แนะ 5 มาตรการ ‘หลีก ปิด ใช้ เลี่ยง ลด’ ฝุ่นละออง PM 2.5

กลายเป็นปัญหาใหญ่ของคนไทย โดยเฉพาะชาวกรุงที่ต้องประสบปัญหากับฝุ่นละอองที่มีขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอนเต็มเมืองในขณะนี้ จนส่งผลกระทบกับการใช้ชีวิตประจำวัน ซึ่งยังเป็นเรื่องที่ประชาชนไม่เข้าใจว่า คืออะไรนั้น

แท้จริงแล้ว คือ ฝุ่นที่มีขนาดละเอียดมาก ขนาดเทียบเท่ากับแบคทีเรีย หรือเล็กเกินกว่าที่ขนจมูกของเราจะกรองได้ ซึ่งฝุ่นละอองระดับนี้ระบบป้องกันในร่างกายไม่สามารถดักจับได้ดีนัก ทำให้มีโอกาสเข้าสู่ร่างกายสูง ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของโรคมะเร็งปอด และหากจำเป็นต้องใช้ชีวิตอยู่ในพื้นที่เสี่ยงต่อฝุ่นละออง มลภาวะต่างๆ ที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ สิ่งที่ถูกต้อง คือ การดูแลตนเอง ซึ่งเป็นสิ่ง สสส.เน้นย้ำเสมอ หากเรามีสุขภาพแข็งแรง อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี ก็จะช่วยให้เราห่างไกลจากโรคภัย และเกิดการเจ็บป่วยได้ยากขึ้น

ทั้งนี้ จากสถานการณ์ฝุ่นที่ต้องเจอในปัจจุบัน การดูแลตนเองเป็นเรื่องสำคัญ ทางกรมควบคุมมลพิษ จึงออกมาตรการให้ประชาชนหันมารู้จักวิธีการป้องกันตนเอง ซึ่งกระทรวงสาธารณสุข ได้แนะนำไว้ มี 5 มาตรการ “หลีก ปิด ใช้ เลี่ยง ลด” คือ

1.หลีกการสัมผัสฝุ่นละออง โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ เด็กเล็ก และผู้ป่วยด้วยโรคระบบทางเดินหายใจ หอบหืด ภูมิแพ้

2.ปิดประตู หน้าต่างให้มิดชิด ป้องกันฝุ่นละออง หมั่นทำความสะอาดบ้านทุกวัน

3.ใช้หน้ากากที่มีประสิทธิภาพ ในการกรองอนุภาคที่มีขนาดเล็กกว่า 0.3 ไมครอนได้

4.เลี่ยงการออกกำลังกายหรือทำงาน นานกว่า 12 ชั่วโมงในที่โล่งแจ้ง

5.ลดการใช้รถยนต์และการเผาขยะ ถ้ามีอาการผิดปกติ เช่น หายใจติดขัด แน่นหน้าอก วิงเวียนศีรษะ หรือหมดสติ ให้รีบไปรับการตรวจรักษาที่สถานพยาบาลโดยเร็ว

ด้าน กระทรวงสาธารณสุข ได้แนะนำวิธีการใช้หน้ากากอนามัยที่ถูกต้อง ดังนี้

1.เลือกใช้หน้ากากอนามัยกันฝุ่นขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอนที่ได้มาตรฐาน

2. ควรสวมหน้ากากให้กระชับกับใบหน้า กดส่วนที่เป็นโลหะให้กระชับแน่นกับสันจมูก

3. เลือกขนาดที่เหมาะ ครอบได้กระชับกับจมูก และใต้คาง ควรแนบกับกับใบหน้า

4. ควรทิ้ง เมื่อพบว่าหายใจลำบาก หรือ ภายในหน้ากากสกปรก

5. หากเป็นไปได้ ควรเปลี่ยนหน้ากากอันใหม่ทุกวัน

6. ถ้าสวมใสแล้วมีอาการมึนงงหรือ คลื่นไส้ควรหลบไปอยู่ที่ที่ปลอดมลพิษอากาศ ถอดหน้ากากออกและปรึกษาแพทย์

สบน.แจงกู้เงินสร้างรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน

สำนักนโยบายและแผน สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ หรือ สบน. ระบุไทยยังไม่กู้เงินจีนทำโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อมภูมิภาค ระยะที่ 1 ช่วง กทม.-นครราชสีมา

นางจินดารัตน์ วิริยะทวีกุล ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ หรือ สบน. ได้ชี้แจงประเด็นเกี่ยวกับข้อกังวลว่าประเทศไทยกำลังก้าวไปสู่กับดักหนี้จีน จากโครงการพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูงเพื่อเชื่อมโยงภูมิภาคช่วงกรุงเทพฯ ถึง หนองคาย ระยะที่ 1 ว่า ความร่วมมือของทั้ง 2 ประเทศ นั้นได้เป็นไปตามความร่วมมือภายใต้กรอบยุทธศาสตร์ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการคมนาคมขนส่งของประเทศไทย

โดยปัจจุบันประเทศไทยเป็นผู้ลงทุนในโครงการพัฒนาระบบรถไฟฟ้าความเร็วสูงเองทั้งหมด ซึ่งไม่ได้ร่วมลงทุนกับประเทศจีน จึงทำให้ไทยเป็นเจ้าของโครงการแต่เพียงผู้เดียว และจีนเป็นเพียงผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยีในการพัฒนาระบบเท่านั้น

สำหรับเงินทุนในการดำเนินโครงการ มีวงเงินลงทุนรวม 179,412 ล้านบาท โดยเป็นวงเงินงบประมาณ 13,273 ล้านบาท และเป็นเงินกู้ในประเทศ 127,784 ล้านบาท โดยวงเงินกู้ในประเทศคิดเป็นร้อยละ 80 ของวงเงินกู้ทั้งหมด ส่วนกรอบวงเงินกู้ต่างประเทศตั้งไว้อยู่ที่ 38,558 ล้านบาท สำหรับงานระบบไฟฟ้าและเครื่องกลงาน จัดหาขบวนรถ งานวางราง และการฝึกอบรมบุคลากร ซึ่งในขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาแหล่งเงินกู้ต่างประเทศ

เพื่อไทย ออกแถลงการณ์เรียกร้องเลือกตั้งเสรี เป็นธรรม และน่าเชื่อถือ

เพื่อไทย ออกแถลงการณ์ 6 ข้อเรียกร้อง รัฐบาลลดอำนาจบริหารหยุดอนุมัติงดผูกพัน งดใช้ ม.44 วางตัวเป็นกลาง ส่วนการเปิดตัวแคนดิเดตนายกฯ จะมีขึ้นก่อนวันที่ 8 ก.พ.นี้

วันที่ 24 ม.ค. 2562 พลตำรวจโทวิโรจน์ เปาอินทร์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรค นายชูศักดิ์ ศรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมาย และแกนนำของพรรค ร่วมกันแถลงข่าวภายหลังมีการประกาศวันเลือกตั้งในวันที่ 24 มีนาคม 2562 โดยมีการออกแถลงการณ์ 6 ข้อ มีเนื้อหาดังนี้

1.เรียกร้องให้รัฐบาลลดการใช้อำนาจบริหาร ไม่ริเริมโครงการที่มีผลผูกพัน หรือแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ ในช่วงการหาเสียงเลือกตั้ง

2.หัวหน้า คสช. ต้องงดเว้นการใช้อำนาจตาม มาตรา 44

3 คสช.ต้องเป็นกลางทางการเมืองเพื่อไม่ให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบทางการเมือง

4 . ก.ก.ต. ต้องทำให้การเลือกตั้งเสรีและเป็นธรรม ตรวจสอบการปฏิบัติงานของรัฐบาลกรณีใช้อำนาจรัฐเป็นคุณแก่พรรคการเมืองบางพรรค

5.ขอให้ประชาชน ทำให้การเลือกตั้งสุจริต เที่ยงธรรม และร่วมกันตรวจสอบการทุจริตทุกรูปแบบ

6.เรียกร้องให้พรรคการเมืองหาเสียงอย่างสร้างสรรค์ เคารพการตัดสินใจของประชาชน

นายภูมิธรรม กล่าวถึงนโยบายหาเสียงของพรรคเพื่อไทย ว่า การเลือกตั้งครั้งนี้มีกฎระเบียบจำนวนมาก การเสนอนโยบายแบบเดิมคงทำไม่ได้ จึงต้องนำงบประมาณที่มีเหลืออยู่มาคำนวณให้สอดคล้องกับนโยบายของพรรค แต่ขณะนี้มีปัญหาที่รัฐบาลได้ใช้งบประมาณในโครงการต่างๆ ที่เป็นผลผูกพันเป็นจำนวนมาก หากมีการออกนโยบายมาก็จะเกิดปัญหาในการใช้งบประมาณได้

ส่วนการเปิดตัว ส.ส แบบเขต แบบบัญชีรายชื่อ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี จะมีความชัดเจนภายในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการรับสมัคร ส.ส. โดยพรรคเพื่อไทยจะเปิดผู้สมัครแบบเขตก่อน ส่วนแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ขณะนี้ยังมีเวลา พรรคจะมีกระบวนการสรรหาสอบถามความคิดเห็นของสมาชิกพรรคก่อน

นายภูมิธรรม เปิดเผยด้วยว่า ในวันจันทร์ที่ 28 มกราคมนี้ พรรคจะเชิญผู้สมัครมาร่วมประชุมเพื่อพูดคุยยุทธศาสตร์แนวทางดำเนินงานทางการเมือง ข้อบังคับ ข้อควรระวังในช่วงการหาเสียงเลือกตั้ง