ชาวเกาะสมุยกักตุนอาหารและน้ำมัน หวั่นอิทธิพลพายุโซนร้อนปาบึก

ชาวเกาะสมุยต่างพากันจับจ่ายซื้อของกักตุนอาหาร และสินค้าประเภทของแห้งชนิดต่างๆ หวั่นอิทธิพลพายุโซนร้อนปาบึก

เมื่อวันที่ 2 มกราคม 2562 จากประกาศเตือนของกรมอุตุนิยมวิทยาเรื่องพายุโซนร้อนชื่อ ปาบึก ที่กำลังมุ่งหน้าเข้าอ่าวไทย และจะมีผลกระทบกับเกาะสมุย โดยจะทำให้เกาะสมุย และภาคใต้ฝั่งตะวันออกหลายจังหวัดมีฝนตกหนักถึงหนักมาก และทำให้คลื่นลมในทะเลมีกำลังแรงคลื่นสูง 4 เมตร โดยนายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้ออกหนังสือด่วนที่ สฎ 0021/0030 เรื่องประกาศห้ามเรือทุกชนิดออกจากฝั่งทุกอำเภอที่ติดชายทะเลอ่าวไทย และเขื่อนรัชชประภา จากประกาศเตือนภัยของกรมอุตุนิยมวิทยา ที่ประกาศแจ้งเตือนถึงพายุโซนร้อน ปาบึก

และเพื่อเป็นการป้องกันกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุราษฎร์ธานี จึงประกาศห้ามเรือทุกชนิดออกจากฝั่งดังกล่าว ทั้งนี้เพื่อเป็นการป้องกันอันตรายที่อาจจะขึ้นกับนักท่องเที่ยวที่อาจส่งผลกระทบกับชีวิต และทรัพย์สิน โดยประกาศเตือนดังกล่าวมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 3 มกราคม 2562 ตั้งแต่เวลา 24.00 น. ถึงวันที่ 5 มกราคม 2562 เวลา 10.00 น. หรือจนกว่ากองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุราษฎร์ธานีจะออกประกาศยกเลิกต่อไป

ส่วนบรรยากาศการเตรียมความพร้อมของประชาชนชาวเกาะสมุย ผู้สื่อข่าวพบว่าบริเวณตลาดสดลิปะน้อย ตำบลอ่างทอง อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้มีชาวเกาะสมุยต่างมาจับจ่ายซื้ออาหารสดประกอบด้วย เนื้อหมู เนื้อไก่ ผักสด และสินค้าประเภทของแห้งชนิดต่างๆ ขายดีอย่างมาก เพราะทุกคนต่างมาเลือกซื้ออาหารสดและวัตถุดิบในการประกอบอาหาร

โดยนางสาวฐานิตา สมวงศ์ แม่ค้าขายผักกล่าวว่า หลังจากทราบว่าพายุโซนร้อน ปาบึก จะเข้าเกาะสมุยจึงได้สั่งผักเพิ่มขึ้น ซึ่งวันนี้ผักสดขายดีมากจนเกือบหมดร้าน ปกติผักจะเหลือเต็มร้านแต่วันนี้ผักสดขายดีมาก เพราะชาวเกาะสมุยต่างตื่นตัวกับข่าวพายุอย่างมาก ส่วนตัวเองได้เตรียมอาหารไว้ที่บ้านแล้วบางส่วน และจะซื้อหมูเพิ่ม

ส่วนนางกัญญา เรืองสุข แม่ค้าขายหมูได้กล่าวว่า วันนี้ลูกค้ามาซื้อหมูเยอะมากกว่าวันไหนๆ จากปกติที่ลูกค้าเคยซื้อเนื้อหมูแค่ครึ่งกิโลกรัม แต่วันนี้ลูกค้าซื้อเพิ่มถึงหนึ่งกิโลครึ่งเกือบทุกคนเลย ซึ่งปกติทุกวันจะขายได้วันละประมาณสองตัว แต่วันนี้ขายดีขายหมูได้ถึงสามตัว ส่วนในวันพรุ่งนี้จะสั่งหมูเพิ่มมาให้พอกับทั้งนี้สบเนื่องจากเรือเฟอร์รี่จะหยุดให้บริการชั่วคราวระหว่างวันที่ 4 ถึงวันที่ 5 มกราคม 2562 ทำให้ลูกค้าต่างมาซื้ออาหารสดเก็บไว้ เพราะลูกค้ารู้แล้วว่าพายุกำลังจะเข้าเกาะสมุย สำหรับหมูที่ขายนั้นตนเองยังไม่ได้เตรียมสำรองไว้ เพราะไม่เคยเจอว่าพายุจะรุนแรงขนาดนี้ ทำให้ลูกค้าที่รู้ข่าวว่าพายุโซนร้อน ปาบึก กำลังมาจึงได้มาซื้อสินค้าตุนไว้ดังกล่าว

นอกจากนี้ภายในแมคโคร สาขาเกาะสมุย ซึ่งเป็นคลังอาหารทั้งสดและอาหารแห้ง ได้มีประชาชน และสถานประกอบการต่างๆ ได้ไปแห่ซื้อเพื่อกักตุนอาหารเช่นกันจนทำให้สินค้าบางประเภทหมดลง ส่วนปั๊มน้ำมันบนเกาะสมุยก็ขายดี เนื่องจากได้มีการนำรถยนต์ รถจักรยานยนต์ ไปเติมน้ำมัน โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลขายดีจนหมดแล้วบางปั๊ม เพราะโรงแรมได้ซื้อน้ำมันดีเซลไว้ใช้กับเครื่องปั่นไฟไว้ใช้ในโรงแรมกรณีไฟฟ้าดับ

อช.หมู่เกาะอ่างทอง ประกาศปิดการท่องเที่ยวชั่วคราวเหตุ ‘พายุปาบึก’

อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง ประกาศปิดการท่องเที่ยว อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง เป็นการชั่วคราว

วันนี้ (2 ม.ค.62) อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง แจ้งประกาศปิดการท่องเที่ยวชั่วคราว เนื่องด้วยกรมอุตุนิยมวิทยา ได้มีประกาศเรื่องพายุ “ปาบึก” (PABUK) ฉบับที่ 5 (3/2562) โดยจะมีผลกระทบต่อภาคใต้ในช่วงวันที่ 3-5 มกราคม 2562 ทำให้มีฝนตกหนัก ทะเลอ่าวไทยมีคลื่นสูง 2-4 เมตร

โดยอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง ได้มีการพิจารณาแล้ว เพื่อเป็นการป้องกันอันตรายที่จะเกิดกับนักท่องเที่ยว จึงขอปิดการท่องเที่ยวในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง เป็นการชั่วคราว มีกำหนด 3 วัน คือระหว่าง วันที่ 3-5 มกราคม 2562 และหากมีการเปลี่ยนแปลงจะแจ้งให้ทราบอีกครั้งหนึ่ง และขอความร่วมมือหยุดการท่องเที่ยวตามกำหนดที่แจ้งโดยเคร่งครัด

ระทึกไฟไหม้รถเบนซ์กลางถนน คนขับวิ่งหนีเอาชีวิตรอด

ระทึกไฟไหม้เบนซ์กลางถนน คนขับวิ่งหนีเอาชีวิตรอด เบื้องต้นยังไม่ทราบสาเหตุ รถไม่ได้ใช้แก๊ส ต้องรอเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบอีกครั้ง

วันนี้ (2 ม.ค.62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเกิดเหตุระทึกเพลิงไหม้รถยนต์เก๋งเบนซ์ สีบรอนด์ทอง ทะเบียน พค 5952 กรุงเทพมหานคร บนถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ เชียงใหม่ – ลำปาง ก่อนทางเข้าสถานีขนส่งเชียงใหม่ ประมาณ 100 เมตร จนเกิดกลุ่มควันจำนวนมาก สร้างความแตกตื่นให้กับผู้ใช้รถบริเวณดังกล่าว ขณะที่คนขับรีบจอดรถข้างทาง ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ช่วยกันใช้ถังน้ำยาเคมีมาฉีดพ่น ก่อนเรียกรถน้ำดับเพลิงเทศบาลนครเชียงใหม่ เข้ามาระงับเพลิงอีกครั้ง ใช้เวลาประมาณ 15 นาที จึงควบคุมเพลิงไว้ได้

ตรวจสอบพบเพลิงไหม้ห้องเครื่องได้รับความเสียหาย ไม่สามารถขับต่อไปได้ เจ้าหน้าที่จึงได้ช่วยกันเข็นเข้าทางข้าง เปิดทางการจราจรไม่ให้เกิดรถติด

นายพลวัต ย้อยฝอย อายุ 22 ปี คนขับบอกว่าได้ขับรถจากที่พักย่านมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เพื่อไปส่งเพื่อนขึ้นรถที่สถานีขนส่ง แต่ก่อนจะถึงเพียงเล็กน้อย ได้กลิ่นเหม็นไหม้ ก่อนจะเกิดกลุ่มควันลอยมาในรถและพบว่าเพลิงไหม้มาจากห้องเครื่องยนต์ จึงรีบจอดรถวิ่งหนีออกมา โชคดีที่หนีทัน ก่อนที่พลเมืองดีจะมาช่วย เบื้องต้นยังไม่ทราบสาเหตุ รถไม่ได้ใช้แก๊ส ต้องรอเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบอีกครั้ง