เจาะชีวิต ‘เบอร์นาร์ด’ ชายขายถั่ว 50 ปีในรั้วธรรมศาสตร์ท่าพระจันทร์

เบอร์นาร์ด ชายขายถั่วคนดังระดับตำนานแห่งรั้วธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

เวลา 50 ปี เป็นเวลานานพอที่คนหนึ่งคน จะผ่านร้อนผ่านหนาว และผ่านเหตุการณ์สำคัญมากมายในชีวิต ทว่ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ท่าพระจันทร์ เป็นสถานที่ที่หลอมรวมเรื่องราวสำคัญทางการเมือง ที่ถูกจารึกอยู่ในประวัติศาสตร์หลายเหตุการณ์ และแน่นอนว่าหากมีใครสักคนหนึ่งที่โลดแล่นอยู่ในรั้วมหาวิทยาลัยเก่าแก่แห่งนี้เป็นเวลานาน ก็ย่อมผ่านเหตุการณ์สำคัญ ๆ มากมายเช่นเดียวกัน

เมื่อพูดถึงบุคคลเก่าแก่ที่รู้จักมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ท่าพระจันทร์แบบทุกซอกทุกมุม หลายคนคงจะนึกถึงบุคลากรทางการศึกษา หรือเจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัย แต่ใครจะทราบว่า ‘เบอร์นาร์ด ยูโด’ ชายชาวอินเดีย ที่มีอาชีพขายถั่ว จะเป็นหนึ่งในคนเก่าแก่ ที่เร่ขายถั่วให้แก่นักศึกษา และคนทั่ว ๆไปในมหาลัยธรรมศาสตร์แห่งนี้มานานกว่า 50 ปี จนกลายเป็นบุคคลในตำนานไปแล้ว

ไม่เพียงแค่นักศึกษา บุคลากร หรืออาจารย์ที่ธรรมศาสตร์เท่านั้นที่รู้จัก ‘เบอร์นาร์ด’ แต่ผู้คนบนโลกออนไลน์ก็รู้จักเขาในฐานะบังขายถั่วคนดังแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ไม่ว่าจะเป็นศิษย์เก่า หรือคนทั่วไป แวะเวียนผ่านมาที่นี่ ก็มักจะมาถ่ายภาพคู่กับเขาเป็นที่ระลึกเสมอ

จากวัยหนุ่มสู่วัยชรา จากคำร่ำรือของนักศึกษา ว่าสมัยก่อนมักจะเห็นเบอร์นาร์ดแบกโต๊ะเร่ขายถั่วทั่วมหาวิทยาลัย และมักเชิญชวนผู้คนที่เดินผ่านไปมาซื้อถั่วอยู่บ่อย ๆ ซึ่งส่วนใหญ่ ก็แพ้ลูกอ้อนของบัง เข้าไปอุดหนุนถั่วของแกอยู่ไม่ขาดสาย หรือบางคนที่ใจแข็ง ไม่ยอมซื้อเบอร์นาร์ด ก็จะใช้วิธีปาถั่วใส่ทีละเม็ด เป็นการหยอกเย้าลูกค้าเบา ๆ จนมีเสียงลือเสียงเล่าอ้างว่า ใครมาท่าพระจันทร์แล้วไม่ได้กินถั่วเบอร์นาร์ด ก็เหมือนยังมาไม่ถึง

ลีลาการขายตรงระดับตำนานของเบอร์นาร์ดสมัยก่อนนั้นมีลูกเล่นที่เหนือชั้นก็การขายในสมัยใหม่ เพราะเมื่อครั้งยังแข้งขาดี เบอร์นาร์ดจะใช้วิธีแบกกะบะถั่วไปวางข้าง ๆ รักศึกษา แล้วจู่โจมถามเลยว่า ‘กินอะไร’ นับเป็นนักขายตัวพ่อที่มีเทคนิคหาตัวจับได้ยาก

เมื่อพูดถึงชีวิตของ ‘เบอร์นาร์ด’ เขาเกิดที่ประเทศอินเดีย ก่อนหน้านี้ใช้สัญชาติอินเดีย เชื้อชาติฮินดู เริ่มขายถั่วในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2511 ตามแบบพ่อของเขาเอง ที่เร่ขายถั่วในวิทยาลัยนาฏศิลปมาก่อน เดิมเบอร์นาร์ดเคยเช่าที่ขายถั่วในราคา 50 บาท แต่ขายต่อไปไม่ได้ ด้วยความที่เป็นที่รักของนักศึกษาในสมัยนั้น เมื่อได้ทราบข่าวจึงรวมตัวกันช่วยร่างจดหมายขออนุญาตใช้พื้นที่ค้าขายในมหาวิทยาลัยมาจนถึงทุกวันนี้ ปัจจุบันจึงมีเพียงเบอร์นาร์ดเท่านั้นที่สามารถเร่ขายถั่วภายในรั้วแม่โดมได้

เบอร์นาร์ด ,บังขายถั่ว , ธรรมศาสตร์
เบอร์นาร์ด ยูโด ลูกชาย และหลานสาว

ทีมข่าว Mthai ได้เข้าไปพูดคุยกับเบอร์นาร์ด และพบว่า ชีวิตส่วนตัว ปัจจุบันเบอร์นาร์ดอายุได้ 74 ปี มีลูก 5 คน ลูกชาย 2 คน ลูกสาว 3 คน แต่ปัจจุบันได้สัญชาติไทยแล้วเพราะในยุคก่อน กฎหมายไทยระบุว่าคนต่างด้าว มีสิทธิ์ได้รับสัญชาติไทย ปัจจุบันเบอร์นาร์ดอาศัยอยู่ในย่านปิ่นเกล้า

ใกล้ ๆ กับกะบะถั่วของเขา มีชายวัยกลางคน และเด็กผู้หญิงวัยแรกรุ่นหน้าตาคมเข้ม ตามแบบชาวอินเดียยืนอยู่ข้าง ๆ จากการพูดคุยพบว่า ชายคนนี้มีชื่อว่า ‘บีนานา ยะตัว’ ลูกชายของเบอร์นาร์ดคนดัง เขาเปิดเผยกับทีมงานว่าปัจจุบัน ตนทำงานในบริษัทเอกชน และมีลูกสาว 2 คน ซึ่งตนทราบดีว่าพ่อเป็นคนดัง และมีสื่อหลายสื่อ นำเสนอเรื่องราวของเบอร์นาร์ด ปัจจุบันด้วยเหตุที่เข้าสู่วัยชราแล้ว ทำให้พ่อของเขาเดินได้ไม่สะดวกเหมือนก่อน จึงตั้งโต๊ะขายถั่วบริเวณรั้วท่าพระจันทร์ ไม่ได้เดินเร่ขายทั่วมหาลัยเหมือนแต่ก่อนแล้ว

ขณะที่ ‘มีนา’ หลานสาวของเบอร์นาร์ด ที่ขณะนี้กำลังศึกษาอยู่ที่โรงเรียนเบญจมราชาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดถึงว่า รู้สึกดีใจที่ปู่ของเธอเป็นที่รู้จัก ทั้งเพื่อน ๆ ยังจำได้ว่าปู่ของเธอเป็นคนดังของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะนานเท่าใด ลูกแม่โดมรุ่นเก่ายังคงมีความรู้สึกต่อเบอร์นาร์ดเหมือนสมาชิกในครอบครัวเป็นคนเก่าแก่ที่คุ้นหน้าคุ้นตา คล้ายกับว่าเขาเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของท่าพระจันทร์ก็ว่าได้..

ศาลสั่งคุก 1 เดือน หนุ่มขี่จยย.บนทางเท้า เฉี่ยวนร.หญิงล้มบาดเจ็บ

ศาลแขวงพระนครเหนือ สั่งจำคุก 1 เดือน หนุ่มส่งเอกสาร ขี่จักรยานยนต์บนทางเท้าชนนักเรียนหญิงได้รับบาดเจ็บ

รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ (23 ม.ค. 2562) ที่ศาลแขวงพระนครเหนือ ถ.รัชดาภิเษก  ผู้พิพากษาได้มีการพิจารณาในคดี  ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีศาลแขวง 2 (รัชดา) เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายภูวดล ศรีสำโรง อายุ 23 ปีเศษ อาชีพรับ-ส่งเอกสาร (แมสเซ็นเจอร์) ที่ขี่รถจักรยานยนต์ชนเด็กนักเรียนหญิง โรงเรียนบดินทรเดชา 3 บนทางเท้าได้รับบาดเจ็บ โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 26 พ.ย.61  ที่บริเวณป้ายรถเมล์ใกล้ปากซอยลาดพร้าว 69

ซึ่งการพิจารณาจากพยานและหลักฐานแล้วจึงตัดสินให้จำคุกนายภูวดล เป็นเวลา 2 เดือน ในฐษนความผิดขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัย หรือความเดือดร้อนของผู้อื่น ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบกฯ มาตรา 160 วรรคสาม แต่จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษจึงลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยเป็นเวลา 1 เดือน แต่ไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน จึงให้เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นโทษกักขังเป็นเวลา 1 เดือน (กักขังในสถานที่กักขัง ซึ่งไม่ใช่เรือนจำ)

อย่างไรก็ดีหลังศาลมีคำพิพากษาตัดสิน “นายภูวดล” จำเลย ก็ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ เพื่อขอปล่อยชั่วคราว ระหว่างจะอุทธรณ์คดีนี้ ซึ่งขณะนี้คำร้องอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล

รบ.แถลง หลัง พ.ร.ฎ.เลือกตั้งประกาศใช้ ขอปชช.ออกไปใช้สิทธิให้มากที่สุด

รัฐบาลออกแถลงการณ์ ขอให้ประชาชนออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งให้มากที่สุด ยันเลือกตั้งเกิดขึ้นกลางปีนี้

วันนี้ (23 ม.ค. 2562) สำนักนายกรัฐมนตรี ได้ออกประกาศภายหลังราชกิจจานุเบกษาได้ประกาศ พ.ร.ฎ.เลือกตั้ง 2562 ให้มีผลบังคับใช้ โดยระบุว่า  แถลงการณ์จากสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง “การเลือกตั้งทั่วไป”

ในวันนี้ (23 มกราคม) สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ได้นำพระราชกฤษำีกาให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป พ.ศ.2562 ประกาศในราชกิจจานุเบกษามีผลบังคับใช้แล้ว

ผลก็คือภายใน 5 วันนับแต่วันนี้  คณะกรรมการการ เลือกตั้ง จะได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษากาหนดวันเลือกตั้ง  วันรับสมัครเลือกตั้งแบบแบ่ง เขต จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่ง เขตที่แต่ละจังหวัดจะพึงมี จำนวนเขตเลือกตั้งของแต่ละจังหวัด และสถานที่ที่พรรคการเมืองจะส่งบัญชีรายชื่อผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อ

ทั้งนี้เป็นไปตามมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการ เลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 นอกจาก นั้นวิธีการหาเสียงเลือกตั้งตลอดจนระยะเวลา ในการคำนวณค่าใช้จ่ายในการ เลือกตั้งจะต้อง ปฏิบัติและเริมนับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปตามมาตรา 173 ซึ่งก็น่า จะเป็นการยุติความลังเลสงสัยได้ว่า จะมีการเลือกตั้งหรือไม่ และเมื่อใด

การกำหนดวันเลือกตั้งเป็นอำนาจของคณะกรรมการการเลือกตั้ง แต่การประสานงานระหว่างรัฐบาลกับคณะกรรมการการ เลือกตั้งเป็นหน้าที่ของรัฐบาลซึ่งเท่าที่ผ่านมาได้ประสานเพียงเท่าที่จำเป็นต่อการแจ้งข้อมูลให้คณะกรรมการการเลือกตั้งทราบถึงกำหนดการ และกิจกรรมต่าง ๆ เกี่ยวกับการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

ทั้งที่จะมีขึ้นก่อน ระหว่างพระราชพิธี และภายหลังพระราชพิธีเพื่อไม่ให้กิจกรรมเกี่ยวกับการเลือกตั้งที่จะต้องดำเนินการภายหลังวันเลือกตั้ง ซึ่งบางเรื่องสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสมอยู่แล้วไปทับซ้อนหรือเสียงต่อการทับซ้อนกับกำหนดการพระราชพิธีดังกล่าวหรือพระราชพิธีประจำปีในเรื่องอื่น ๆ เช่น

พระราชพิธีสงกรานต์ พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลวิสาขบูชา ตลอดจนเพื่อให้ทุกฝ่ายได้รับรู้เพื่อจะได้ช่วยกันรักษาบรรยากาศ ในระหว่างนั้นมิให้เกิดความสับสน ความขัดแย้งหรือเสียความตั้งใจดีและการมีจิตอาสาสาธารณะเพราะประชาชนทั่วไปกำลังปลื้มปีติยินดีมีสมานฉันท์

ในอันที่จะได้มี โอกาสร่วมในเหตุการณ์ประวัติศาสตร์อันหาได้ยากอีกครั้งหนึ่ง นับแต่ พระราชพิธีบรมราชาภิเษกพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เมื่อ พ.ศ. 2493 เป็นต้นมา

รัฐบาลเชื่อว่า วันเลือกตั้งที่คณะกรรมการการเลือกตั้งจะกำหนดขึ้นนี้จะไม่กระชั้นชิดเกินควรจนกระทบต่อระยะเวลาหาเสียงเลือกตั้งของพรรคการเมืองและผู้สมัคร และไม่ทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบระหว่างผู้ใด ทั้งจะไม่ช้าเกินควรจนเกิด ความเดือดร้อนเสียหายแก่ประเทศชาติและประชาชน

เพราะถึง อย่างไรก็ ไม่ยาวนานกว่า 150 วันนับจากวันที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มีผลใช้บังคับอยู่แล้วซึ่งหมายความว่าการมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและรัฐบาลชุดใหม่ภายใต้การปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็น ประมุขจะเกิดขึ้นในราวกลางปีนี้อันเป็นไปตามกำหนดการที่วางไว้เมื่อหลายเดือนก่อน

รัฐบาลขอให้ประชาชนข่วยกันรักษาบรรยากาศความ สงบเรียบร้อยและความสามัคคีปรองดองดังที่ปรากฏตลอดระยะเวลา 4 ปีเศษที่ผ่านมาให้ยั่งยืนต่อไปจนผ่านห้นการเลือกตั้งและการจัดพระราชพิธีบรมราชาภิเษกเพื่อความเป็นสวัสดิมงคลแก่บ้านเมืองและเป็นที่ชื่นชมยินดีของนานาชาติการหาเสียงเลือกตั้ง

การชี้แจงนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนย่อมทำได้ตามวิถีทาง ประชาธิปไตยเพื่อนำเสนอสิ่งที่ดีที่สุดและเป็นไปได้จริงแก่ ประชาชน แต่ความขัดแย้ง ข้อพิพาทบาดหมางจนนำไปสู่วิกฤติของบ้านเมืองดังในอดีต ไม่ควรจะย้อนกลับมาหลอกหลอนเราอีก

ขณะเดียวกันขอให้พี่น้องประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งช่วยกันออกไปใช้สิทธิให้มากที่สุดให้สมกับที่รอคอย โดยขอให้มีความรู้เท่าทันผู้สมัคร และมีความเข้าใจ วิธีการเลือกตั้งแบบใหม่ ซึ่งแตกต่างไปจากเดิม รัฐบาลหวัง ว่าคณะกรรมการการเลือกตั้งและทุกฝ่ายจะช่วยกันใช้ระยะเวลาที่มีอยู่บแตปไปสร้างความรับรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องในเรื่องเล่านี้แก่ประชาชนเพื่อ ให้การเลือกตั้งครั้งแรกนี้เป็นไปอย่างเรียบร้อย บริสุทธิ์และยุติธรรมสมตามความมุ่งประสงค์ของพวกเราทุกคน

สำนักนายกรัฐมนตรี
23 มกราคม 2562