สายตรวจทำเนียบฯ คุมเข้มห้ามสตาร์ทรถรอ ลดปัญหาฝุ่นละออง PM2.5

เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำทำเนียบรัฐบาล ขานรับนโยบายของ นายกรัฐมนตรี ออกตรวจรถรอบทำเนียบฯ ห้ามสตาร์ทเครื่องทิ้งไว้ หวังลดปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก

เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำทำเนียบรัฐบาล ใช้รถไฟฟ้าขับเคลื่อน 2 ล้อ หรือ รถเซกเวย์ ติดป้ายระบุว่า “จอดรถกรุณาดับเครื่องยนต์” ขับตระเวรตรวจรถที่จอดรอบทำเนียบฯ ทุก 1-2 ชั่วโมงตลอดทั้งวัน เพื่อปรามไม่ให้นายทหาร-นายตำรวจติดตามรัฐมนตรี สตาร์ทเครื่องรอ

ทั้งนี้ ตามคำสั่งด้านความเข้มงวดเรื่องการจราจรของ พันตำรวจเอก กัมปนาท ณ วิชัย ผู้กำกับการ 4 กองบังคับการตำรวจสันติบาล 3 ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี ที่หวังลดการปล่อยควันรถ ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุของปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก ที่กำลังฟุ้งกระจายใจกลางกรุงเทพฯ อยู่ในขณะนี้ รวมทั้งยังลดการสิ้นเปลืองน้ำมัน

โดยหากพบรถที่สตาร์ทเครื่องทิ้งไว้ ก็จะตักเตือนกันก่อน แต่หากยังไม่ปฏิบัติตาม ก็จะมีไม้แข็ง ด้วยการรายงานไปยังผู้บังคับบัญชาต่อไป ซึ่งหลังจากมีคำสั่งนี้ออกมา นอกจากบรรยากาศที่เปลี่ยนแปลงไป ไม่พบรถสตาร์ทเครื่องรอแล้ว คนขับรถ หรือนายทหาร-นายตำรวจติดตามรัฐมนตรี ยังมาใช้บริการโรงอาหารทำเนียบรัฐบาลมากขึ้นอีกด้วย

ผู้ว่าฯ ตรังสร้างมิติใหม่ ลงพื้นที่พร้อมนอนค้างคืนรับฟังปัญหาชาวบ้าน

ผู้ว่าฯ ตรังสร้างมิติใหม่ ลงพื้นที่พร้อมนอนพักค้างคืนรับฟังปัญหาชาวบ้าน ก่อนออกหน่วยบริการประชาชน

วันที่ 23 มกราคม 2562 นายลือชัย เจริญทรัพย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง นางณิทฐา แสวงทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง นายไพบูลย์ โอมาก รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง นายพรชัย สุขโสม นายอำเภอกันตัง พร้อมด้วยส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่หมู่ที่ 1 ตำบลคลองลุ อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง

โดยเยี่ยมชมโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมอันเนื่องมาจากพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งมีพรรณไม้ต่างๆ เช่น ต้นกอ ต้นตะเคียน และอื่นๆ หลังจากนั้นได้เดินทางไปเยี่ยมชมกลุ่มปุ๋ยอินทรีย์ของกลุ่มเกษตรกร ที่ทำดินปุ๋ยจากเศษวัสดุธรรมชาติลดการใช้สารเคมี และยังสามารถขายดินปุ๋ยสร้างรายได้อีกด้วย

อีกทั้งยังเดินทางไปชมฝายคลองน้ำล้นบ้านวังหิน ที่สามารถเก็บกักน้ำเอาไว้ใช้หากประสบปัญหาภัยแล้ง ทำให้ประชาชนในพื้นที่ยังมีน้ำใช้ ทั้งนี้หลังจากลงพื้นที่ดังกล่าวแล้วทางคณะได้เดินทางไปพบปะประชาชนพื้นที่ตำบลคลองลุ อำเภอกันตัง ที่โรงเรียนบ้านคลองลุ และได้พูดคุยกับประชาชนที่มาร่วมต้อนรับ

ทั้งนี้นายปรีชา ตั้นซ้าย นายกองค์การบริหารส่วนตำบลคลองลุ ได้กล่าวถึงสภาพปัญหาและความต้องการของประชาชนในตำบลคลองลุ คือ ปัญหาของถนนที่ประชาชนใช้สัญจรไปมา ซึ่งสภาพถนนชำรุด และสิ่งที่ต้องการความช่วยเหลือนั้นเป็นเรื่องของถนน รถพยาบาลรับส่งผู้ป่วย เนื่องจากรถที่มีอยู่มีสภาพเก่า เกรงว่าการใช้งานจะไม่ปลอดภัย จึงได้ของบประมาณจากทางจังหวัดเพื่อนำไปปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้น

ส่วนทางด้านนายลือชัย เจริญทรัพย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง กล่าวกับพี่น้องประชาชนว่า การลงพื้นที่ในครั้งนี้เพื่อรับฟังปัญหาจากประชาชน เพื่อนำไปเป็นข้อมูลในการแก้ไขปัญหา สำหรับสิ่งที่ร้องขอนั้นต้องเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการของจังหวัดก่อน เนื่องจากในจังหวัดตรังก็มีหลายพื้นที่ที่ประสบปัญหาหลายๆ ด้านเช่นกัน จึงต้องมีการพิจารณาตามความเร่งด่วนของแต่ละพื้นที่

ขณะที่หลังจากพบปะชาวบ้านแล้ว ยังได้รับประทานอาหารร่วมกับชาวบ้าน โดยชาวบ้านได้นำข้าว กับข้าว ใส่ปิ่นโตมารับประทานร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดตรังและส่วนราชการ อีกทั้งผู้ว่าราชการจังหวัดตรังและส่วนราชการบางส่วนได้มีการนอนพักค้างคืนที่โรงเรียนบ้านคลองลุอีกด้วย ซึ่งนับว่าเป็นมิติใหม่ของการบริหารราชการที่ผู้ว่าราชการจังหวัดตรังและส่วนราชการได้ลงพื้นที่และนอนพักค้างคืนในพื้นที่อีกด้วย

แจงเหตุเครนถล่ม คาดเกิดจากความผิดพลาดของผู้รับเหมา

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ กรุ๊ป เร่งชี้แจงเหตุเครนถล่ม ในโครงการลุมพินีเพลสพระราม 3 คาดเกิดจากความผิดพลาดของผู้รับเหมารายย่อย

จากกรณีเกิดเหตุเครนถล่มภายในจุดก่อสร้างลุมพินีคอนโด โครงการลุมพินีเพลส พระราม 3-ริเวอร์ไรน์ ถนนพระราม 3 ซอย 45 แขวงบางโพงพาง เขตยานนาวา พื้นที่ สน.บางโพงพาง เป็นเหตุทำให้มีคนงานเสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก

ความคืบหน้าล่าสุด นายโอภาส ศรีพยัคฆ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ กรุ๊ป เปิดเผยถึงกรณีนี้ว่า สาเหตุเกิดจากขั้นตอนการประกอบเครนของคนงาน ซึ่งเป็นบริษัทผู้รับเหมารายย่อย โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างการประกอบเครนเพื่อยกความสูงขึ้นไป แต่เกิดอุบัติเหตุทำให้เครนหล่นลงมา ส่งผลให้มีคนงานเสียชีวิต และได้รับบาดเจ็บ ซึ่งบริษัทกำลังติดตามเพื่อดำเนินการในส่วนของการช่วยเหลือและเยียวยาต่อไป อย่างไรก็ตาม ในส่วนของอาคารนั้นไม่ได้รับความเสียหายแต่อย่างใด

ด้าน รศ.สิริวัฒน์ ไชยชนะ ที่ปรึกษาวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยว่า มีการติดตั้งเครน2 ตัว ซึ่งเครนที่เกิดเหตุนั้นพบว่าเป็นการพังถล่มลงมาของทาวเวอร์เครนชนิดที่เรียกว่าเครนคอห่าน หรือ Gooseneck เป็นเครนที่ถือว่ามีความแข็งแรงมากกว่าเครนปกติ จากสถิติอุบัติเหตุที่เกิดกับเครนทั้งหมด มักเกิดขึ้นในช่วงของขั้นตอนการติดตั้ง ถึงร้อยละ 95 แต่กลับไม่มีกฎหมายควบคุมบังคับให้มีวิศวกรคอยควบคุมขณะกำลังติดตั้ง ซึ่งต้องใช้ความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษ
ด้าน นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า เตรียมเอาผิดผู้รับเหมาที่แอบติดตั้งเครนโดยไม่ขออนุญาต เบื้องต้นได้ทำการปิดกั้นพื้นที่เอาไว้แล้ว และห้ามใช้พื้นที่ดังกล่าวอย่างเด็ดขาด

ขณะที่ พลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) ได้กำชับเจ้าหน้าที่ให้ดำเนินการสอบสวนขยายผลหาสาเหตุของอุบัติเหตุ ว่าเกิดจากความประมาทของผู้ใด โดยหากพบว่าเป็นความประมาทของผู้ใด ก็จะดำเนินคดีกับผู้นั้นตามกฎหมาย ทั้งนี้ยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย