2 พรรคใหญ่ จี้ กกต.ให้ความชัดเจนกระแสข่าวเลื่อน ‘เลือกตั้ง’ เป็น มี.ค. 62

พรรคเพื่อไทย และ พรรคประชาธิปัตย์ เรียกร้องให้ กกต.ให้ความชัดเจนถึงกระแสข่าวการเลื่อนการเลือกตั้ง จากเดือนกุมภาพันธ์ ไปเป็นเดือนมีนาคม 2562

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.ให้ความชัดเจนในเรื่องการเลื่อนการเลือกตั้ง และเชื่อว่า หากเกิดการเปลี่ยนแปลง จะไม่ส่งผลดีกับทุกฝ่าย และไม่เพียงจะขอให้ กกต.ให้ความชัดเจนต่อกระแสการเลื่อนการเลือกตั้งเท่านั้น

ด้าน คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง พรรคเพื่อไทย ยังขอให้ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา แสดงบทบาทและท่าทีที่ชัดเจน ทั้งในสถานะนายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ที่ต้องไม่เอื้อประโยชน์ต่อพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งด้วย

ส่วนกรณีกระแสการจับมือกันของพรรคการเมืองใหญ่ หรือหมายถึงพรรคเพื่อไทย และพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาตินั้น คุณหญิงสุดารัตน์ ยืนยันว่า ยังไม่มีการหารือร่วมกันภายในพรรค หรือพูดคุยระหว่างพรรค แต่ย้ำในหลักการที่จะร่วมงานการเมืองกับพรรคที่ไม่สนับสนุน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ คสช. พร้อมยอมรับว่า นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ถูกวางตัวในบัญชีรายชื่อลำดับ 1 ของพรรคเพื่อไทย

ขณะที่ นายอภิสิทธิ์ ย้ำถึงแนวทางการจับมือร่วมงานทางการเมืองกับพรรคการเมืองใดนั้น ต้องมีความสอดคล้องต้องกันในแนวคิด ก่อนจะชี้ว่า เงื่อนไขในปัจจุบัน ยังไม่มีเหตุจำเป็นต้องจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติ

‘ไปอย่างเสือ กลับอย่างหมา’ ภรรยาแบกสามีเมาเข้าบ้าน หลังไปสังสรรค์กับเพื่อน

น่ารัก! คลิปภรรยาสาวแบกสามีเข้าบ้าน หลังเมาไม่รู้เรื่อง จากการออกไปสังสรรค์ร่วมกับเพื่อน

เมื่อวันที่ 1 ม.ค. 2562 ที่ผ่านมา โลกออนไลน์ได้มีการส่งต่อและเข้าไปแสดงความเห็น หลังผู้ใช้เฟซบุ๊ก  Natthakitta Prasertsri ได้มีการโพสต์คลิปสาวรายหนึ่งแบกแฟนหนุ่มที่เมาไม่ได้สติเข้าบ้าน หลังไปสังสรรค์กับเพื่อน ก่อนที่เพื่อนจะพาซ้อนรถจักรยานยนต์มาส่งบ้าน

โดยคลิปได้เผยให้เห็นชายวัยรุ่น 2 คนนั่งรถจักรยานยนต์มาจอดที่หน้าบ้านหลังหนึ่ง ซึ่งคนซ้อนท้ายมีสภาพเมาเละไม่พอลงจากรถก็เดินเซเกือบจะล้ม ก่อนที่จะมีหญิงสาวคนหนึ่งซึ่งคาดว่าเป็นภรรยาเดินออกมาจากบ้านและคว้าตัวไว้ได้ทัน จากนั้นหญิงคนดังกล่าวซึ่งอยู่ในอาการไม่สบอารมณ์กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก็ได้จัดท่าทางหนุ่มเมาเหล้าให้เข้าที่ จากนั้นก็แบกขึ้นหลังและเดินเข้าบ้านพาไปนอน ขณะที่ผู้โพสต์ได้มีข้อความระบุว่า

ไปอย่างเสือ🐯_ขากลับอย่างหมา🐶
.
(#ใครดักข่มขืนกรูว่าจบ เสียซิงไปอีก😠)

ทั้งนี้เมื่อคลิปดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นจำนวนมาก พร้อมกับอมยิ้มกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก่อนยกให้หญิงคนดังกล่าว เป็นภรรยาสุดแกร่งในปฐพี

ประกันสังคม เข้าร่วมโครงการ ฮัก TAXI จ่ายสมทบ 70-300 บาท/เดือน รับประโยชน์คุ้มครอง

นายมงคล ลีลาธรรม กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME Development Bank เผยว่า สำนักงานประกันสังคม (สปส.) เข้าร่วมโครงการ “ฮัก TAXI” เสริมแกร่งแท็กซี่ ของ ธพว. สนับสนุนผู้ประกอบอาชีพขับรถแท็กซี่ ซึ่งนับเป็นกลุ่มผู้ประกอบอาชีพอิสระ ได้รับประโยชน์การคุ้มครอง และเข้าถึงสวัสดิการจากภาครัฐ ผ่านการสมัครเข้าเป็นผู้ประกันตน สามารถเลือกได้ทั้งมาตรา 39 สำหรับผู้ที่เคยเป็นลูกจ้างประจำในมาตรา 33 มาก่อน หรือมาตรา 40 สำหรับผู้ที่ประกอบอาชีพอิสระ หรือแรงงานนอกระบบ ด้วยการจ่ายสมทบเป็นรายเดือนในจำนวนเงินต่ำมาก เริ่มต้น 70 บาท ถึง 300 บาทต่อเดือน โดยมีทางเลือก ได้แก่

ทางเลือกที่ 1 จ่าย 70 บาท/เดือน รัฐบาลสมทบ 30 บาท/เดือน คุ้มครอง 3 กรณี คือ เงินทดแทนการขาดรายได้เมื่อเจ็บป่วย (200-300 บาท/วัน) เงินทดแทนการขาดรายได้เมื่อทุพพลภาพจ่าย 15 ปี (เริ่มต้นเดือนละ 500-1,000 บาท) และเสียชีวิต จ่าย 20,000 บาท (จ่ายสมทบ 60 เดือนขึ้นไป รับเพิ่ม 3,000บาท)

ทางเลือกที่ 2 จ่าย 100 บาท/เดือน รัฐบาลสมทบ 50 บาท/เดือน คุ้มครอง 4 กรณี คือ เงินทดแทนการขาดรายได้เมื่อเจ็บป่วย (200-300 บาท/วัน) เงินทดแทนการขาดรายได้เมื่อทุพพลภาพจ่าย 15 ปี (เริ่มต้นเดือนละ 500-1,000 บาท) เสียชีวิต จ่าย 20,000 บาท (จ่ายสมทบ 60 เดือนขึ้นไป รับเพิ่ม 3,000บาท) และเงินบำเหน็จชราภาพ (กรณีจ่ายสมทบไม่น้อยกว่า 180 เดือน)

ทางเลือกที่ 3 จ่าย 300 บาท/เดือน รัฐบาลสมทบ 150 บาท/เดือน คุ้มครอง 5 กรณี คือ เงินทดแทนการขาดรายได้เมื่อเจ็บป่วย (200-300 บาท/วัน) เงินทดแทนการขาดรายได้เมื่อทุพพลภาพตลอดชีพ (เริ่มต้นเดือนละ 500-1,000 บาท) เสียชีวิต จ่าย 40,000 บาท เงินบำเหน็จชราภาพ (สมทบ 180 เดือนขึ้นไป รับเพิ่ม 10,000บาท) และสงเคราะห์บุตร ได้รับรายเดือน (คนละ 200 บาท คราวละไม่เกิน 2คน)

นายมงคล กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้ ถือเป็นการแสดงเจตจำนงอย่างชัดเจนของหน่วยงานภาครัฐทั้งสองแห่ง เพื่อช่วยลดภาระครอบครัว ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเสมอภาค พาเข้าถึงความคุ้มครองตามกฎหมายประกันสังคม ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่พี่น้องผู้ประกอบอาชีพขับรถแท็กซี่