‘จาตุรนต์’ ซัดนายกฯ พูดเอาเปรียบพรรคการเมือง

‘จาตุรนต์’ ซัดนายกฯ พูดเอาเปรียบพรรคการเมือง เชื่อไม่มีพรรคไหนอยากล้มล้างกฎหมาย จี้ กกต. ประกาศวันเลือกตั้ง หลัง พ.ร.ฎ.เลือกตั้งประกาศมีผลบังคับใช้แล้ว

วันนี้(23 ม.ค.) นายจาตุรนต์ ฉายแสง ประธานยุทธศาสตร์ของพรรคไทยรักษาชาติ กล่าวถึงการให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ระบุว่า มีหลายเรื่องที่ไม่มีหลักเกณฑ์และสะท้อนถึงการคิดเอาเปรียบสร้างความเสียหาย

อีกทั้งเป็นการพูดถึงพรรคการเมืองที่จะเชิญตนเองไปเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เพื่อการประสานงานต่อ และไม่ล้มล้างกฎหมายตนเอง จึงเห็นการพูดของ พล.อ.ประยุทธ์ แสดงเจตนาที่ต้องการสืบทอดอำนาจ และทำลายพรรคการเมืองอื่นที่ไม่สนับสนุนตนเอง

ขณะเดียวกัน ก็มีการเตือนพรรคการเมืองอื่นว่าอย่ามาสร้างบรรยากาศไม่ดีและการล้มล้างกฎหมาย ซึ่งส่วนตัวมองว่าไม่มีพรรคการเมืองไหนอยากล้มล้างกฎหมาย แต่ คสช.ได้สร้างความเสียหายให้กับบ้านเมืองมามาก ฉะนั้นอะไรที่ คสช.ทำไว้ถ้าเป็นผลดีกับประเทศก็จะเดินหน้าต่อไป แต่สิ่งใดที่ทำให้เสียหายต่อประเทศสิ่งเหล่านี้ต้องมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไข

นายจาตุรนต์ กล่าวถึง ภายหลังการมีประกาศพระราชกฤษฎีกา(พ.ร.ฎ.) การเลือกตั้งในวันนี้ว่า หลังจากนี้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้งที่ต้องกำหนดวันเลือกตั้ง การที่มี พ.ร.ฎ.ลงมาในวันนี้ เป็นที่น่าเสียดายเพราะควรลงมาตั้งแต่ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา

แต่อย่างไรก็ตามเป็นการยืนยันได้ว่าจากนี้ต่อไปจะมีการเลือกตั้งขึ้นแน่นอน ซึ่งการเลือกตั้งเป็นความหวังว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจได้ แต่หากปล่อยให้คสช.บริหารประเทศต่อไป จะไม่สามารถแก้ปัญหาสำคัญๆ ได้เลย และอยากให้กกต.กำหนดวันเลือกตั้งโดยเร็ว

นอกจากนี้ นายจาตุรนต์ กล่าวถึง 4 รัฐมนตรีที่ยังไม่ได้ลาออกจากตำแหน่ง ว่า ขอให้เป็นดุลยพินิจของ 4 รัฐมนตรีว่าควรจะลาออกหรือไม่แต่เมื่อมีประกาศพ.ร.ฎ.การเลือกตั้งแล้วรัฐบาลหรือรัฐมนตรีจะต้องอยู่ในสภาพรักษาการ ไม่ใช้อำนาจเข้าเกี่ยวกับการเลือกตั้ง และไม่อนุมัติโครงการงบประมาณขนาดใหญ่

แต่หากมีความจำเป็นจะต้องมีการหารือกับทางกกต.แต่ขณะนี้รัฐบาลไม่ได้เป็นรัฐบาลรักษาการ แต่ใช้คำว่าเป็นรัฐบาลที่มาจากวิธีพิเศษ จึงสามารถทำอะไรได้ปกติ

BBC ตีข่าว ยัน2ศพถูกฆ่าคว้านท้องยัดแท่งปูนคือคนสนิท ‘สุรชัย แซ่ด่าน’

สื่ออังกฤษยืนยันผลตรวจ DNA ของ 2 ศพถูกฆ่าคว้านท้อง ยัดแท่งปูนทิ้งแม่น้ำโขงคือคนสนิทของ ‘สุรชัย แซ่ด่าน’

เมื่อวันที่ 23 ม.ค. 2562 สำนักข่าว ‘บีบีซี’ รายงานข่าวกรณีที่ตำรวจไทยยืนยัน ผลการตรวจดีเอ็นเอ 2 ศพที่ถูกพบในพื้นที่ริมน้ำโขง อ.ธาตุพนม จ.นครพนม ภาคอีสานของประเทศไทย ในสภาพโดนฆ่าคว้านท้อง ยัดแท่งปูนทิ้งแม่น้ำโขง เมื่อปลายเดือนธันวาคม 2561 ระบุว่าทั้ง 2ศพคือผู้ช่วยคนสนิทของนายสุรชัย แซ่ด่าน นักเคลื่อนไหวทางการเมือง

อย่างไรก็ตาม เมื่อช่วงปลายเดือนธันวาคมปี 2561 พบศพทั้ง 2 ศพในแม่น้ำโขง ทั้งสองศพอยู่ในสภาพถูกฆ่าในลักษณะเดียวกัน คือ โดนเชือกไนล่อนรัดคอ ผ่าท้องยัดแท่งปูน พันด้วยผ้าเทป ห่อด้วยกระสอบป่าน และห่ออีกชั้นด้วยตาข่าย รัดด้วยเชือก ก่อนจะโยนศพทิ้งลงในแม่น้ำโขง

ทั้งนี้ทั้งนั้น บีบีซีอ้างอิงข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ตำรวจไทย ระบุผลตรวจดีเอ็นเอ ศพหนึ่งเป็นศพของ นายไกรเดช ลือเลิศ ส่วนอีกศพเป็นศพของชายนามสกุล ‘ภูชนะ’

ก่อนหน้านี้ทั้งนายสุรชัยและคนสนิททั้งสองหายตัวไปพร้อมกันในวันที่ 12 ธ.ค.2561 หลังจากลี้ภัยไปอยู่ที่ สปป.ลาว ขณะที่ ‘ฮิวแมน ไรท์ วอตช์’ กลุ่มเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ ระบุว่า มีบุคคลที่วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลไทย 5 คน ที่ลี้ภัยไปอยู่ในประเทศลาว ได้สูญหายไปในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา

ที่มา www.bbc.com

รวบ รศ.ดร.นพ.เก๊ โพสต์ขายกัญชาออนไลน์โว ‘เรื่องสมุนไพรไว้ใจผม’

รวบ รศ.ดร.นพ.เก๊ โพสต์ขายกัญชาออนไลน์  อ้างเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านกัญชา โชว์สรรพคุณต้านมะเร็ง “เรื่องสมุนไพรไว้ใจผม” ลูกค้าหลงเชื่อสั่งซื้อเพียบ     

ชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 5  จับกุมนายยูซุฟ มลทยา อายุ 26 ปี ชาว อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ พร้อมของกลางกัญชาแห้ง น้ำหนักประมาณ 12.3 กรัม เงิดสดจำนวน 1,000 บาท  หลังสืบทราบว่านายยูซุฟได้ใช้เฟซบุ๊กในชื่อ “รศ.ดร.นพ. ยูซุฟ  ไกจู “ โพสต์ขายกัญชาในเฟซบุ๊กเพจ ”เรื่องสมุนไพรไว้ใจผม” โดยอ้างสรรพคุณ นอกจากมึนเมา แล้วยังรักษาและต้านมะเร็งได้เป็นอย่างดี

นายยูซุฟ มลทยา

เจ้าหน้าที่จึงแฝงตัวเข้าไปติดต่อเข้าไปติดตามดูความเคลื่อนไหวของนายยูซุฟในเพจ “เรื่องสมุนไพรไว้ใจผม” จากนั้นได้ส่งข้อความเข้าไปพูดคุยขอซื้อกัญชา กระทั่งนายยูซุฟหลงกลและติดต่อนัดหมายส่งมอบกัญชากันภายในปั๊มน้ำมัน ปตท.ถนนสนามบิน  ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ หลังนายยูซุฟนำกัญชามาส่งตามนัดเจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าจับกุม และควบคุมตัวมาสอบปากคำ 

จากการสอบสวนนายยูซุฟ ให้การรับสารภาพว่า ไปรับกัญชามาจากเพื่อนคนหนึ่ง แล้วนำมาปล่อยขายทางเฟซบุ๊ก เพื่อให้คนรักสุขภาพที่ต้องการยาต้านมะเร็งไว้สูบกัน โดยใช้ชื่อเฟซ “รศ.ดร.นพ.มล.ยูซุฟ ไกจู”เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือกับกลุ่มลูกค้า โดยทำมานานแล้วไม่คาดคิดว่าจะถูกล่อซื้อจับกุม

หลังสอบปากคำเจ้าหน้าที่นำตัวนายยูซุฟ ส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรภูพิงคราชนิเวศน์ อ.เมืองเชียงใหม่ ดำเนินคดีข้อหา”มียาเสพติดให้โทษประเภท 5 (กัญชา) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย และจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย” จากนั้นเตรียมขยายผลไปยังแหล่งต้นตอเพื่อทำลายวงจรการแพร่ระบาดยาเสพติดในโซเชียลมีเดียต่อไป