ปปง.ร่วมกับแบงก์ ส่งมอบเงินให้ตร. คืนผู้เสียหายคดีโรแมนซ์สแกม

ปปง.ร่วมกับแบงก์ ส่งมอบเงินให้ ตร. เพื่อคืนผู้เสียหาย คดี ROMANCE SCAM โทรสายด่วน ปปง. 1710 ทันที หลังถูกหลอกให้โอนเงิน

วันที่ 31 มกราคม 2562  พลตำรวจเอกรุ่งโรจน์ แสงคร้าม รักษาราชการแทนเลขาธิการ ปปง. พร้อมด้วย นายพีระพัฒน์ อิงพงษ์พันธ์ โฆษกประจำสำนักงาน ปปง. ร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ส่งมอบเงินของผู้เสียหายบางส่วนที่สามารถยับยั้งการถอนของมิจฉาชีพคืนให้กับผู้เสียหาย เพื่อบรรเทาความเสียหายให้กับประชาชน คดี ROMANCE SCAM จำนวน 2 ราย จำนวนเงิน 319,000 บาท

ซึ่งก่อนหน้าได้ส่งมอบเงินของผู้เสียหายที่สามารถยับยั้งการถอนจากมิจฉาชีพแล้ว จำนวน 17 ราย รวมเป็นเงิน 4,038,387.99 บาท และในวันนี้ (31 ม.ค.62) ได้ส่งมอบเงินของผู้เสียหายที่สามารถยับยั้งการถอนจากมิจฉาชีพ จำนวน 2 ราย จำนวนเงิน 319,000 บาท รวมส่งมอบเงินคืนผู้เสียหายไปแล้วทั้งสิ้น 19 ราย รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 4,357,387.99 บาท

สำหรับสถิติการรับเรื่องคดี ROMANCE SCAM ตั้งแต่สำนักงาน ปปง. ได้มีการจัดตั้งศูนย์ประสานงานเพื่อปฏิบัติการตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน โดยเรียกย่อว่า “ศปก.ปปง.” เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2561 จนถึงปัจจุบัน (31 ม.ค.62) ผู้เสียหายหลงเชื่อและโอนเงิน จำนวน 258 ราย รวมมูลค่าความเสียหายประมาณ 153,432,189.08 บาท รักษาราชการแทนเลขาธิการ ปปง. กล่าวเพิ่มเติมว่า พฤติกรรมในการหลอกลวงผู้เสียหายของ

โดยพฤติการณ์ของแก๊ง ROMANCE SCAM จะติดต่อผู้เสียหายโดยใช้สื่อออนไลน์ผ่านช่องทางเฟซบุ๊ก แชทข้อความพูดคุยกับผู้เสียหายในเชิงชู้สาว เชิงขอความรัก อ้างตนว่าเป็นชาวต่างชาติหน้าตาดี และอ้างว่าจะส่งสิ่งของหรือทรัพย์สินมีค่ามาให้ โดยผู้เสียหายต้องโอนเงินเป็นค่าธรรมเนียมในการนำสิ่งของนั้นเข้ามาก่อน เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินเข้าบัญชีที่คนร้ายแจ้งไว้ หลังจากนั้นก็ไม่สามารถติดต่อกับคนร้ายได้

ทั้งนี้ สำนักงาน ปปง. สถาบันการเงิน และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้มีการบูรณาการทำงานร่วมกันอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้มีการจับกุมผู้กระทำความผิดทั้งในประเทศและต่างประเทศจำนวนหลายกลุ่ม แต่มิจฉาชีพก็ยังพยายามหลบหนี หลบเลี่ยงการติดตามของเจ้าหน้าที่ โดยใช้รูปแบบ การหลอกลวงที่มีความซับซ้อนยิ่งขึ้นจึงขอแจ้งเตือนประชาชน ขอให้ประชาชนรับฟังการประชาสัมพันธ์ จากหน่วยงานของรัฐ เพื่อเป็นการป้องกันการถูกหลอกลวงจากมิจฉาชีพ และหากถูกหลอกแล้วให้รีบโทรแจ้ง ศปก.ปปง. สายด่วน ปปง.1710

เมื่อวานยังเห็นอยู่ วันนี้ถูกกลืนซะแล้ว! ภาพตึกใบหยก เผชิญวิกฤต ฝุ่นPM2.5 อีกวัน

ภาพฝุ่น PM2.5 ลอยฟุ้งกระจายทั่วกรุง ทำตึกไบหยกถูกกลืน มองเห็นได้เลือนลาง

เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา (31 ม.ค. 2562) เพจ JS100 Radio ได้มีการเผยแพร่ภาพบรรยากาศในพื้นที่ กทม. หลังจากที่วันนี้ ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 มีค่าเกินมาตรฐานอีกวันในหลายพื้นที่

ภาพจาก Aof Uengrangsee

ซึ่งภาพดังกล่าวได้เผยให้เห็นว่า หากมองออกไปข้างนอกจะทำให้เห็นว่าบริเวณโดยทั่วไปปกคลุมด้วยฝุ่นละออง เป็นสีครีมอมเหลืองอยู่เต็มพื้นที่ ไม่สามารถมองเห็นตึกหรืออาคารสูงได้เมื่อเทียบกับวันที่ท้องฟ้าแจ่มใส ขณะที่เพจดังกล่าวได้มีข้อความระบุว่า  ตึกใบหยกอยู่ตรงไหน?? (ภาพจาก : @Pattichut) ติดตามสถานการณ์ค่าฝุ่นละออง (PM2.5) ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ได้ที่ >> http://goo.gl/P9jBW9

ซึ่งเมื่อภาพดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปก็ทำให้มีคนส่งต่อและเข้าไปแสดงความเห็นจำนวนมาก พร้อมอัปเดตสถานการณ์ฝุ่นในแต่ละพื้นที่มาให้ทราบกันเป็นระยะๆ ทั้งที่ดอนเมือง, โชคชัย4 เป็นต้น

ภาพจาก Chayapa Auckharashotinon

UN ชี้มีผู้อพยพเสียชีวิตระหว่างทางเฉลี่ยวันละ 6 ราย

UN เผย ปีที่แล้วมีผู้อพยพเสียชีวิตเฉลี่ยวันละ 6 ราย ขณะเดินทางข้ามทะเลเมดิเตอร์เรเนียน

รายงานล่าสุดของสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ หรือ UNHCR ระบุว่า ในปีที่แล้วมีผู้อพยพเสียชีวิตระหว่างเดินทางข้ามทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ราว 2,227 ราย หรือเฉลี่ยวันละกว่า 6 ราย ซึ่งสะท้อนถึงอัตราการเสียชีวิตของผู้อพยพที่เพิ่มขึ้นระหว่างเดินทาง โดยมีสาเหตุจากการที่กลุ่มช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมทำงานได้ยากลำบาก

ก่อนหน้านี้ อิตาลีได้ชี้ให้เห็นถึงยอดผู้เสียชีวิตที่ลดลงในปีที่แล้ว เนื่องจากมีผู้อพยพพยายามข้ามทะเลเมดิเตอร์เรเนียนลดลง แต่เมื่อปีที่แล้ว ยอดผู้เสียชีวิตจากลิเบียอยู่ที่ 1 ในทุกๆ 14 คนที่เดินทางถึงฝั่ง จากเดิมที่ 1 ในทุกๆ 38 คน

ในรายงานระบุว่า อัตราการเสียชีวิตต่อจำนวนผู้ที่พยายามเดินทางข้ามทะเลเพิ่มขึ้นอย่างมาก ซึ่งเป็นไปได้ว่าความสามารถในการค้นหาและกู้ภัยที่ลดลง ประกอบกับการไม่ได้รับความร่วมมือและการตอบสนองที่ไม่อาจคาดการณ์ได้ ทำให้อัตราการเสียชีวิตเพิ่มขึ้น

รายงานดังกล่าวเผยแพร่หลังจาก 7 ประเทศในยุโรปตกลงร่วมกันรับผู้อพยพ 47 คนเข้าประเทศหลังติดอยู่บนเรือ “ซี วอทช์ 3” กลางทะเลเมดิเตอร์เรเนียนนอกชายฝั่งเกาะซิซิลีของอิตาลี มาเป็นเวลา 12 วัน เนื่องจากรัฐบาลอิตาลีปฏิเสธที่จะรับเข้าประเทศ

เมื่อวานนี้ นายยูเซ็ปเป คอนเต นายกรัฐมนตรีของอิตาลี ระบุว่า ผู้อพยพ 47 คน จะได้รับอนุญาตให้ขึ้นฝั่ง หลังจาก “กลุ่มประเทศที่เป็นมิตร” ซึ่งรวมถึงอิตาลี ตกลงร่วมกันที่จะรับคนเหล่านี้เข้าประเทศ