รวบ! หนุ่มฆ่ารัดคอแม่ยาย หลังมีปากเสียง คิดว่าถูกกีดกันไม่ให้พบภรรยา

นายเจษฎา เส็งล้ำ อายุ 40 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอุตรดิตถ์ ลงวันที่ 30 ธันวาคม 2561 ในความผิดฐาน “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา” ถูกตำรวจกองปราบปรามติดตามจับกุมตัวได้หลังก่อเหตุฆ่ารัดคอแม่ยายของตนเอง

ทั้งนี้ นายเจษฎา อยู่กินกับ นางสาวรจเรศ แงมท้าว อายุ 36 ปี มีลูกด้วยกัน 3 คน จนกระทั่ง นายเจษฎา รู้ว่านางสาวรจเรศ แอบมีกิ๊กเป็นคนจังหวัดสระแก้ว โดยรู้จักกันผ่าน Facebook จึงได้ว่ากล่าวตักเตือนให้เลิกคบหา แต่ปรากฏว่านางสาวรจเรศ ยังแอบคบหากับกิ๊ก จนกระทั่งวันที่ 13 ธันวาคม 2561 นางสาวรจเรศ ได้หนีออกจากบ้านไป

ต่อมาวันที่ 27 ธันวาคม 2561 เวลา 18.30 น. นายเจษฎา ได้ออกตามหานางสาวรจเรศ ที่บ้านใน ตำบลผักขวง อำเภอทองแสนขัน จังหวัดอุตรดิตถ์ ซึ่งเป็นบ้านของนางจวน แงมท้าว (แม่ยาย) และได้พูดคุยจนมีปากเสียงกับนางจวน โดยนายเจษฎาฯ เชื่อว่า ถูกนางจวน กีดกัน ปิดบังไม่ให้เจอกับนางสาวรจเรศ จึงได้ก่อเหตุฆ่านางจวน ถึงแก่ความตายแล้วหลบหนีไป

อย่างไรก้ตาม พนักงานสอบสวน สภ.ทองแสนขัน ได้รวบรวมพยานหลักฐานขอออกหมายจับต่อศาลจังหวัดอุตรดิตถ์ ไว้ จนกระทั่ง เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2561 เวลาประมาณ 22.00 น. เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม สืบทราบว่า นายเจษฎา ได้หลบหนีเข้าพื้นที่จังหวัดสระแก้ว และสามารถจับกุมตัวนายเจษฎา ได้ที่ ท่าเกษมรีสอร์ท ม.2 ต.ท่าเกษม อ.เมืองสระแก้ว จ.สระแก้ว

จากการสอบถาม ผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพว่า มาตามหานางสาวรจเรศ เพื่อที่จะขอคืนดีถ้าไม่ยอมจะนำมีดที่พกติดตัวฆ่านางสาวรจเรศ และจะฆ่าตัวตายตาม ก่อนที่จะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจกองจับกุมตัวดำเนินคดี

ที่มา Policenews

อ้อม อินคา อดีตนักร้องดังประกาศทวงเงินผ่านสื่อ

อ้อม อินคา อดีตนักร้องดังประกาศทวงเงินผ่านสื่อ หลังแม่นักร้องนักแต่งเพลงชื่อดัง ยืมไป 4 แสนบาท นานกว่า 4 ปี จนเงินต้น-ดอกเบี้ยเกือบ 7 แสนบาท แต่ได้คืนมาเพียง 2 แสนบาท

ช่วงบ่ายวันนี้ ( 3 มกราคม) ที่ร้านครัวคนเมือง ถนนนิมมานเหมินท์ ซอย 17 อ.เมือง จ.เชียงใหม่ นายจารุวัฒน์ วิเศษสมบัติ หรือ อ้อม อินคา อายุ 55 ปี อดีตนักร้องชื่อดังในยุค 90 นัดหมายสื่อมวลชนเพื่อให้สัมภาษณ์เปิดใจหลังนางทัศนีย์ ปานประทีป อายุ 69 ปี แม่ของโอ้ เสกสรรค์ ปานประทีป เพื่อนนักร้องและนักแต่งเพลงชื่อดัง ยืมเงินจำนวน 4 แสนบาท ตั้งแต่ปี 2558 หลังใช้เวลาทวงถามนานกว่า 4 ปี ได้เงินคืนมาเพียงบางส่วน สุดท้ายเมื่อทวงถามหนักขึ้นแม่ของนักร้องและนักแต่งเพลงชื่อดังก็บ่ายเบี่ยง จนสุดทนจึงตัดสินใจทวงถามผ่านสื่อมวลชน เพราะเมื่อรวมเงินต้นและดอกเบี้ยแล้วเป็นเงินกว่า 7 แสนบาท

อดีตนักร้องดัง เผยว่า เคยติดต่อซื้อที่ดินแปลงหนึ่งจากนางทัศนีย์ แต่หลังจบการซื้อขายกันไป ผ่านไปเพียง 1 เดือน นางทัศนีย์ ได้ติดต่อมาขายที่ดินแปลงใหม่ให้อีก เนื่องจากต้องการใช้เงิน แต่ตนเองปฏิเสธไป นางทัศนีย์ จึงเอ่ยปากขอยืมเงินจำนวน 4 แสนบาท เพื่อนำไปหมุนก่อน บอกว่าอีก 1 สัปดาห์ จะคืนเงินให้ ตนเองเห็นว่าเป็นแม่ของโอ้ เสกสรรค์ จึงให้ยืมเงินไป แต่หลังผ่านไป 1 สัปดาห์ กลับไม่ได้รับเงินคืนตามที่ตกลง

จากนั้นตนเองยังพยายามทวงถามตลอดจนถึงช่วงสิ้นปี 2558 นางทัศนีย์ก็บ่ายเบี่ยงอยู่เรื่อย ๆ จนในที่สุดจึงโทรศัพท์ไปขอให้รีบเคลียร์เงินที่ยืมภายในเดือนมีนาคม 2559 เพราะมีความจำเป็นต้องใช้เงินเนื่องจากได้ไปกู้ยืมเงินมาเสียดอกเบี้ยร้อยละ 5 ต้องเสียดอกเบี้ยเดือนละกว่า 2 หมื่นบาท ซึ่งนางทัศนีย์ก็บอกว่า จะรับผิดชอบทั้งเงินต้นที่ยืมไปจำนวน 4 แสนบาท รวมดอกเบี้ยอีกเดือนละ 2 หมื่นบาท

หลังจากนั้นผ่านไปเกือบ 2 ปี ก็ยังไม่ได้เงินต้นพร้อมดอกเบี้ยตามที่นางทัศนีย์บอกไว้ เมื่อทวงถามก็ทยอยคืนมาครั้งละ 4 – 5 พันบาทเท่านั้น จนในที่สุดจึงโทรศัพท์ไปเล่าให้โอ้ เสกสรรค์ฟัง เพื่อหวังว่าเพื่อนจะช่วยได้ ซึ่งโอ้ เสกสรรค์ก็ได้แต่รับฟัง ก่อนจะบอกว่าตัวเองก็ไม่ไหวเหมือนกันเพราะแม่ก็นำที่ดินและบ้านไปขาย

“ผมเสียความรู้สึกมาก เพราะตอนแรกคิดว่าโอ้จะรับผิดชอบเรื่องนี้ในฐานะลูกแต่กลับปฏิเสธ ซึ่งตอนแรกที่ไม่ได้บอกโอ้ ว่าแม่มายืมเงินเพราะกลัวว่าเพื่อนจะเสียหน้า แต่ไม่คิดว่าเรื่องราวจะออกมาในรูปนี้ หากเป็นผมก็ต้องรับผิดชอบแทนแม่”อ้อม อินคา กล่าว

อ้อม อินคา บอกอีกว่า ตนได้โทรศัพท์และไลน์ไปทวงเงินจากแม่โอ้อีกหลายครั้ง แต่นางทัศนีย์ก็ไม่รับสายไม่อ่านข้อความในไลน์ กระทั่งล่าสุดเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2561 จึงตัดสินใจโทรไปทวงเงินจากนางทัศนีย์ด้วยตัวเองอีกครั้ง โดยบอกว่าให้หาหลักทรัพย์หรือหลักฐานอะไรก็ได้มามอบให้ตนเองเพื่อใช้หนี้ นางทัศนีย์จึงนำโฉนดที่ดินจัดสรรที่ทำเอง เนื่องที่ 100 ตาราวา ในจังหวัดกาญจนบุรีมามอบให้ พร้อมใบโอนลอย เพื่อให้ตนนำที่ดินดังกล่าวไปขายใช้หนี้ โดยบอกว่าที่ดินมีราคาตารางวาละ 5.5 พันบาท แต่เมื่อตรวจสอบแล้วที่ดินแปลงนี้อยู่ค่อนข้างไกล จึงไม่มีใครรับซื้อ สุดท้ายตนเองจึงต้องนำไปขายให้กับเพื่อนรุ่นน้อง ซึ่งก็รับซื้อที่ดินไว้ในราคาเพียง 1 แสน 5 หมื่นบาท

สาเหตุที่ต้องออกมาให้สัมภาษณ์ทวงเงินผ่านสื่อ เพราะอยากให้คู่กรณีละอายใจบ้างและหวังว่าทั้งนางทัศนีย์และโอ้ เสกสรรจะแสดงความรับผิดชอบ ไม่ใช่บ่ายเบี่ยงหรือปฏิเสธไม่รับผิดชอบจนตนเองได้รับความเดือดร้อน เพราะจำเป็นต้องใช้เงินเพื่อนำไปลงทุนต่อ โดยหลายครั้งที่ต้องโทรศัพท์ไปทวงถาม ก็สุดทนจนในความไม่รับผิดชอบของคู่กรณีจึงได้ด่ากลับไปหลายครั้งเช่นกัน

สำหรับยอดเงินที่ให้ยืมไป 4 แสนบาท รวมดอกเบี้ยอีกเดือนละ 2 หมื่นบาท รวมประมาณ 8 แสนบาท เมื่อหักเงินที่ทยอยคืนมาแล้วราว 7 หมื่นบาท และ หักค่าขายที่ดิน 1 แสน 5 หมื่นบาท รวมได้คืนมาแล้ว 2 แสน 2 หมื่นบาท ยังคงค้างอีกเกือบ 7 แสนบาท ซึ่งตนมีหลักฐานการรับโอนเงินทุกอย่าง แต่ไม่ต้องการไปแจ้งความ เพียงอยากทวงผ่านสื่อเพื่อให้คู่กรณีรับผิดชอบ

เผยปฏิทินหมายจับ คดีเกี่ยวกับทรัพย์ หลังพบเป็นคดีที่มีสถิติสูงสุด

จากข้อมูลสถิติของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พบว่า คดีความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ เป็นคดีที่มีสถิติสูงสุดมาโดยตลอด กองปราบได้เล็งเห็นความสำคัญของปัญหานี้ และเชื่อมั่นว่าความร่วมมือจากภาคประชาชน เป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ปัญหาเหล่านี้ได้รับการแก้ไข

วันนี้ (3 ม.ค. 62) กองปราบ จึงได้นำเสนอภาพผู้ต้องหาตามหมายจับคดีที่เกี่ยวกับทรัพย์ที่เป็นคดีสำคัญ เพื่อให้ประชาชนสามารถช่วยเป็นหูเป็นตาให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ หากพบเห็นบุคคลตามหมายจับเหล่านี้ โปรดแจ้ง กองบังคับการปราบปราม หรือติดต่อไปยังสถานีตำรวจท้องที่ทุกท้องที่ เพื่อดำเนินการนำตัวผู้ต้องหาตามหมายจับเหล่านี้มาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

ที่มา Policenews