ร้านอาหารแหลมตะลุมพุกปิดร้านหนี ‘พายุปาบึก’ ทั้งหมด

ร้านอาหารแหลมตะลุมพุกทั้งหมด ปิดร้านหนีพายุปาบึก – ด้านชาวบ้านแหลมตะลุมพุก ยังเฝ้าติดตามสถานการณ์ อพยพเพียงคนแก่ คนป่วย และเด็ก

ภายหลังจากกรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเตือนจังหวัดทางภาคใต้ เตรียมรับมือพายุโซนร้อน “ ปาบึก ” ที่จะเคลื่อนเข้าบริเวณอ่าวไทยในช่วงวันที่ 2 ถึงวันที่ 3 มกราคม 2562 และคาดว่าประมาณวันที่ 3 และวันที่ 4 มกราคม 2562 จะมีฝนตกหนักถึงหนักมากในจังหวัดทางภาคใต้ และทะเลอ่าวไทย จะมีคลื่นสูง 2 ถึง 4 เมตร นั้น

ช่วงเช้าวันที่ 3 ม.ค.62 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบแหลมบริเวณชายหาดแหลมตะลุมพุก ต.แหลมตะลุมพุก อ.ปากพนัง ซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบจากพายุ “ปาบึก” ล่าสุดพบว่าร้านอาหารบริเวณชายหาดทั้งหมด เจ้าของร้านได้ปิดร้านหนีพายุ โดยมีการเก็บข้าวของไว้ในร้าน และอพยพหนีไปอยู่บ้านญาติในตัวอำเภอปากพนัง เพื่อความปลอดภัย ทำให้บรรยากาศบริเวณหาดแหลมตะลุมพุกเงียบเหงาเหมือนป่าช้าไม่มีคนให้เห็นแม้แต่คนเดียว ส่วนสัตว์เลี้ยง เช่น สุนัข ก็ไม่พบแม้แต่ตัวเดียว

ในขณะที่ท้องทะเลพบว่ามีคลื่นสูงประมาณ 1 – 2 เมตร ความแรงของคลื่นค่อนข้างแรง ซัดเข้าหาชายฝั่ง ประกอบกับระดับน้ำทะเลเริ่มหนุนสูงซัดชายฝั่ง เหลือประมาณ 4 – 5 เมตร คลื่นทะเลจะถึงร้านอาหารริมหาด ส่วนริมชายหาดมีเศษกิ่งไม้ซากสิ่งสกปรกถูกคลื่นพัดขึ้นมาเกยชายหาดเป็นจำนวนมาก ส่วนบนท้องฟ้าค่อนข้างมืด มีฝนตกลงมาเล็กน้อย สลับกับลมกรรโชกเล็กน้อย ถึงปานกลาง

อย่างไรก็ตามจากการสำรวจบ้านเรือนของประชาชนที่หมู่บ้านแหลมตะลุมพุก ซึ่งอยู่ห่างจากชายหาดแหลมตะลุมพุกประมาณ 500 เมตร พบว่าชาวบ้านยังคงใช้ชีวิตปกติ สอบถามทราบว่าจะรอดูสถานการณ์จากทางราชการก่อนว่าหากสถานการณ์รุนแรงจะมีการอพยพกันทั้งหมู่บ้านอย่างไรก็ตามเมื่อวานนี้ได้มีการอพยพคนแก่ คนป่วยติดเตียง รวมทั้งเด็กเล็ก ไปอาศัยที่บ้านญาติในตัวอำเภอปากพนังเรียบร้อยแล้ว ซึ่งความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป

ชาวเลสงขลา ขนย้ายข้าวของออกจากบ้าน เตรียมรับมือพายุปาบึก

ชาวบ้านในชุมชนชาวเลบ้านหาดแก้ว อ.สิงหนคร จ.สงขลา เริ่มขนย้ายข้าวของออกจากบ้านไปเก็บไว้ที่อื่นชั่วคราวเตรียมพร้อมรับมือคลื่นลมแรงจากอิทธิพลของพายุปาบึก ซึ่งเริ่มมีฝนตกและคลื่นลมแรงขึ้น

วันนี้(3ม.ค.) ที่ จ.สงขลา เริ่มได้รับผลกระทบจากพายุปาบึก ทำให้เริ่มมีฝนตกอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เมื่อคืนนี้รวมทั้งคลื่นลมที่มีกำลังแรงขึ้น ทำให้ชาวบ้านชุมชนชาวเลที่อาศัยอยู่ริมทะเลเริ่มเตรียมย้ายสิ่งของออกจากบ้านและเตรียมอพยพไปอยู่ในที่ปลอดภัยแล้ว

โดยเฉพาะบ้านหาดแก้ว หมู่ 1 ต.หัวเขา อ.สิงหนคร จ.สงขลา บางครอบครัวที่มีบ้านอยู่ติดริมทะเลต้องเร่งขนย้ายข้าวของออกจากบ้านไปเก็บไว้ที่อื่นชั่วคราว เนื่องจากเป็นหนึ่งในพื้นที่เสี่ยงที่อาจถูกคลื่นซัดเข้าถล่มบ้านซึ่งเกิดขึ้นทุกปี

เช่นครอบครัวของ นายนภดล มงคลดี อายุ 27 ปี ซึ่งมีบ้านอยู่ติดริมทะเลและอยู่กัน 2คนกับภรรยา ตั้งแต่ช่วงเช้าของวันนี้ต้องขนข้าวของเครื่องใช้ภายในบ้านไปเก็บไว้ที่บ้านอีกหลังที่อยู่สูงขึ้นไป เพื่อป้องกันทรัพย์สินเสียหาย เนื่องจากอยู่ในภาวะเสี่ยงที่จะถูกคลื่นซัดเข้ามาถึงภายในบ้านในช่วง 2-3 วันนี้ ซึ่งพายุปาบึกจะเคลื่อนผ่าน เพื่อเตรียมพร้อมรับสถานการณ์คลื่นลมแรง เนื่องจากได้รับผลกระทบทุกครั้งที่คลื่นลมแรง และหากรอให้คลื่นแรงกว่านี้กลัวว่าจะขนไม่ทัน

ขณะที่ชาวบ้านในชุมชนบ้านหาดแก้วอีกราว 10 ครอบครัวที่อยู่ติดทะเลก็เริ่มเก็บเรือเก็บอวนขึ้นฝั่งและหยุดออกเรือชั่วคราว เตรียมพร้อมอพยพทันทีและเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยนายอุดม เอมโกศา อายุ 62 ปี ชาวบ้านอีกหลังพร้อมเพื่อนบ้านได้ขนอุปกรณ์ขึ้นจากเรือป้องกันคลื่นซัดและรอดูท่าทีหากคลื่นแรงหรือน้ำทะเลหนุนก็จะอพยพทันที

วิจารณ์หนัก ! คณะแพทย์จัดปาร์ตีฉลองปีใหม่ขณะทำคลอด

คณะแพทย์ในกัวเตมาลา จัดปาร์ตีฉลองปีใหม่ ขณะกำลังทำคลอดให้คนไข้รายหนึ่ง

เว็บไซต์ข่าวสารออนไลน์ต่างประเทศรายงาน พร้องเผยแพร่คลิปวิดีโอ ขณะที่คณะแพทย์ ที่โรงพยาบาลรูสเวลต์ มาเตอร์นิตี ในกัวเตมาลา ซิตี เมืองหลวงของกัวเตมาลา กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ภายในห้องคลอด โดยเจ้าหน้าที่ภายในห้องดังกล่าวต่างพากันนับถอยหลังเข้าสู่ปีใหม่ ทั้งที่คนไข้กำลังนอนอยู่บนเตียง และมีอาการเจ็บปวดทรมานในขณะนั้น

คลิปแสดงให้เห็นว่า คณะแพทย์และพยาบาล ที่แต่งตัวคล้ายกำลังปาร์ตี้ ตะโกนส่งเสียงกรีดร้องดังสนั่น และกระโดดโลดเต้น ไปมารอบเตียงคนไข้ นอกจากนี้เจ้าหน้าที่บางส่วนได้ใช้โทรศัพท์มือถือบันทึกภาพการเฉลิมฉลองของพวกเขาไว้

หลังจากการเคาน์ดาวน์สิ้นสุดลง ทารกน้อยได้คลอดออกมาในที่สุด ขณะที่แพทย์และพยาบาลกำลังปาร์ตี้กันอย่างสนุกสนาน ขณะที่คนไข้ที่เป็นแม่เด็กดูจะไม่พอใจ ที่เหล่าเจ้าหน้าที่จัดปาร์ตี้สนุกสนานกันกลางห้องคลอด

ทั้งนี้ทั้งนั้น คลิปวิดีโอดังกล่าวทำให้ผู้คนบนสื่อสังคมออนไลน์ ประณามต่อพฤติกรรมของเหล่าเจ้าหน้าที่อย่างหนัก ถึงการขาดความเป็นมืออาชีพของเหล่าเจ้าหน้าที่ที่ปรากฏตังในคลิป