คุณยายแทบอ้วก!! หลังพบจิ้งเหลน ในกระบอกข้าวหลาม

คุณยายพบจิ้งเหลนตายในกระบอกข้าวหลาม เผยซื้อมาจากสถานีรถไฟสุรินทร์ วอนพ่อค้าและแม่ค้าระมัดระวังเรื่องความสะอาดมากกว่านี้

วันที่ 24 ม.ค.2562 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังบ้านของนางจันโท แก้วพวง อายุ 62 ปี ในพื้นที่ ต.บางแม่นาง อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี หลังได้รับเรื่องร้องเรียนว่า นางจันโท พบจิ้งเหลนในกระบอกข้าวหลาม ที่ซื้อมาจากสถานีรถไฟสุรินทร์ เมื่อวันที่ 22 ม.ค.62

ซึ่งทางผู้สื่อข่าว ได้เดินทางไปสอบถามเรื่องราวกับนางจันโทถึงรายละเอียดที่เกิดขึ้น เนื่องจากขณะนี้ เรื่องดังกล่าวได้รับความสนใจ ถูกแชร์ต่อบนเฟซบุ๊กเป็นจำนวนมาก

จากการตรวจสอบพบ ขาวหลามจำนวน 3 กระบอก เป็นข้าวหลามขนาดเล็ก เส้นผ่าศูนย์กลางขนาด 1 นิ้วครึ่ง หลังเปิดกระบอกที่พบว่ามีข้าวหลาม ที่ด้านล่างของข้าวพบตัวจิ้งเหลน ขดอยู่ห่างจากโคนข้าวหลามประมาณ 2 นิ้ว มีสีดำสลับเทาเป็นลวดลาย ขนาดลำตัวประมาณครึ่งนิ้ว มีอวัยวะครบสมบูรณ์ วันนี้พบว่า มีกลิ่นเหม็นออกมาบ้างแล้ว ส่วนอีก 2 กระบอกที่เหลือไม่พบสิ่งแปลกปลอม

จากการสอบ นางจันโท แก้วพวง ทราบว่า เมื่อวันที่ 22 ม.ค.62 ซึ่งอยู่ที่สถานีรถไฟ เวลาประมาณ 04.30 น.ขณะรอรถไฟเพื่อเดินทางกลับ จ.นนทบุรี หลังจากไปเยี่ยมญาติที่ จ.สุรินทร์ ได้พบหญิงอายุประมาณ 40 ปีกว่า กำลังเดินถือข้าวหลามมาจำนวนมากเพื่อจะไปส่งขายต่อ ตนจึงได้ขอแบ่งซื้อ

ซึ่งหญิงดังกล่าวได้ขายให้กระบอกละ 20 บาท ตนจึงขอซื้อ 100 บาท แต่หญิงคนขายได้แถมให้อีก 1 กระบอกเป็น 6 กระบอก เมื่อถึงบ้าน เวลาประมาณ 15.00 น.วันเดียวกันได้แกะมากิน 3 กระบอก รสชาติอร่อยไม่มีอะไรแปลกปลอม หลังจากนั้นเวลาประมาณ 18.00 น. ตนได้แกะอีก 3 กระบอกที่เหลือ หนึ่งในนั้นคือกระบอกที่พบจิ้งเหลน

ตนกินไปได้ 1 คำ จากนั้นแกะไปจนถึงโคนกระบอก จึงพบจิ้งเหลน ตกใจมากแทบจะอาเจียน สงสารสัตว์ที่ติดอยู่ด้วย คงไม่กล้าซื้อกินอีก นางจันโทยืนยันว่า เป็นเรื่องจริง ไม่ได้มีการกลั่นแกล้งนำตัวจิ้งเหลนมาใส่ในกระบอกข้าวหลาม และอยากบอกให้พ่อค้าและแม่ค้าระมัดระวังเรื่องความสะอาดมากกว่านี้ คนซื้อมาเจอแบบนี้ก็เสียสุขภาพจิตเหมือนกัน

อดีตกุ๊กทำอาหารเพาะ ‘ปลาหางนกยูง’ ส่งออกรายได้เฉียดครึ่งล้านต่อเดือน

ใครจะไปคิดว่าวันหนึ่งการเลี้ยงปลาหางนกยูงจากแค่รายได้เสริมจะเป็นการต่อยอดสู่รายได้หลักในการหล่อเลี้ยงครอบครัวได้….” เสียงจากหญิงสาวท่านหนึ่ง ผู้ที่เป็นเจ้าของฟาร์มปลาหางนกยูงส่งออก ณ ปัจจุบัน ที่ต้องฝ่าฟันอุปสรรคมาอย่างมากมาย กว่าจะประสบความสำเร็จได้ถึงทุกวันนี้ ด้วยวัยเพียง 24 ปี เท่านั้น!!

วันนี้ MThaiNews ในช่วง ‘เกษตรสร้างรายได้‘ มีโอกาสได้พบกับคุณสุดที่รัก แผลงพาลี หรือคุณฟ้า อายุ 24 ปี เจ้าของ ‘บูฟาร์มปลาหางนกยูงนนทบุรี‘ ตั้งอยู่ภายในซอยสามัคคี 22 ต.ท่าทราย อ.เมือง จ.นนทบุรี จากอดีตกุ๊กทำอาหาร ที่เริ่มต้นทำงานตั้งแต่อายุ 18 ปี ก่อนจะพลิกผันมาเพาะ ‘ปลาหางนกยูง’ คัดเกรด สร้างรายได้หลักแสนบาทต่อเดือน พร้อมกับมีกลุ่มลูกฟาร์มกว่า 20 ราย สร้างกลุ่มเครือข่ายส่งออกปลาหางนกยูงสู่ต่างแดน

โดยคุณฟ้า เปิดเผยกับทีมข่าว MThai ว่า เริ่มทำงานมาตั้งแต่อายุ 18 ปี เป็นกุ๊กทำอาหาร ระหว่างนั้นก็ได้ทำการเพาะกุ้งก้ามแดงไปด้วย ซึ่งช่วงนั้นกำลังเป็นที่นิยมเลี้ยงอย่างมาก จนกระทั่งมาช่วง2-3 ปีที่ผ่านมา กระแสการเลี้ยงกุ้งก้ามแดงก็ตกลงไป คุณพ่อเลยให้คำแนะนำให้มาเพาะเลี้ยงปลาหางนกยูง ซึ่งคุณพ่อก็ทำฟาร์มปลาหางนกยูงอยู่แล้ว แต่ไม่ถนัดด้านการตลาด จึงเข้ามาช่วยเรื่องการทำการตลาดจากในโซเชียล กระทั่ง 2 ปีที่แล้ว ได้ตัดสินใจออกจากงานประจำ เพื่อมุ่งมั่นสู่การเพาะปลาหางนกยูงอย่างจริงจัง

ช่วงๆแรกที่เข้ามาทำค่อนข้างยาก เนื่องจากไม่ได้มีความรู้เรื่องการเลี้ยงปลามากเท่าไรนัก ซึ่งยอมรับว่าต้องลองผิดลองถูกเกือบ 1 ปี แต่ก็แลกมาด้วยประสบการณ์อันล้ำค่า ทั้งเรื่องการเลือกซื้อสายพันธุ์ปลาเกรด วิธีการเลี้ยง การดูแลและรักษาหากปลาป่วย รวมถึงเรื่องของอาหารปลา

สำหรับวิธีการเลี้ยง ‘ปลาหางนกยูง‘ นั้น คุณฟ้า เผยว่าเป็นปลาที่เลี้ยงง่าย ใส่ใจ 2 เรื่องสำคัญคือ ‘อาหารและน้ำ’ โดยที่ฟาร์มจะให้ไรแดงเป็นอาหารหลัก ส่วนอาหารเม็ดจะเป็นอาหารเสริมให้กับปลาหางนกยูง โดยจะให้วันละ 2 ครั้ง คือช่วงเช้า และช่วงเย็น เรื่องสภาพน้ำจะทำการดูดขี้ปลาอย่างน้อย 2-3 วัน ต่อครั้ง โดยจะสูบน้ำออกจากบ่อเลี้ยงประมาณ 50% และเติมน้ำใหม่เข้าไป 50% โรคที่พบส่วนใหญ่จะมีโรคจุดขาว และโรคหางเปื่อย ซึ่งมักพบบ่อยในช่วงอากาศเปลี่ยนแปลง หรือในช่วงอากาศหนาว โดยทางฟาร์มจะใส่ยาดักไว้ก่อนซึ่งจะเป็นยาแก้อักเสบ สำหรับช่วงหน้าร้อนปลาจะสมบูรณ์มากที่สุด เลี้ยงง่าย และไม่ค่อยเป็นโรค

การเตรียมบ่อเลี้ยงหากเป็นบ่อปูนต้องแช่น้ำทำความสะอาดปูน 7 วัน และทำการเตรียมน้ำ (กรณีใช้น้ำประปา) ต้องพักน้ำทิ้งไว้อย่างน้อย 1 วัน หากเป็นน้ำกรอง หรือน้ำบาดาล สามารถนำมาใช้ได้เลย สำหรับการปล่อยพ่อแม่พันธุ์จะปล่อยในอัตราส่วนตามพื้นที่ที่เลี้ยง อาทิเช่น หากเป็นบ่อปูนวงกลมกว้าง 1 เมตร ลึก 40-50 เซนติเมตร ก็สามารถปล่อยตัวเมีย 150 ตัว ต่อตัวผู้ 20-30 ตัว หรือเฉลี่ยประมาณตัวผู้ 1 ตัว ต่อตัวเมีย 4 ตัว

โดยการเพาะพันธุ์เมื่อปล่อยทั้งตัวผู้และตัวเมียลงไปยังบ่อเลี้ยงแล้ว จะใช้เวลาประมาณ 1 เดือน ก็จะได้ลูกปลาออกมา ควรทำการคัดแยกลูกปลาออกมาเพื่อป้องกันไม่ให้พ่อแม่พันธุ์กินลูกปลา หลังจากนั้นนำลูกปลามาพักไว้ในบ่ออนุบาล ซึ่งอาหารจะให้เป็นอาหารสำหรับลูกปลาโดยเฉพาะ จากนั้นอายุปลาประมาณ 1 เดือน จะทำการแยกตัวผู้ และตัวเมียออกจากกัน จะทำให้ปลาเจริญเติบโตไวขึ้น ที่สำคัญควรเปิดปั๊มออกซิเจนสำหรับปลาไว้ในบ่อเลี้ยงด้วย เพราะจะเป็นการช่วยให้สัดส่วนของปลาดูสวยงามมากยิ่งขึ้น เนื่องจากปลาได้แหวกว่ายในกระแสน้ำภายในบ่อเลี้ยง จากนั้นอีกประมาณ 40-50 วัน ก็สามารถคัดเกรดส่งขายได้แล้ว

ซึ่งราคาขายปลีกจะอยู่ที่คู่ละ 150 – 300 บาท เป็นราคาปลาเกรดจะมีสายพันธุ์หูช้าง เรดโกล บลูเทล เรดเทล โมเสค และสายพันธุ์อื่นๆในฟาร์มกว่า 60 ชนิด โดยจะจำหน่ายผ่านช่องทางเพจเฟซบุ๊ก หรือลูกค้าที่สนใจเดินทางมาเลือกซื้อจากที่ฟาร์มเลี้ยงโดยตรง นอกจากนี้ยังที่มีบริษัทมารับซื้อจะเป็น 3 พันธุ์หลักๆ คือ สายพันธุ์หูช้างโมเสค หูช้างเรดเทล และฟลูเรด โดยจะส่งขายให้กับบริษัทที่รับซื้อเฉลี่ยเดือนละประมาณ 5-6 หมื่นตัวต่อเดือน (เฉพาะตัวผู้) ส่งออกไปยังประเทศสหรัฐอเมริกา เยอรมัน ศรีลังกา และเวียดนาม สามารถสร้างรายได้เฉลี่ยเดือนละ 5 แสนบาทต่อเดือน

ทั้งนี้ปัจจุบันได้มีลูกฟาร์มกว่า 20 ราย เป็นเครือข่ายในการเพาะเลี้ยง โดยทางฟาร์มจะให้พ่อแม่พันธุ์ไปเพาะและรับซื้อลูกปลา เพื่อส่งออกต่างประเทศผ่านบริษัทกลาง หากรวมรายได้จากลูกฟาร์มสามารถสร้างเม็ดเงินได้มากกว่า 1 ล้านบาทต่อเดือนเลยทีเดียว

เมื่อถามถึงทิศทางด้านการตลาด สำหรับปลาหางนกยูงคัดเกรด ในอนาคตจะเป็นเช่นไร…? คุณฟ้า บอกว่า ส่วนตัวมองว่าการเพาะเลี้ยงปลาหางนกยูงคัดเกรดยังไปได้สวย เนื่องด้วยในปัจจุบันมีสังคมโซเชียลเข้ามา ทำให้การประชาสัมพันธ์เข้าถึงกลุ่มคนที่สนใจได้มากขึ้นกว่าแต่ก่อน รวมถึงแหล่งจำหน่ายปลาสวยงามก็มีอยู่ทั่วประเทศ

สำหรับใครที่สนใจอยากเลี้ยง อยากศึกษาข้อมูลเทคนิควิธีการเลี้ยง ‘ปลาหางนกยูง‘ หรืออยากเป็นลูกฟาร์ม สามารถเดินทางมาได้ที่ ‘บูฟาร์มปลาหางนกยูงนนทบุรี‘ ตั้งอยู่ภายในซอยสามัคคี 22 ต.ท่าทราย อ.เมือง จ.นนทบุรี เบอร์โทรศัพท์ 065-867-8677 , 082-001-5580 (คุณฟ้า)

ญี่ปุ่น เผยโฉมตุ๊กตาสมเด็จพระจักรพรรดิองค์ใหม่

บริษัททำตุ๊กตาญี่ปุ่น เผยโฉมตุ๊กตาสมเด็จพระจักรพรรดิพระองค์ใหม่ ก่อนพิธีขึ้นครองราชย์อย่างเป็นทางการในเดือนพฤษภาคมนี้

คิวเก็ตสึ บริษัททำตุ๊กตาที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่น เผยโฉมตุ๊กตาเจ้าชายนารูฮิโตะและเจ้าหญิงมาซาโกะเป็นครั้งแรก ก่อนพิธีบรมราชาภิเษกเป็นสมเด็จพระจักรพรรดิและสมเด็จพระจักรพรรดินีพระองค์ใหม่อย่างเป็นทางการของญี่ปุ่น ในเดือนพฤษภาคมที่จะถึงนี้

ตุ๊กตาทั้ง 2 ตัว มีความสูงราว 30 เซนติเมตร แต่งกายด้วยชุดกิโมโนหลากสีสัน ถูกจัดแสดงที่ห้องแสดงตุ๊กตาของบริษัทในกรุงโตเกียวเมื่อวานนี้ และจะจัดแสดงไปจนถึงสิ้นเดือนมกราคม ขณะที่ไม่ได้ทำขึ้นมาเพื่อจัดจำหน่าย

นายฮิซาโตชิ โยโกยามะ โฆษกของบริษัทเผยว่า ได้เลือกทั้ง 2 พระองค์ให้เป็นแบบของตุ๊กตาประจำปีนี้ เพื่อสื่อถึง “อนาคตที่สดใส” ของสมเด็จพระจักรพรรดิและสมเด็จพระจักรพรรดินีพระองค์ใหม่

โดยช่างฝีมือได้ศึกษาทั้งภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวของทั้ง 2 พระองค์ เพื่อสร้างตุ๊กตาให้ออกมาสมจริงที่สุด พิธีบรมราชาภิเษกของเจ้าชายนารุฮิโตะมีกำหนดจัดขึ้นในเดือนพฤษภาคมนี้ หลังจากสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ ซึ่งเป็นพระราชบิดาสละราชสมบัติ