ไทยตอนบนหนาวต่อเนื่อง กทม.อากาศเย็นมีหมอกบางในตอนเช้า

อุตุฯ เผยสภาพอากาศประจำวันที่ 25 ม.ค. 2562 ไทยตอนบนอากาศหนาวต่อเนื่อง กทม.อากาศเย็นมีหมอกบางในตอนเช้า

กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนมีอากาศเย็นโดยทั่วไป กับมีหมอกบางในตอนเช้า สำหรับภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนยังคงมีอากาศหนาว ขอให้ประชาชนบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นไว้ด้วย

สำหรับอ่าวไทยตอนล่างทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง อนึ่ง ในช่วงวันที่ 26-27 ม.ค. 62 บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางระลอกใหม่จะแผ่เสริมลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนทะเลจีนใต้ ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยตอนบนยังคงมีอากาศหนาวเย็นอย่างต่อเนื่อง

ภาคเหนือ

ตอนบนของภาคมีอากาศหนาว ตอนล่างของภาคมีอากาศเย็น กับมีหมอกบางในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 12-19 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-34 องศาเซลเซียส สำหรับบริเวณยอดดอยมีอากาศหนาวถึงหนาวจัดกับมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 2-10 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ตอนบนของภาคมีอากาศหนาว ตอนล่างของภาคมีอากาศเย็น กับมีหมอกบางในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 14-18 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-31 องศาเซลเซียส สำหรับบริเวณยอดภูมีอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 8-12 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.

ภาคกลาง

อากาศเย็น กับมีหมอกบางในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 19-21 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก

อากาศเย็น กับมีหมอกบางในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 18-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)

มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช สงขลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 20-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นมา: ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป: ลมตะวันออก ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)

มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดกระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

อากาศเย็น กับมีหมอกบางในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 21-22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

นาทีกองปราบบุกจับ “สักยา” บุคคลอันตรายทำตัวเป็นผู้มีอิทธิพล

ตำรวจกองปราบร่วมกับตำรวจ สภ.ควนมีด บุกจับผู้ต้องหาคนสำคัญ ที่อยู่ในบัญชีเฝ้าระวังของตำรวจกองปราบมีหมายจับติดตัว 2 หมายจับและเคยต้องโทษ 4 คดี เป็นบุคคลอันตรายทำตัวเป็นผู้มีอิทธิพล เกี่ยวข้องกับยาเสพติดพกปืนตลอดเวลา

วันที่ 24ม.ค. 2562 ภาพเหตุการณ์ขณะที่ตำรวจกองปราบ กองกำกับการ 6 กองบังคับการปราบปราม นำโดย พ.ต.อ.สมพงษ์ สุวรรณวงศ์ ผกก.6 บก.ป. พ.ต.ท.ปิยพล แป้นแก้ว สว.กก.6 บก.ป. ร่วมกับพ.ต.ท.เสน่ห์ ตันติพงส์ สว.สส.สภ.ควนมีด อ.จะนะ บุกเข้าจับกุม นายสักการียา ดือมานิ๊ อายุ 25 ปี หรือสักยา มีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่หมู่ 4 ต.นาทับ อ.จะนะ จ.สงขลา

โดยจับกุมได้คาบ้านเช่าในพื้นที่หมู่3 บ้านท่ายาง ต.นาทับ อ.จะนะ จ.สงขลา ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดนาทวีในคดีพยายามฆ่าผู้อื่นฯ และคดีมีอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตฯ พร้อมของกลางอาวุธปืน.38 อีก 1 กระบอกพร้อมกระสุนจำนวนหนึ่งที่ฝังไว้ใต้ถุนบ้าน

พ.ต.ท.ปิยพล แป้นแก้ว สว.กก.6 บก.ป เปิดเผยว่า สำหรับประวัติของ นายสักการียา เป็นบุคคลอันตรายอยู่ในบัญชีรายชื่อบุคคลเฝ้าระวังของตำรวจกองปราบ เนื่องจากกระทำตนเป็นผู้มีอิทธิพล พกพาอาวุธปืนติดตัวตลอดเวลา มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติด หากไม่พอใจใครก็มักจะใช้อาวุธปืนข่มขู่และยิง

และเคยต้องคดีมา 4 คดี ทั้งร่วมกันพยายามปล้นทรัพย์ของสภ.จะนะ เมื่อปี 2553 ครอบครองยาเสพติดเพื่อจำหน่ายของสภ.เมืองสงขลา เมื่อปี 2557 ครอบครองปืนไม่มีทะเบียน สภ.ควนมีด ปี 2560 และครอบครองปืนไม่มีทะเบียน

ส่วนอีกคดีอยู่ระหว่างร้องทุกข์กล่าวโทษของผู้นำศาสนาในพื้นที่ อ.จะนะ ซึ่งถูกนายสักการียาใช้อาวุธปืนยิงข่มขู่ พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับ

และล่าสุดได้ก่อเหตุยิงภรรยาของตัวเองกว่า 7 นัด แต่โชคดีที่ได้รับบาดเจ็บที่ไหล่ขวา เพราะความโกรธที่ไปมีสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับน้าชายของตัวเอง โดยภรรยากำลังทั้งท้อง 2 เดือน จึงถูกออกหมายจับพยายามฆ่า นอกจากนี้ยังมีการโพสต์ภาพบนเฟซบุ๊กเย้ยตำรวจด้วย

ซึ่งเหตุการณ์นี้ได้นายสักการียา บอกว่า ไม่ตั้งใจที่จะยิงภรรยาให้ตาย เพียงแค่ยิงขู่แต่พลาดไปโดน เนื่องจากมีคนมาบอกว่าภรรยาของตัวเองมีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับน้าชาย จึงเค้นสอบซึ่งภรรยาก็รับว่า จริงและหลังถูกยิงตนก็เป็นคนห้ามเลือด และทำแผลให้กับภรรยาด้วย แม้จะโกรธแต่ก็ไม่ได้ตั้งใจฆ่า ตนเป็นคนจริงพอ แต่เรื่องแบบนี้ไม่มีใครรับได้

หลังถูกจับกุมทางพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหาให้ทราบซึ่ง นายสักการียา ก็ยอมรับสารภาพ

เผยกลลวง! แก๊งโรแมนซ์สแกม ลวงรักหลอกโอน เหยื่อสูญเงินกว่า 1 ล้านบาท

จับแก๊งโรแมนซ์สแกมชาวไนจีเรียร่วมแฟนสาวคนไทย ลวงรักหลอกโอน เหยื่อสูญเงินกว่า 1 ล้านบาท ตำรวจเผย เหยื่อส่วนใหญ่เป็นเป็นหญิงอายุ 40 ปี ขึ้นไปจนถึงวัยเกษียน

ตำรวจสืบสวนภาค 5 จับกุมนายเค ซี ชาวไนจีเรีย วัย 40 ปี พร้อมนางสาวกศิณ์นันท์ พรมนัสจินดา อายุ 28 ปี แฟนสาวชาวไทยกับพวกรวมทั้งหมด 4 คน พร้อมของกลางคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ก ที่มีบัญชีผู้ใช้เฟซบุ๊กในการกระทำความผิดหลอกลวงเหยื่อ

ตำรวจได้คุมตัวไปสอบสวนดำเนินคดีในข้อหา ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน โดยแสดงตัวเป็นบุคคลอื่น , ข้อหา มีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ พ.ศ.2556 และ ความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

พ.ต.อ.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒน์ชัย รองผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 5 เผยว่า ผู้ต้องหาจะนำภาพที่ไม่ใช่ตนเอง เป็นหนุ่มหน้าตาดีชาวต่างชาติ ติดต่อกับหญิงไทยที่มีอยากมีแฟนเป็นชาวต่างชาติผ่านทางเฟซบุ๊ก

อ้างว่าเป็นคนมีฐานะชักชวนพูดคุยจนสนิทสนม ก่อนจะขอแต่งงาน เหยื่อรายล่าสุดเป็นหญิงชาวเชียงใหม่ ถูกหลอกว่าจะส่งเงินมาให้ซื้อบ้านและทรัพย์สินในประเทศไทย 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

จากนั้นจะให้แฟนสาวชาวไทย โทรศัพท์ไปอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ศุลกากร หลอกเหยื่อว่าจะต้องเสียภาษีและค่าธรรมเนียมการโอนเงินข้ามประเทศ พูดจาหว่านล้อมจนเหยื่อหลงเชื่อ โอนเงินเข้าบัญชีที่เปิดไว้ ให้หลายครั้ง เป็นเงินกว่า 1 ล้านบาท สุดท้ายรู้ว่าถูกหลอกจึงเข้าแจ้งตำรวจ

ตำรวจบอกว่า เหยื่อส่วนใหญ่เป็นเป็นหญิงอายุ 40 ปี ขึ้นไป จนถึงวัยเกษียน จากการตรวจสอบในเฟซบุ๊ก มีรายชื่อหญิงไทยเป็นเพื่อนจำนวนมาก เชื่อว่าน่าจะถูกหลอกหลายรายแต่ไม่กล้าแจ้งความ

ขณะที่แก๊งโรแมนซ์สแกมแก๊งนี้มีทั้งหมด 18 คน จับกุมมาได้เกือบทั้งหมดแล้ว พร้อมฝากเตือนอย่าหลงเชื่อใครง่ายๆ ในโลกออนไลน์ โดยเฉพาะกลุ่มที่มีพฤติกรรมหว่านล้อมให้มีการโอนเงินหรือทรัพย์สินอื่น ๆ เพราะเกือบทั้งหมดเป็นแก๊งต้มตุ๋น