เตือนอย่าเชื่อ ใช้ผ้าอนามัยแทนหน้ากากป้องกันฝุ่น PM2.5

เพจดรามา เตือนอย่าเชื่อ ใช้ผ้าอนามัยแทนหน้ากากป้องกันฝุ่น PM2.5 เหตุไม่ได้ผลิตมาให้ใช้งานด้านนี้ พร้อมแนะหากรู้สึกเคืองจมูกหลังไปเผชิญฝุ่นสามารถแก้ปัญหาด้วยการล้างจมูกได้

วันนี้ (31 ม.ค. 2562 ) เพจ Drama-addict ได้มีการโพสต์ภาพและข้อความเตือน หลังจากมีภาพคนนำผ้าอนามัยมาป้องกันฝุ่นละออง แทนการใช้หน้ากากป้องกัน หลังจากที่ช่วงนี้เกิดภาวะฝุ่นละอองรุนแรงจนส่งผลต่อปัญหาสุขภาพ

โดยมีข้อความระบุว่า ถ้าจะโพสต์กันขำๆ อันนี้ไม่ว่า แต่อย่าเอาไปทำหน้ากากใช้จริงเชียวล่ะ เพราะข้างในผ้าอนามัย มันต่างกับในหน้ากากอนามัยแบบคนละเรื่องเลย

ข้างในของผ้าอนามัยจะเป็นพวกสำลี พอลิเมอร์ หรือเยื่อกระดาษตีฟู ไว้ซึมซับของเหลวพวก ปจด. นั่นน่ะ ไม่ได้ผลิตมาเผื่อกรองฝุ่นควัน แล้วก็ถ้าเอามาโปะจมูกแล้วสูดเยื่อกระดาษตีฟูเข้าไปนี่ ตัวใครตัวมันนะจ๊ะ

ซึ่งเมื่อภาพและข้อความดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปก็ทำให้มีคนส่งต่อ เพื่อเป็นกระบอกเสียงไม่ให้คนหลงเชื่อในแนวคิดผิดๆ เช่นนี้ นอกจากนี้ เพจดังกล่าวได้มีการแนะนำวิธีการดูแลตัวเองขั้นต้น หลังจากไปเผชิญกับฝุ่นละอองมาแล้วเกิดอาการคันจมูก โดยวิะีการดังกล่าวคือการล้างจมูกคล้ายกับการล้างจมูกให้กับเด็กที่ป่วยจากอาการหวัดแล้วหายใจไม่ออก

ซึ่งเพจดังกล่าวได้มีข้อความระบุว่า สำหรับคนที่ไปผจญฝุ่นควันมา กลับถึงบ้านมีอาการแสบจมูก น้ำมูกไหล หายใจไม่ค่อยคล่อง ล้างจมูกได้นะเว้ย ล้างจมูกนี่ผู้ใหญ่ก็ทำได้ ไม่ใช่แค่เด็กๆเท่านั้นที่ทำกัน แล้ววิธีทำง่ายมาก ไม่ต้องกลัวสำลักถ้าทำถูกวิธี แล้วจะช่วยเราให้บรรเทาอาการระคายเคืองโพรงจมูกจาก PM 2.5 ได้เยอะ มีคลิปมาให้ดูด้วยทำตามนี้เลย

สำหรับขั้นตอนการล้างจมูก สามารถทำได้ดังนี้

ขั้นเตรียมการ

  • เตรียมอุปกรณ์สำหรับใส่น้ำเกลือล้างจมูก การล้างจมูกในแต่ละครั้งจะต้องใช้ภาชนะที่สามารถฉีดหรือเทน้ำเกลือเข้าไปในโพรงจมูกได้อย่างสะดวก โดยอาจหาซื้ออุปกรณ์สำเร็จรูปสำหรับล้างจมูกที่มีน้ำเกลือภายในพร้อม หรือใช้ลูกสูบยางแดง กระบอกฉีดยา หรืออุปกรณ์คล้ายกาน้ำสำหรับการล้างจมูกโดยเฉพาะก็ได้
  • เตรียมสารละลายน้ำเกลือ (ในกรณีที่เตรียมเอง) ผงสารละลายสำหรับทำน้ำเกลือนั้นสามารถหาซื้อได้ทั่วไป และควรเป็นผงเกลือที่ปราศจากไอโอดีนหรือเกลือแกง เมื่อได้แล้วก็ทำตามขั้นตอนแนะนำบนฉลาก โดยส่วนประกอบมักจะใช้น้ำอุ่น 2 แก้ว ผสมกับเกลือ ¼-½ ช้อนชา อาจเพิ่มเบกกิ้งโซดาสักหยิบมือเล็ก ๆ ช่วยให้ฤทธิ์ของเกลือเบาลง ทั้งนี้น้ำที่ใช้ควรเป็นน้ำสะอาดผ่านการกลั่นหรือต้มมาก่อน อยู่ในภาชนะปิดที่สะอาดและปลอดภัย และหากเป็นน้ำเกลือที่เตรียมเองก็ควรใช้ภายใน 1 วันเท่านั้น ที่เหลือให้ทิ้งไปเพื่อป้องกันการติดเชื้อ

ขั้นตอนการล้างจมูก

  • อยู่ในท่าเตรียมพร้อมโดยโน้มตัวเข้าหาอ่างล้างหน้าทำมุมประมาณ 45 องศา แล้วเอียงศีรษะตะแคงให้รูจมูกข้างหนึ่งอยู่ในบริเวณอ่าง เพื่อน้ำเกลือจะได้ไหลออกไปยังอ่างล้างหน้า ป้องกันน้ำเกลือย้อนไหลลงคอหรือหลอดลม
  • เทหรือฉีดสารละลายน้ำเกลือประมาณ 10-15 มิลลิลิตร ในผู้ใหญ่ หรือประมาณ 5 มิลลิลิตร ในเด็ก โดยจ่อปลายของอุปกรณ์ฉีดเข้าไปในรูจมูกข้างที่อยู่ด้านบนประมาณ 1 เซนติเมตร ขณะนี้ให้อ้าปากไว้เพื่อหายใจทางปากแทนจมูก จากนั้นจึงบีบหรือเทน้ำเกลือให้ไหลผ่านโพรงจมูกจนออกมาจากรูจมูกอีกข้างหนึ่งหรืออาจไหลออกมาปาก ซึ่งในกรณีนี้ควรบ้วนน้ำเกลือทิ้ง ไม่ควรกลืนลงคอ
  • คอยเอียงศรีษะอยู่ในระดับ 45 องศาอยู่ตลอดเวลาในขณะที่ล้าง อย่าเผลอยกตัวกลับ แหงนหน้า หรือหายใจทางจมูก เพราะจะทำให้ให้เกิดการสำลักน้ำเกลือได้
  • เสร็จแล้วค่อย ๆ สั่งน้ำมูกเบา ๆ เพื่อให้น้ำเกลือที่เหลือไหลออกมาให้หมด แล้วทำขั้นตอนเดียวกันใหม่กับรูจมูกอีกข้างหนึ่ง เมื่อเรียบร้อยแล้วให้ทิ้งสารละลายน้ำเกลือที่เหลือในภาชนะ ไม่ควรนำกลับมาใช้ใหม่
  • ล้างทำความสะอาดอุปกรณ์ที่ใช้ทั้งหมด ตากให้แห้ง และเก็บไว้ในที่ที่สะอาดและปราศจากความชื้น

ข้อมูลจาก pobpad.com และ Drama-addict

ร้องถอนร่าง พ.ร.บ.โรงงาน ฉบับ คสช. ชี้บั่นทอนสิ่งแวดล้อม ซ้ำเติมปัญหาฝุ่นพิษ

มูลนิธิบูรณะนิเวศ (EARTH) พร้อมด้วย มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม (EnLAW) และ กรีนพีซเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ (Greenpeace SEA) จัดแถลงข่าวกรณีร่าง พ.ร.บ.โรงงาน ฉบับ คสช. ชี้หากมีผลบังคับใช้ ปัญหามลพิษในประเทศไทยจะรุนแรงขึ้น

วันนี้ (31 ม.ค. 62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. มูลนิธิบูรณะนิเวศ (EARTH) พร้อมด้วย มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม (EnLAW) และ กรีนพีซเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ (Greenpeace SEA) ได้จัดแถลงข่าวเกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ.โรงงาน ฉบับบั่นทอนสิ่งแวดล้อม เรียก ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณา ซึ่งหากมีการประกาศใช้กฎหมายฉบับนี้ อาจเป็นการซ้ำเติมปัญหาฝุ่นละออง PM2.5

ทั้งนี้ คุณเพ็ญโฉม แซ่ตั้ง เผยว่า ร่างแก้ไขพระราชบัญญัติโรงงานฉบับนี้จะมีผลกระทบต่อการลดทอนมาตรการสำคัญในการกำกับดูแลการประกอบกิจการโรงงาน การป้องกัน และการแก้ไขผลกระทบจากการประกอบกิจการของโรงงานต่างๆ ทั่วประเทศ และมุ่งเน้นแต่เพียงการส่งเสริมการลงทุนอุตสาหกรรม ซึ่งจะก่อความเสียหายรุนแรงต่อสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และความปลอดภัยของประชาชนอย่างกว้างขวาง สำหรับ เหตุผลข้อห่วงกังวลสำคัญ ได้แก่ 

1) การแก้ไขนิยามของคำว่า “โรงงาน” และ “การตั้งโรงงาน” ทำให้ผู้ประกอบการสามารถก่อสร้างโรงงานได้ ก่อนได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน

2) การแก้ไขนิยามของคำว่า “โรงงาน” และ “การตั้งโรงงาน” ทำให้โรงงานขนาดเล็กจำนวนมากหลุดจากการถูกกำกับควบคุมภายใต้ พ.ร.บ.โรงงาน

3) การแก้ไขให้ใบอนุญาตโรงงานไม่มีวันหมดอายุ ทำให้กระบวนการต่ออายุใบอนุญาตซึ่งต้องมีการตรวจสอบสภาพโรงงานถูกยกเลิกไป

4) การตัดทิ้งข้อเสนอเรื่องการบังคับให้ผู้ประกอบการต้องทำประกันภัย เพื่อเยียวยาความเสียหายที่อาจเกิดจากการประกอบกิจการโรงงาน

5) การเปลี่ยนแปลงระบบการตรวจสอบโรงงานให้ภาคเอกชนเข้ามาดำเนินการแทน จะเปิดโอกาสให้เกิดการร่วมกระทำผิดและความไม่โปร่งใสในระบบการตรวจรับรองสภาพโรงงาน

6) บทลงโทษโรงงานที่กระทำผิดยังไม่รุนแรงเพียงพอที่จะสามารถป้องปรามการกระทำผิดหรือทำให้เกิดความเคารพยำเกรงกฎหมายได้

อย่างไรก็ตาม หากร่าง พ.ร.บ ฉบับนี้ มีผลบังคับใช้ จะเป็นการซ้ำเติมปัญหามลพิษอุตสาหกรรมและการทำลายสิ่งแวดล้อม รวมถึงสุขภาพของประชาชนในประเทศไทยรุนแรงมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะปัญหาฝุ่นขนาดเล็ก PM2.5 จะแก้ไขได้ยากขึ้นในอนาคต จึงอยากให้ระงับการพิจารณาถอนร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว

โผล่อีกคลิป แก๊งม.3 กลุ่มเดิม รุมทำร้ายรุ่นน้องเจ็บ

โผล่อีกคลิปรุ่นพี่ ม.3 รุมทำร้ายรุ่นน้อง ขัดคำแถลงของผู้อำนวยการโรงเรียน ที่ระบุเป็นเด็กดี ไม่เคยก่อเหตุมาก่อน ด้านเพจดัง แนะพาไปพบจิตแพทย์โดยด่วน หากปล่อยอาจส่งผลต่ออนาคตได้

จากเหตุการณ์กลุ่มนักเรียนชายจำนวนหนึ่ง ลากรุ่นน้องเข้าห้องเรียนก่อนจะปิดประตูรุมทำร้ายแถมบังคับให้กราบเท้า จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง ก่อนที่เวลาต่อมาผู้อำนวยการโรงเรียนจะออกมาเปิดเผยหลังการหารือระหว่างผู้ปกครองของนักเรียนทั้ง 2 ฝ่าย ว่า

จากเหตุที่เกิดขึ้นได้มีการตกลงยอมความและจ่ายค่าทำขวัญ ส่วนบทลงโทษมีการทำทัณฑ์บนและว่ากล่าวตักเตือน ไม่มีการไล่ออกหรือให้ย้ายโรงเรียน เนื่องจากเด็กที่ก่อเหตุเป็นเด็กที่เชื่อฟังครู และไม่เคยมีประวัติในลักษณะแบบนี้มาก่อนนั้น

ล่าสุด สมาชิกเฟซบุ๊กรายหนึ่ง ได้มีการเผยแพร่คลิปลงในเพจ ลำปางซิตี้ ที่เผยให้เห็นภาพของเด็กนักเรียนกลุ่มดังกล่าวก่อเหตุทำร้ายรุ่นน้องซ้ำ แต่เหยื่อเป็นคนละคนที่ถูกกระทำไปก่อนหน้านี้ ซึ่งขัดกับคำแถลงการณ์ของผู้อำนวยการโรงเรียนเป็นอย่างมาก

โดยมีข้อความระบุว่า “เรียนลำปางซิตี้ ชาวลำปาง ผู้อำนวยการ ผอ.เขต พ่อ แม่ เด็กที่มาทำร้ายหลานของหนู ท่านโปรดพิจารณาเอาเถอะค่ะ ว่าเด็กทำเกินไปไหม ครูมีไหม ขอบคุณเด็กที่ถ่ายคลิปนะคะ เอามาโชว์เราว่าครอบครัวคุณสามารถทำร้ายลูกหลานเราได้ แชร์ได้แชร์ให้โลกรู้ ว่าเราโดนทำร้าย เจ็บกายพอได้ แต่เจ็บใจนิสิ”

ซึ่งในคลิป เป็นสถานที่หลังอาคารเรียน หน้าห้องน้ำชาย เป็นการรุมทำร้ายนักเรียนรุ่นน้อง ทั้งเตะ ต่อย จนล้มลงนอนกับพื้น ยังไม่หนำใจ ยังเตะซ้ำอีกหลายครั้ง โดยมีการถ่ายคลิปไว้

ทั้งนี้เมื่อคลิปดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นจำนวนมาก โดยเฉพาะเพจ Drama-addict ที่ได้มีข้อเสนอแนะว่า ควรพาเด็กกลุ่มนี้ไปพบจิตแพทย์ เพราะการกระทำในลักษณะนี้ไม่ใช่เรื่องธรรมดาแล้ว หากปล่อยอาจจะส่งเป็นพฤติกรรมติดตัวไปจนโตได้

ขณะที่บางส่วนก็แนะนให้เหยื่อที่ถูกกระทำออกมาแสดงตัว เพื่อจะได้เอาผิดกับคนกลุ่มนี้ได้ เนื่องจากเยาวชนกลุ่มนี้มีพฤติกรรมที่โหดร้าย แบบที่สังคมไม่ควรจะให้อภัย