เรือประมงเกาะสมุยล่มกลางทะเล 4 ชีวิตลอยคอรอดตายหวุดหวิด!

เรือประมงเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ล่มกลางทะเล 4 ชีวิตลอยคอรอดตายหวุดหวิด

วันนี้(24 ม.ค. 62) พ.ต.อ.ธงชนะ หาญกิตติกาญจนา ผกก.สภ.บ่อผุด อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า ศูนย์วิทยุ 191 ตำรวจภูธร จังหวัดสุราษฎร์ธษนี ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ของโรงแรมเดอะแฟร์เฮาส์ บีช รีสอร์ท ว่า มีเรือประมงล่มในทะเลห่างจากชายหาดของโรงแรมประมาณ 1.5 ไมล์ทะเล มีลูกเรือลอยคออยู่กลางทะเล 4 คน จากนั้นจึงได้ประสานอาสาสมัครกู้ชีพกู้ภัยวัดปลายแหลมนำเรือสปีดโบ๊ทและเรือเจ็ทสกีเข้าช่วยเหลือลูกเรือทั้ง 4 คน

ต่อมาอาสาสมัครกู้ชีพกู้ภัยได้ไปถึงจุดเกิดเหตุ พบเรือประมงที่ล่มอยู่ในสภาพหงายท้อง มีลูกเรือประมง 4 คนลอยคออยู่รอบเรือประมงลำดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงช่วยเหลือนำกลับเข้าฝั่งทั้งหมดได้อย่างปลอดภัย ได้แก่ นายฮัมดี ประสิทธิมะ ไต๋ก๋งเรือ นายกอซะ อาแว นายเกรียง อานเหม และนายอาดี ทั้งหมดเป็นคนไทย ต่อมาทีมแพทย์พยาบาลของโรงพยาบาลกรุงเทพสมุย ได้เข้าตรวจร่างกายทั้งหมดอยู่ในอาการอ่อนเพลีย และมี 1 รายมีอาการหน้ามืดและความดันสูงแต่ไม่ประสงค์ไปโรงพยาบาล ทางโรงแรมจึงได้นำน้ำหวาน และข้าวต้มมาให้ลูกเรือทั้ง 4 คนได้กิน

นายฮัมดี ประสิทธิมะ ไต๋ก๋งเรือ เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า ตนเองและคนงานร่วม 4 คน ได้นำเรือประมงชื่อ ภ.พูลทรัพย์ ออกทำประมงที่บริเวณเกาะมัดหลัง หน้าอ่าวหาดเฉวง ตำบลบ่อผุด จนถึงเวลาประมาณเที่ยงคืน จึงได้นำเรือกลับบ้านที่บ้านหัวถนน ตำบลมะเร็ต ระหว่างนั้นคลื่นลมในทะเลมีกำลังแรง ทำให้ยากต่อการควบคุมบังคับเรือที่ต้องแล่นฝ่าคลื่นและลมในทะเล ขณะที่เรือแล่นผ่านแหลมละไมเรือได้ปะทะกับคลื่นที่มีขนาดใหญ่กว่าที่ผ่านมา ประกอบกับมีลมกระโชกแรง ทำให้เรืออยู่ในลักษณะขวางคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่ง ทำให้เรืออยู่ในสภาพตะแคงและอวนที่อยู่ในเรือได้หล่นจนรั้งตัวเรือไว้

ขณะนั้นคลื่นได้ซัดอย่างแรง ทำให้เรือพลิกหงายท้องทันที ซึ่งลูกเรือทั้งหมด 4 คนต่างลอยคอในทะเล จากนั้นจึงได้ว่ายน้ำมาเกาะตัวเรือที่ลอยพ้นน้ำเพื่อรอความช่วยเหลือ จนกระทั่งเวลา 09.00 น. มีเรือสปีดโบ๊ทผ่านเข้ามาช่วยเหลือกลับเข้าฝั่งได้อย่างปลอดภัย

ขณะที่เจ้าหน้าที่ของโรงแรมได้เล่าอีกว่า เมื่อช่วงเช้ามีนักท่องเที่ยวที่มาพักในโรงแรมได้สังเกตเห็นวัตถุลอยน้ำอยู่กลางทะเล ด้วยความสงสัย จึงได้นำโดรนออกไปบินตรวจสอบ พบว่ามีเรือล่มและมีคนลอยคออยู่ 4 คน จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือดังกล่าว

โร่มอบตัว! หนุ่มเกาหลี ปัดลงมือฆ่าหั่นศพเพื่อน หวังถูกกันตัวเป็นพยาน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 01.00 น. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทย ได้นำตัวนายคิม แฮอุน อายุ 32 ปี ชาวเกาหลีใต้ ผู้ต้องหาร่วมกันฆ่าหั่นศพนายโซ มายฮูน อายุ 38 ปี สัญชาติเกาหลีใต้ ก่อนนำศพไปทิ้งที่ จ.ระยอง เดินทางมาเข้ามอบตัวต่อ พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการปราบปราม และ. พ.ต.อ.อรุณ วชิรศรีสุกัญยา ผู้กำกับการ 2 กองบังคับการปราบปราม หลังทนแรงกดดังจากทางเจ้าหน้าที่ไม่ไหว

ทั้งนี้ พ.ต.อ.อรุณ กล่าวว่า ทันทีที่ ผู้ต้องหา มาถึงก็ได้มีการสอบปากคำเบื้องต้น ซึ่งเจ้าตัวให้การรับสารภาพโดยยอมรับว่า มีหน้าที่เป็นโปรแกรมเมอร์ ร่วมหุ้นทำพนันออนไลน์กับเพื่อนชาติเดียวกัน แต่ถูกผู้ตายหักหลังเรื่องเงินจึงถูกเพื่อนในกลุ่มอีก 2 คน ฆ่าหั่นศพ

โดยในวันเกิดเหตุนายคิม อ้างว่า ถูกบังคับให้นั่งดูการฆ่าด้วย หากไม่นั่งดูจะถูกฆ่าอีกคน ด้วยความหวาดกลัวจึงยอมทำตาม กระทั่งเมื่อได้รับอิสระถูกปล่อยตัวออกมาเกรงว่า จะต้องตกเป็นผู้ต้องหาในคดีดังกล่าวด้วย จึงตัดสินติดต่อไปยังสถานทูตเพื่อขอคำปรึกษาก่อนจะมีการเข้ามอบตัวดังกล่าว เพื่อหวังว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะกันตัวให้เป็นพยานในคดี

อย่างไรก็ตาม หลังจากสอบปากคำในเบื้องต้นเสร็จสิ้น ก็ได้มีการประสานส่งตัวนายคิม ต่อไปยังตำรวจท้องที่เจ้าของคดี เพื่อนำตัวไปดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย พร้อมกับพาไปชี้จุดเกิดเหตุ ทั้งนี้ในส่วนของกองปราบนั้นเบื้องต้นยังคงจัดกำลังเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ กก.2 บก.ป. ลงพื้นที่สืบหาเบาะแสข้อเท็จจริงร่วมกับทางตำรวจท้องที่ พร้อมกับขยายผลติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาที่ร่วมกันก่อเหตุที่เหลือต่อไป

ที่มา Policenews

สภาวิศวกร จี้ 2 วิศวกร รับผิดชอบ เหตุเครนถล่ม!

วันนี้ (24 ม.ค. 62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุทัศน์ รุจิณรงค์ ผู้อำนวยการเขตยานนาวา เปิดเผยภายหลังเข้าตรวจสอบพื้นที่บริเวณจุดเกิดเหตุเครนถล่ม ภายในไซต์งานก่อสร้างโครงการลุมพินีเพลส พระราม 3 ริเวอร์ไรน์ ซอย 45 แขวงบางโพงพาง เขตยานนาวา กทม. ระบุว่า หลังจากที่เกิดเหตุตอนนี้ทางสำนักงานเขตได้มีคำสั่งให้ทางบริษัทผู้รับเหมาระงับการก่อสร้างอาคาร และสั่งให้ทางบริษัทรื้อถอนเครน 2 ตัว นั่งร้าน และอาคารบางส่วนที่ก่อให้เกิดอันตราย โดยจะต้องส่งแผนการรื้อถอน และแผนป้องกันเหตุตอนรื้อถอนให้ทางสำนักงานเขต ภายใน 2 สัปดาห์ และต้องรอการพิจารณาก่อนถึงจะสามารถรื้อถอนได้ หากจะดำเนินการก่อสร้างอีกจะต้องยื่นแผนการก่อสร้างใหม่ทั้งหมด

ส่วนกรณีที่มีการแจ้งการติดตั้งเครนหรือไม่นั้น นายสุทัศน์ ระบุว่า ตามหนังสือหารือจากกรมโยธาธิการ ปี 49 ที่ระบุว่า เครนไม่ถือเป็นอาคารที่ต้องแจ้งขออนุญาต แต่ยังไงทางผู้รับเหมาต้องแจ้งให้ทางสำนักงานเขตเพื่อทราบ แต่หากไม่มีการแจ้งก็ถือว่าไม่มีความผิด ตรวจสอบเบื้องต้นยังไม่แจ้งใดๆ ส่วนการดำเนินคดีนั้น ตอนนี้อยู่ในการรวบรวมหลักฐานว่าสามารถที่จะเอาผิดในข้อหาใดได้บ้าง

ทั้งนี้ นายชูเลิศ จิตเจือจุน ผู้เชี่ยวชาญชำนาญการด้านการโยธาและการก่อสร้าง ระบุภายหลังตรวจสอบสภาพเครนก่อสร้างภายในอาคารจุดเกิดเหตุว่า เบื้องต้นยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดของวิศวกรหรือไม่ ประกอบกับมีการควบคุมดูแลตรงตามขั้นตอนหรือไม่ เนื่องจากพบว่าเครนมีอายุการทำงานมานานแล้ว และสภาพไม่สมดุล 100 เปอร์เซ็นต์ ทำให้ยังให้ไม่ชัดเจนในเรื่องกระบวนการติดตั้งว่าผิดพลาดหรือไม่

เบื้องต้น ทราบชื่อวิศวกรควบคุมการก่อสร้างแล้ว ซึ่งจะต้องตรวจสอบว่าวันที่เกิดเหตุนั้นได้ปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ หากไม่อยู่ก็จะเพิกถอนใบอนุญาตทันที แต่หากอยู่ก็จะต้องตรวจสอบว่า เกิดจากสาเหตุใด ส่วนวิศวกรเครื่องกลควบคุมการติดตั้ง ตอนนี้รอบริษัทรับเหมาส่งรายชื่อมาให้ ซึ่งในกรณีนี้ทั้ง 2 คน จะต้องแสดงความรับผิดชอบ แต่ในเบื้องต้นยังไม่สามารถระบุความผิดได้ จึงต้องขอชื่อวิศวกรดังกล่าว พร้อมยื่นจดหมายเอกสารไปยืนยัน ให้วิศวกรมาชี้แจงว่าเกิดอะไรขึ้นช่วงเกิดเหตุ