นาทีเรือขนน้ำมันปาล์ม ฝ่าคลื่นสูงกลางทะเล หลังเผชิญหน้ากับพายุปาบึก

หวาดเสียวนาทีเรือขนน้ำมันปาล์ม สัญชาติไทย ฝ่าคลื่นสูง 5 เมตร กลางทะเลชายฝั่งเวียดนามตอนใต้ หลังเกิดพายุปาบึกพัดถล่ม

วานนี้ (2 ม.ค. 2562) เพจ ราชสีห์ จิตอาสา ได้มีการเผยแพร่คลิปเหตุการณ์ระทึก เรือขนน้ำมันสัญชาติไทยออกอาการโคลงเคลงขณะลอยลำอยู่กลางทะเลเผชิญหน้าพายุปาบึก

โดยคลิปได้เผยให้เห็นว่า ระหว่างที่เรือน้ำมันปาล์มของไทยชื่อ ธารีรัตนา มาจากมาเลเซียไปเวียดนาม ลอยลำอยู่กลางทะเลชายฝั่งเวียดนามตอนใต้นั้น ได้เกิดมีคลื่นสูงสูง 5 เมตร  ถาโถมเข้าใส่เรือนับครั้งไม่ถ้วน  ทำให้หัวเรือโอนเอนไปตามแรงคลื่นสร้างความหวาดเสียวน่ากลัวยิ่งนัก สำหรับเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อ เวลาประมาณ 14.00 น. วันที่ 31 ธ.ค. 61 ที่ผ่านมา

ขณะที่การเตรียมพร้อมรับมือพายุดังกล่าว ล่าสุดที่ จ.นครศรีธรรมราช นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้สั่งการให้ 6 อำเภอที่อยู่ติดชายฝั่งทะเล ความยาวกว่า 220 กิโลเมตร ประกอบด้วย อำเภอขนอม สิชล ท่าศาลา ปากพนัง หัวไทร และอำเภอเมืองนครศรีธรรมราช อพยพประชาชนไปพักชั่วคราวที่ศูนย์อพยพ

ตั้งแต่วันที่ 3 มกราคม 2562 เป็นต้นไป โดยเฉพาะเด็ก ผู้สูงอายุ ผู้พิพการและผู้ป่วยติดเตียง ขอให้อพยพไปเป็นลำดับแรกแล้ว ส่วนเรือทุกชนิด ทางจังหวัดออกประกาศห้ามออกจากฝั่งโดยเด็ดขาด ในระหว่างวันที่ 3-5 มกราคม 2562 นี้

ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนก แต่ขอให้เชื่อฟังคำสั่งและคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ ติดตามข้อมูลข่าวพยากรณ์อากาศ และประกาศเตือนภัยได้จากช่องทางกรมอุตุนิยมวิทยา https://www.tmd.go.th หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 หรือจากหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง

ซึ่งขณะนี้ สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นแม่ข่ายหลักจัดรายการให้ข้อมูลข่าวสารการเตรียมการรับมือพายุปาบึก ตลอด 24 ชั่วโมง โดยขอความร่วมมือสถานีวิทยุทุกเครือข่ายรับสัญญาณ

ส่วนที่ จ.สุราษฎร์ธานี บริษัทเรือเร็วลมพระยา ได้ออกมาประกาศเรื่องการเดินเรือระหว่างวันที่3-5 มกราคม 2562 โดยวันที่  3 ม.ค. ยกเลิกรอบวิ่ง 18.15 น. เกาะพะงัน-เกาะเต่า
วันที่ 4 ม.ค. งดให้บริการ
และวันที่ 5 ม.ค. หากสถานการณ์ปรกติ จะให้บริการตั้งแต่ 12.00 น. เป็นต้นไป

ดอยอินทนนท์ติดลบ 2 องศาฯ เป็นครั้งแรกต้อนรับปีหมู

ยอดดอยอินทนนท์ยะเยือก ติดลบ 2 องศาฯ เป็นครั้งแรกต้อนรับปีหมู เหมยขาบขาวโพลนเต็มยอดดอย

 เช้าวันนี้ ( 3 มกราคม) อุณหภูมิที่ยอดดอยอินทนนท์ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ ติดลบ 2 องศาเซลเซียส เป็นครั้งแรกต้อนรับศักราชใหม่ในปี 2562 ส่งผลให้เกิดน้ำค้างแข็ง หรือ เหมยขาบ เกาะตามยอดหญ้างขาวโพลนไปทั่วทั้งดอย ตั้งแต่บริเวณจุดชมวิวบนยอดดอย หน่วยพิทักษ์อุทยานฯ และตามเส้นทางขึ้นสู่ยอดดอย   สร้างความตื่นเต้นให้นักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก

 ขณะที่สภาพอากาศในวันนี้ท้องฟ้าเปิด หลังจากที่มีหมอกหนาปกคลุมต่อเนื่องหลายวัน ทำให้นักท่องเที่ยวมีโอกาสชมแสงแรกของพระอาทิตย์ยามเช้าโผล่พ้นขอบฟ้า และสัมผัสกับทะเลหมอกที่สวยงามบนยอดดอยที่สูงที่สุดในประเทศไทย

สำหรับอุณหภูมิต่ำสุดที่ยอดดอยอินทนนท์ ติดลบ 2 องศาเซลเซียส ส่วนจุดชมวิวกิ่วแม่ปาน อยู่ที่ 3 องศาเซลเซียส และบริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ 8  องศาเซลเซียส

ส่วนจำนวนนักท่องเที่ยวที่ขึ้นไปเยือนดอยอินทนนท์  แม้จะสิ้นสุดวันหยุดยาวในเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ไปแล้ว แต่ยังมีนักท่องเที่ยวเดินทางไปท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง โดยสถิติวานนี้ ( 2 มกราคม) มีนักท่องเที่ยวจำนวน 7,826 คน

ภาพบางส่วนจาก อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่

สวยงามแต่น่ากลัว ภาพท้องฟ้าสีแดงในพื้นที่ภาคใต้ หลังเกิดพายุปาบึก

โลกโซเชียลแห่แชร์ ภาพท้องฟ้าสีแดงในพื้นที่หลายจังหวัด ของภาคใต้ หลังพายุปาบึกจะพัดผ่านในช่วงนี้

วันนี้ (3 ม.ค. 2562) เพจ สายข่าว จิตอาสา ได้มีการเผยแพร่ภาพปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ท้องฟ้าในหลายจังหวัดของภาคใต้ได้เปลี่ยนสีกลายเป็นสีแดงฉาน หลังจากช่วงนี้ได้มีพายุปาบึกพัดถล่ม  โดยเฉพาะ อ.ละแม-อ.หลังสวน จ.ชุมพร, อ.สิเกา ตรัง, อ.ท่าชนะ สุราษฏร์ฯ และ นครศรีฯ รวมถึงบางส่วนใน จังหวัดระนอง

โดยภาพท้องฟ้ากลายเป็นสีแดงดังกล่าวชาวบ้านเผยว่า เป็นสัญญาณเตือนว่าจะเกิดพายุตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาได้มีประกาศไว้ก่อนหน้านี้นั่นเอง  ทั้งนี้เมื่อภาพดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่เผยว่าเป็นภาพที่สวยงามแต่แฝงไปด้วยความน่ากลัว ขณะที่บางส่วนก็ขอเป็นกำลังใจให้พี่น้องชาวภาคใต้ผ่านเหตุการณ์นี้ไปด้วยดี

สำหรับพายุโซนร้อน “ปาบึก” (PABUK) ก่อเกิดที่บริเวณทะเลจีนใต้ตอนล่าง โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 6.1 องศาเหนือ ลองจิจูด 108.7 องศาตะวันออก ความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 65 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกด้วยความเร็ว 10 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ทั้งนี้มีการคาดการว่าจะเคลื่อนผ่านปลายแหลมญวน และเคลื่อนลงอ่าวไทยในช่วงวันที่ 2-3 มกราคม 2562 โดยจะมีผลกระทบต่อภาคใต้ในช่วงวันที่ 3-5 มกราคม 2562 ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง โดยมีผลกระทบดังนี้

ในช่วงวันที่ 3-4 มกราคม 2562 จะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งบริเวณจังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส กระบี่ ตรัง และสตูล

ในช่วงวันที่ 4-5 มกราคม 2562 จะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล ดังนั้นขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากไว้ด้วย