลสำคัญของโลก” ในฐานะที่ทรงมีผลงานดีเด่นเพื่อส่วนรวมในสาขาการศึกษา วิทยาศาสตร์ประยุกต์ การพัฒนามนุษย์ สังคม และสิ่งแวดล้อม จากมูลนิธิเพื่อพัฒนาพื้นที่แห้งแล้ง และปัญหาความยากจนสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน

ศาลซาอุฯ อนุมัติขยายเวลาทวนสำนวนคดีฆ่า ‘จามาล คาช็อกกี’

ศาลซาอุฯ พิจารณาคดีฆาตกรรม “จามาล คาช็อกกี” พร้อมอนุมัติขยายเวลาทบทวนสำนวนคดีเพิ่ม ด้านอัยการเรียกร้องโทษประหารชีวิตผู้ก่อเหตุ

ผู้ต้องสงสัย 11 คน ซึ่งถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับการฆาตกรรม นายจามาล คาช็อกกี นักข่าวชื่อดังชาวซาอุดิอาระเบีย ถูกนำตัวขึ้นพิจารณคดีที่ศาลกรุงริยาด เมื่อวันที่ 3 ม.ค.2561 โดยทางอัยการเรียกร้องโทษประหารชีวิตผู้ต้องสงสัยอย่างน้อย 5 คนจากทั้งหมด

สำนักข่าวเอพีรายงานอ้างอิงสถานีโทรทัศน์ อัล อักฮ์บารียา ของซาอุฯ ว่า หลังจากอัยการเริ่มไต่สวนคดีความ ฝ่ายจำเลยขอขยายระยะเวลาในการทบทวนสำนวนคดีเพิ่มเติม ซึ่งศาลก็อนุมัติ

สื่อของซาอุฯ ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับการพิจารณาคดีเพียงเล็กน้อยและไม่ได้เอ่ยถึงชื่อของผู้ต้องสงสัย แต่แถลงการณ์ของอัยการ ระบุว่า ผู้ต้องสงสัยขึ้นศาลพร้อมกับทนายความ รวมถึงอัยการได้ร้องขอหลักฐานจากทางการตุรกีด้วย แต่ยังไม่มีการตอบกลับมาจากตุรกีแต่อย่างใด

ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ตุรกีเผยว่า ได้มอบหลักฐานเกี่ยวกับการฆาตกรรมนายคาช็อกกี ให้กับทางซาอุฯ และประเทศอื่นๆ ไปแล้ว

นายจามาล คาช็อกกี ถูกฆาตกรรมเมื่อ 3 เดือนก่อนที่สถานกงสุลซาอุดิอาระเบีย ในนครอิสตันบูลของตุรกี ซึ่งเชื่อว่าร่างของเขาถูกแยกส่วน และจนถึงขณะนี้ก็ยังคงหาศพไม่พบ

ก่อนถูกฆาตกรรม นายคาช็อกกีเคยเขียนคอลัมน์วิพากษ์วิจารณ์เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารแห่งซาอุดิอาระเบีย ในช่วงแรกซาอุฯ ปฏิเสธว่านายคาช็อกกีไม่ได้ถูกฆาตกรรม แต่หลายสัปดาห์ต่อมาได้ออกมายอมรับว่านายคาช็อกกีถูกฆาตกรรมจริง