สุดทึ่ง! หนุ่มพะเยา ยึดอาชีพเป่าแก้วสีสันสวยงาม ลูกค้าสั่งจองเพียบ

สองสามีภรรยา จ.พะเยา ยึดอาชีพทำการเป่าแก้วเป็นรูปร่างต่างๆ สีสันสวยงาม จำหน่ายให้ลูกค้าติดทั้งในและต่างจังหวัด กลายเป็นสินค้าที่ติดอกติดใจ ลูกค้าสั่งจองซื้อหาเป็นของฝากของที่ระลึกไม่ขาดสาย

วันนี้(24 ม.ค.) ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่หมู่บ้าน ในตำบลแม่ใส อำเภอเมือง จังหวัดพะเยาหลังนี้ มีสองสามีภรรยายึดอาชีพการเป่าแก้ว เป็นรูปต่างๆ นำออกจำหน่ายจนกลายเป็นสินค้ายอดนิยมในพื้นที่ มานานกว่า 20 ปี

นายประสิทธิ์ ริมวัน เจ้าของงานฝีมือทั้งหมด เล่าว่า จุดเริ่มต้นของอาชีพนี้คือเคยเข้ารับการฝึกที่ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร จังหวัดอยุธยา เมื่อปี พ.ศ. 2533 ก่อนจะกลับมาทำมาหากินที่จังหวัดบ้านเกิด โดยขั้นตอนการเป่าแก้วจะใช้แท่งแก้วเป่ากับความร้อนเป่าขึ้นรูป หลังจากได้ทำการเป่าขึ้นรูปเสร็จเรียบร้อยแล้วก็จะมีการทำการตกแต่งทาสี กับผลิตภัณฑ์แก้ว ที่ทำการเป่า เพื่อความสวยงาม ก่อนนำออกจำหน่ายและส่งมอบสินค้าให้กับลูกค้า ทั้งในและต่างจังหวัด ถือเป็นอาชีพหนึ่งที่สร้างรายได้ให้กับครอบครัว และหาดูได้ยากในจังหวัดพะเยา

ด้วยรูปแบบที่ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน คือ การเป่าแก้ว เป็นรูป ต่างๆ อาทิ เช่น เรือสุพรรณหงส์ มังกร เรือสำเภา ปีนักษัตร และของมงคลต่างๆ ทำให้เป็นที่ต้องการของลูกค้าที่สามารถสั่งทำตามแบบได้ และเป็นจุดขายที่ลูกค้าพึงพอใจ เพราะจะได้ชิ้นงานที่เป็นชิ้นเดียวสำหรับตัวเอง ไม่เหมือนใคร เพราะถือว่าเป็นงานแฮนเมด มีออเดอร์สั่ง ตลอดทั้งปี ตั้งแต่ชิ้นเล็กๆ จนถึงชิ้นใหญ่ๆ ราคาเริ่มต้นชิ้นละ 30 บาท ไปจนถึงกว่า 1,000 บาท นับว่าเป็นอาชีพหนึ่งที่สำคัญ ของจังหวัดพะเยา ที่หาดูได้ยากยิ่ง และเป็นหนึ่งเดียวของจังหวัดพะเยา ที่มีให้เห็น ในปัจจุบัน

ปฏิมากรรม เมรุลอย ‘หลวงพ่อคูณ’ ขาวสะอาดตา เรียบง่ายและงดงาม

สำหรับ แบบจำลองเมรุลอยหลวงพ่อคูณ ที่จัดสร้างขึ้นเป็นหนึ่งในองค์ประกอบงานพระราชทานเพลิงศพ ถือเป็นอีกหนึ่งบันทึกประวัติศาสตร์ของภูมิปัญญา ทางภาคอีสาน ซึ่งเป็นประเพณีดั้งเดิมที่นิยมสร้างประกอบเมรุลอยพระเถระชั้นผู้ใหญ่

ทั้งนี้ ประติมากรรม เมรุลอยชั่วคราว สีขาว สวยงามยิ่งใหญ่ สะท้อนความเรียบง่ายของ พระเทพวิทยาคม หรือ “หลวงพ่อคูณ” ถูกประดิษฐาน ณ ฌาปนสถานชั่วคราว พุทธมณฑลอีสาน จังหวัดขอนแก่น ซึ่งอาจารย์จากคณะศิลปกรรมศาสตร์ สถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ร่วมศึกษา และออกแบบมานานกว่า 1 ปี จนกระทั่งได้แบบที่ลงตัว

ซึ่งโจทก์ของการสร้างเมรุลอยที่เรียบง่าย คือหัวใจหลักตามเจตนารมณ์ของหลวงพ่อ ฌาปนสถานชั่วคราว จึงเริ่มจากการออกแบบฐานเมรุลอย 8 เหลี่ยม โดยรอบมีองค์ประกอบคือ ธรรมมาสบุษบก 4 หลัง ส่วนเมรุลอยนกหัสดีลิงค์ สูงเท่ากับตึก 5 ชั้น ตามตำนานนกหัสดีลิงค์ ปากเป็นช้าง หางเป็นหงส์ เคลื่อนไหวได้ มีลายกลีบและเกสรดอกคูณปรากฏบนตัวนก ภายในตัวนก ด้านล่างจะเป็นโลงสแตนเลส บรรจุเตาเผาออกแบบพิเศษ

เตาเผามีกองฟืนจากไม้จิก 136 ต้น ซึ่งเป็นไม้อีสานโบรานนิยมใช้กับพระเกจิ ส่วนเตาเผาเป็นหีบศพบรรจุสรีระสังขาร โลงเป็นหีบเอวขันประกอบเกียรติยศ ด้านนอกรอบเมรุลอยตกแต่งจำลองเขาพระสุเมรุตามคติในพระพุทธศาสนา ชั้นนอกเรียกว่าชั้นกำแพงแก้ว จะมีทวารบาน คือพญานาค 8 ตนเป็นผู้เฝ้า ส่วนชั้นในเป็นบันไดนาคราช

รอบนอกสระอโนดาต มีสัตว์หิมพานต์ 32 ตัว มีสะพานนาคราชเชื่อมระหว่างมนุษย์กับสวรรค์ โดยทั้งรูปทรงและลวดลายถือเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ แสดงถึงอัตลักษณ์ความโดดเด่นของชาวอีสาน ที่วิจิตรงดงาม แต่แฝงด้วยแนวความคิด สติปัญญา

อีกไม่นานเมรุลอยชั่วคราว จะถูกใช้เป็นที่เผาสรีระสังขารหลวงพ่อคูณ ส่วน นกหัสดีลิงค์ จะถูกเผาพร้อมกันตามขนบประเพณี เพื่อส่งดวงจิตพระมหาเถระแห่งภาคอีสานสู่สรวงสวรรค์

คลิปนาทีอุกกาบาตพุ่งชนดวงจันทร์ ในคืนเกิดจันทรุปราคาสีเลือด

เปิดคลิปหาชมยาก อุกกาบาตพุ่งชนดวงจันทร์ ในคืนเกิดจันทรุปราคาสีเลือด

เมื่อวันที่ 22 ม.ค. 2562 ที่ผ่านมา สมาชิกเว็บไซต์ยูทูบ @Jm Madiedo ได้มีการเผยแพร่คลิปเหตุการณ์นาทีอุกกาบาตชนดวงจันทร์ในช่วงที่เกิดจันทรุปราคา เมื่อคืนวันที่ 21 ม.ค. 2562 ที่ผ่านมา

ซึ่งคลิปดังกล่าวถูกบันทึกได้โดย นายโชเซ มาเรีย มาเดียโด นักดาราศาสตร์จากมหาวิทยาลัยอูเวลบา ในประเทศสเปน  ที่เผยให้เห็นว่า มีประกายแสงวาบขึ้นโผล่เพียงเสี้ยววินาที ที่บริเวณขอบด้านบนของดวงจันทร์ หลังเกิดอุกกาบาตขนาดเล็กพุ่งเข้าชน

ก่อนที่เขาจะประเมินว่า อุกกาบาตลูกนี้พุ่งชนดวงจันทร์ในเวลา 05.41 น. ตามเวลาท้องถิ่น ขณะที่ข้อมูลเบื้องต้นชี้ว่า อุกกาบาตลูกนี้มีมวลระหว่าง 2-10 กก. และมีขนาดเท่าลูกฟุตบอลเท่านั้น

สำหรับเหตุการณ์จันทรุปราคาเต็มดวง ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 21 ม.ค. 2562 ที่ผ่านมา ถือเป็นคืนที่ พระจันทร์เต็มดวงในช่วงที่โคจรเข้าใกล้มากที่สุด จนถูกเรียกรวมกันว่า super blood wolf moon  หรือแปลเป็นไทยว่า ซุปเปอร์จันทราหมาป่าสีเลือด