สั่งเฝ้าระวังน้ำในอ่างเก็บน้ำพื้นที่ภาคใต้ หลังฝนหนักจากอิทธิพล ‘พายุปลาบึก’

ศูนย์เฉพาะกิจชั่วคราวฯ ประกาศเฝ้าระวังน้ำในอ่างเก็บน้ำในพื้นภาคใต้ หลังเกิดฝนตกหนักจากอิทธิพลพายุโซนร้อนปลาบึก

รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ (2 ม.ค. 2562) ศูนย์เฉพาะกิจชั่วคราวในภาวะวิกฤติ ได้ออกประกาศสั่งเฝ้าระวังปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำและแม่น้ำในพื้นที่ภาคใต้ หลังจากที่ช่วงนี้เกิดฝนตกอย่างหนัก จากพายุโซนร้อนปลาบึกพัดถล่มบริเวณทะเลจีนใต้ตอนล่าง โดยมีข้อความระบุว่า

ประกาศศูนย์เฉพาะกิจชั่วคราวในภาวะวิกฤติ ฉบับที่ 1/2560 เรื่องสถานการณ์น้ำภาคใต้

ตามประกาศกรมอุตุนิยมวิทยาฉบับที่ 5 (3/2560) วันที่ 2 มกราคม 2562 พายุดีเปรสชันบริเวณทะเลจีนใต้ตอนล่างและทวีความรุนแรงเป็นพายุโซนร้อนปลาบึก โดยจะส่งผลกระทบให้ภาคใต้ฝนตกหนักถึงหนักมากช่วงวันที่ 3 ถึง 5 มกราคม 2562 นั้น

ศูนย์เฉพาะกิจชั่วคราวในภาวะวิกฤติประเมินสถานการณ์น้ำในช่วงวันที่ 3 ถึง 6 มกราคม 2562 อิทธิพลพายุโซนร้อนปลาบึกจะทำให้เกิดฝนตกหนักทุกจังหวัดในภาคใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจังหวัด ชุมพร ประจวบฯ สุราษฎร์ฯ และจังหวัดนครศรีธรรมราช

คาดว่าจะมีฝนตกหนักประมาณ 200-300 มิลลิเมตรต่อวัน ส่งผลให้ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำ และในแม่น้ำมีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลัน ต้องเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำเอ่อล้นตลิ่ง ดินโคลนถล่ม และคลื่นลมแรงซัดฝั่ง ในระยะต่อจากนี้

ดังนั้นจึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เฝ้าระวังและติดตามสภาพอากาศและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง พร้อมทั้งเตรียมแผนเผชิญเหตุที่เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์เพื่อบรรเทาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นได้

และให้หน่วยงานที่มีอำนาจ หน้าที่ และรับผิดชอบในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ขนาดกลาง ขนาดเล็ก และอาคารชลศาสตร์ต่างๆ อาทิ เขื่อนทดน้ำ ฝาย ประตูระบายน้ำ เป็นต้น เพื่อบูรณาการบริการจัดการน้ำเพื่อรองรับภาวะฝนตกหนัก รวมถึงประกาศแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบให้รับทราบต่อไป

ประกาศ ณ วันที่ 2 มกราคม 2562 เวลา 09.00 น.

นายสำเริง แสงภู่วงศ์
รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ
ผู้อำนวยการศูนย์เ)ฉพาะกิจชั่วคราวในภาวะวิฤกติ

พายุปลาบึก, ข่าวสดวันนี้, ฝนตก

ฉาว! ผู้นำฟิลิปปินส์รับเคยย่องเข้าห้องสาวใช้ แอบลักหลับล้วงกางเกงใน

ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ ออกมายอมรับว่าเคยล่วงละเมิดสาวใช้

สำนักข่าว ‘บีบีซี’ รายงานเมื่อวันที่ 31 ธ.ค. 2561 ถึงเกรณีที่นาย โรดริโก ดูเตอร์เต ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ ออกมายอมรับในการกล่าวปราศรัยเมื่อวันที่ 29 ธันวาคม ที่ผ่านมา ระบุถึงเหตุการณ์ที่ตนเคยล่วงละเมิดสาวใช้เมื่อครั้งยังเป็นวัยรุ่น

รายงานระบุว่า ดูเตอร์เต เล่าถึงเหตุการณ์ขณะที่เขาแอบเข้าไปในห้องของคนรับใช้ ซึ่งขณะนั้นเธอกำลังนอนหลับ เขาจึงถือโอกาสเปิดผ้าห่มของเธอ และใช้มือล้วงเข้าไปในกางเกงชั้นใน จากนั้นสาวคนรับใช้ก็ตื่นขึ้น เขาจึงเดินออกจากห้องมาแต่หลังจากนั้นเขาได้ย้อนกลับไปที่ห้องของคนรับใช้สาว และพยายามลวนลามเธออีกครั้ง

เรื่องฉาวนี้แม้จะผ่านไปนานแล้ว แต่ได้สร้างความไม่พอใจให้กับกลุ่มนักสิทธิ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือกลุ่มเคลื่อนไหวเพื่อสตรีกาบริเอลา (Gabriela) ที่ออกมาเผยว่า สิ่งที่ดูเตอร์เตกระทำเป็นการล่วงละเมิดทางเพศ ไม่ต่างจากการข่มขืน เขาไม่เหมาะสมกับตำแหน่งผู้นำ และเรียกร้องให้เขาลาออก

หลังถูกกระแสสังคมโจมตีอย่างหนัก โฆษกของดูเตอร์เต ออกมาแก้ตัวแทนว่า เขาเพียงแค่เล่าเรื่องเติมสีสันเพื่อเพิ่มอรรถรสเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม เมื่อกลางปี 2561 ที่ผ่านมาดูเตอร์เต ถูกสังคมประณามอย่างหนัก เพราะไปจูบปากผู้หญิงคนหนึ่ง ขณะกล่าวปราศรัยบนเวทีที่กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ นำมาซึ่งกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักถึงความไม่เหมาะสม

บัตรคนจนแจกรอบใหม่ ใช้ได้แล้วตั้งแต่ 1 ม.ค. 62 เป็นต้นไป

นางสาวสุทธิรัตน์ รัตนโชติ อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า การแจกบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ จำนวน 3,042,735 ราย ผ่านทางทีมไทยนิยม ยั่งยืน เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 21 ธันวาคม 2561 จนถึงวันที่ 28 ธันวาคม 2561 โดยผู้มีสิทธิทั้ง 77 จังหวัด ได้มารับบัตรฯ แล้วจำนวน  2,538,076 ราย คิดเป็นร้อยละ 83.41 ซึ่งผู้มีสิทธิกลุ่มนี้  จะสามารถใช้บัตรฯ ได้ในวันที่ 1 มกราคม 2562 เป็นต้นไป  ส่วนผู้ที่ยังไม่มารับบัตรฯ ในช่วงวันดังกล่าวยังคงรับบัตรจากทีมไทยนิยมฯ ได้ต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 31 มกราคม 2562  แต่หากไปรับบัตรฯ ในเดือนกุมภาพันธ์ คือ ตั้งแต่วันที่ 1 – 28 กุมภาพันธ์ 2562 สำหรับผู้มีสิทธิในต่างจังหวัดต้องไปรับ ณ ที่ว่าการอำเภอ หรือผู้มีสิทธิในกรุงเทพมหานครต้องไปรับ  ณ สำนักงานเขต

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2562 เป็นต้นไป ผู้มีสิทธิจะต้องเดินทางไปรับบัตรฯ ณ สำนักงานคลังจังหวัด หรือ กรุงเทพมหานคร ตามที่แจ้งที่อยู่ปัจจุบันไว้  โดยผู้มีสิทธิสามารถมารับได้จนถึงวันที่ 20 ธันวาคม 2562 หากไม่มารับภายในวันดังกล่าวจะถือว่าสละสิทธิ์ สำหรับผู้มีสิทธิที่มารับบัตรฯ หลังจากวันที่ 28 ธันวาคม 2561 จะสามารถใช้สิทธิได้หลังจากรับบัตรไปแล้ว 2 วัน เนื่องจากต้องดำเนินการเปิดสิทธิของบัตร (Activate) เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ที่ไม่มีสิทธิแอบอ้างนำเงินในบัตรไปใช้

จากการแจกบัตรฯ โดยทีมไทยนิยมฯ พบว่า ในหลายจังหวัดเมื่อผู้มีสิทธิมารับบัตรฯ ตามที่อยู่ปัจุบันที่ได้แจ้งไว้ตอนลงทะเบียน แต่ยังไม่สามารถรับบัตรได้ เนื่องจากเป็นข้อผิดพลาดจากขั้นตอนการบันทึกข้อมูลในระบบการลงทะเบียน มีจำนวนประมาณ 1,619 ราย และเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้มีสิทธิ ทางสำนักงานคลังจังหวัดที่รับบัตรฯ มาเกินได้ประสานให้ปกครองจังหวัดและทีมไทยนิยมฯ นำบัตรดังกล่าวส่งคืนให้กับสำนักงานคลังจังหวัดในจังหวัดปลายทางที่เป็นที่อยู่ปัจจุบันที่ถูกต้องของผู้มีสิทธิ เพื่อส่งต่อให้ทีมไทยนิยมฯ แจกบัตรฯ ให้แก่ผู้มีสิทธิต่อไป

ในกรณีของผู้มีสิทธิที่ผ่านคุณสมบัติแล้ว แต่ยังไม่มีชื่อในการรับบัตรฯ นั้น เนื่องจากข้อมูลที่ลงทะเบียนยังไม่สมบูรณ์ เช่น รูปภาพไม่ชัดเจน ไม่มีนามสกุล ที่อยู่ไม่ตรงกัน เป็นต้น ซึ่งกลุ่มนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะแจ้งให้ผู้มีสิทธิมาดำเนินการแก้ไข  ทั้งนี้ ฝากให้ผู้มีสิทธิทุกท่านเมื่อได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ ขอให้รีบไปดำเนินการแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้องโดยเร็ว ณ ที่ว่าการอำเภอหรือสำนักงานเขตตามที่อยู่ปัจจุบันที่แจ้งไว้ เพื่อที่กรมบัญชีกลางจะได้ดำเนินการผลิตบัตรฯ และจะประชาสัมพันธ์ช่วงเวลาการรับบัตรฯ ให้ทราบต่อไป

สำหรับผู้มีสิทธิที่แจ้งที่อยู่ปัจจุบันใน 7 จังหวัด คือ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี พระนครศรีอยุธยา สมุทรปราการ สมุทรสาคร และนครปฐม จะได้รับบัตรฯ ชนิด Contactless รุ่นใหม่ แบบ 4.0 โดยสามารถนำบัตรฯ ไปใช้บริการขนส่งสาธารณะของรถไฟฟ้าได้นั้น เนื่องจากทางการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยมีแผนการติดตั้งเครื่อง EDC เพื่อรองรับบัตรฯ ณ สถานีต่าง ๆ ของรถไฟฟ้าสายสีม่วง จำนวน  32 เครื่อง และสายสีน้ำเงิน จำนวน 36 เครื่อง ซึ่งต้องใช้เวลาในการเข้าไปติดตั้งเครื่องและทดสอบระบบการใช้งาน ประมาณ 2 – 3 สัปดาห์ ซึ่งทำให้ผู้มีสิทธิยังไม่สามารถใช้บริการรถไฟฟ้าได้ในวันที่ 1 มกราคม 2562 นี้ โดยอาจใช้บริการรถโดยสารประจำทางของ ขสมก. แทนก่อน ในกรณีนี้หากผู้มีสิทธิไม่สามารถใช้บริการได้เต็มระยะเวลา 1 เดือน และใช้วงเงินในบัตรฯ ไม่ถึง 500 บาท ทางกรมบัญชีกลางจะยกยอดเงินคงเหลือสะสมให้ไปใช้ได้ในเดือนถัดไป ซึ่งผู้มีบัตรฯ จะไม่เสียสิทธิดังกล่าวแต่อย่างใด

อธิบดีกรมบัญชีกลางกล่าวย้ำว่า การโอนเงินเข้ากระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Money) ในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐไม่จำกัดระยะเวลาในการใช้จ่าย และไม่มีการดึงเงินกลับในช่วงปลายเดือน ซึ่งจะแตกต่างจากกระเป๋าวงเงินที่ใช้ในการซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคเดือนละ 200/300 บาท หรือค่าเดินทาง 500 บาท โดยต้องใช้ภายในเดือน ดังนั้น ผู้มีสิทธิไม่จำเป็นต้องรีบถอนเงินทันที โดยสามารถเลือกที่จะใช้จ่ายเงินดังกล่าวในการซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่   ร้านธงฟ้าประชารัฐ หรือร้านค้าเอกชนอื่นที่รับชำระเงินด้วยบัตรฯ และมีสิทธิได้รับเงินชดเชยภาษีมูลค่าเพิ่มคืนเพื่อนำไปใช้จ่ายต่อไปได้  และขอให้ผู้ที่มีบัตรฯ อย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพที่แอบอ้างว่าการถอนเงินสดออกมาจากตู้ ATM เป็นเรื่องยุ่งยาก และจะช่วยถอนเงินสดให้โดยคิดค่าบริการเป็นรายคน เพราะผู้มีสิทธิสามารถถอนเงินได้ด้วยตนเองเพียงไม่กี่ขั้นตอนเท่านั้น

หากพบเห็นมิจฉาชีพที่ฉวยโอกาสกับเรื่องนี้สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่สำนักงานคลังจังหวัดทุกจังหวัด หรือติดต่อแจ้งมาที่ Call Center บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หมายเลขโทรศัพท์ 0 2109 2345 หรือ Call Center กรมบัญชีกลาง 0 2270 6400 ซึ่งจะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป