เพจตร. แนะวิธีทำอย่างไร หากโดนโกงบัตรคอนเสิร์ต-บัตรคอนเสิร์ตปลอม

วันนี้ (19 ก.พ. 62) เฟซบุ๊กเพจ ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ – ศปอส.ตร. ได้โพสต์ข้อมูลรายละเอียดหากเจอบัตรคอนเสิร์ตปลอม หรือโดนโกงบัตรคอนเสิร์ต ต้องทำอย่างไร และรู้เท่าทันคนร้าย ควรระมัดระวังพฤติกรรมการโกงบัตรคอนเสิร์ต ซึ่งทางกองปราบปราม ได้ให้คำแนะนำดังนี้

1. พฤติการณ์ของคนร้าย

มักจะแฝงตัวเข้าไปในกลุ่มของแฟนคลับศิลปินที่กำลังจะจัดคอนเสิร์ต ผ่านทาง เฟซบุ๊กแฟนเพจ ทวิตเตอร์ เพื่อดูว่ามีใครต้องการซื้อบัตรคอนเสิร์ตหรือไม่ หากคนร้ายพบว่ามีผู้ที่ต้องการบัตร ก็จะทักแชทส่วนตัวไปหา โดยคนร้ายจะสร้างความหน้าเชื่อถือ ด้วยการส่งรูปบัตรประชาชนมาให้ก่อน (แน่นอน!! เป็นบัตรของใครก็ไม่รู้ที่คนร้ายเอามาใช้เพื่อปิดบังตัวตน) จากนั้นเมื่อพูดคุยกันจนเกิดความเชื่อใจ คนร้ายจะให้ผู้ที่ต้องการบัตร โอนเงินไปก่อน โดยการโอนเงิน อาจจะเป็นการโอนผ่านบัญชีธนาคารธรรมดา (ที่ชื่อบัญชีเจ้าของบัญชี เป็นใครก็ไม่รู้ที่ไม่ใช้คนร้าย) หรืออีกวิธีที่เป็นที่นิยม คือ การโอนผ่าน กระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ หรือ E Wallet เพื่อให้ยากต่อการที่จะรู้ว่าเงินถูกโอนไปที่ใด และเมื่อผู้ที่ต้องการซื้อบัตรโอนเงินไป คนร้ายก็จะหายตัวไปในทันที ตอนนั้นถึงจะเริ่มรู้ตัวว่า “ถูกหลอกแล้ว”

2.หากท่านกำลังมองหาบัตรคอนเสิร์ตอยู่ ขอให้ท่านใช้ความระมัดระวังให้มาก

การซื้อบัตรคอนเสิร์ตผ่านทางออนไลน์ ท่านควรตรวจสอบให้มั่นใจ ว่า คนที่ท่านติดต่อขอซื้อบัตรคอนเสิร์ตนั้นมีตัวตนอยู่จริง (แค่แสดงรูปบัตรประชาชนนั้น ไม่เพียงพอ) ท่านอาจจะใช้การพูดคุยผ่าน “วิดีโอคอล” เพื่อตรวจสอบว่า คนที่เสนอขายบัตรคอนเสิร์ตเป็นบุคคลคนเดียวกับคนในบัตรประชาชนที่ส่งมาให้หรือไม่ นี้ก็เป็นหนึ่งวิธีที่สามารถตรวจสอบได้

3.หากท่านใดที่ตกเป็นผู้เสียหายจากการถูกโกงขายบัตรคอนเสิร์ต หรือ บัตรคอนเสิร์ตปลอม เรียบร้อยแล้ว สามารถดำเนินการแจ้งความร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจได้โดย

รวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวกับการโอนเงิน การพูดคุย รูปบัตรประชาชน(ถ้ามี) เพื่อมอบให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ จากนั้นดำเนินการแจ้งความดำเนินคดี ที่สถานีตำรวจ ทางตำรวจจะออกใบแจ้งความมาให้คุณ ให้ทำการดำเนินเอกสารแจ้งความไปให้ธนาคารที่โอนเงิน เพื่ออายัดบัญชีธนาคารที่คนร้ายใช้ และประสานยังบริษัทผู้ให้บริการ E Wallet เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลของคนร้าย เพื่อจะติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

…………………………………….

ขอบคุณเพจ กองปราบปราม , ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ – ศปอส.ตร.

สมเด็จพระสังฆราช ประทานพระคติธรรม ‘วันมาฆบูชา’ ชาวพุทธแท้ อยู่ที่ศึกษาพระธรรม

สมเด็จพระสังฆราช ประทานพระคติธรรม วันมาฆบูชา ขอชาวพุทธศึกษา “พระสัทธรรม” บรรลุความงอกงาม

เนื่องในดิถีมาฆบูชา วันอังคาร ที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒ เจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประทานพระคติธรรม ความว่า

“ดิถีมาฆบูชาได้เวียนมาบรรจบอีกคำรบหนึ่งแล้ว พุทธศาสนิกชนต่างทราบกันดีว่า ในดิถีเพ็ญเดือน ๓ เช่นนี้ เป็นวันคล้ายวันที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงโอวาทปาติโมกข์ ประทานแก่พระสาวก ๑,๒๕๐ รูป ซึ่งล้วนอุปสมบทโดยวิธีเอหิภิกขุและเป็นพระอรหันต์

ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงริเริ่มให้มีวันมาฆบูชาขึ้นในประเทศไทย ก็เพื่อให้พุทธบริษัทร่วมกันบูชาพระรัตนตรัยเป็นกรณีพิเศษ และน้อมรำลึกถึงพระธรรม ที่พระศาสดาทรงพระมหากรุณาประทานไว้เป็นหัวใจของพระพุทธศาสนา ได้แก่ ๑. การไม่ทำบาปทั้งปวง ๒. การบำเพ็ญกุศลให้ถึงพร้อม และ ๓. การชำระจิตใจให้สะอาดบริสุทธิ์จากกิเลสเครื่องเศร้าหมอง

การได้ชื่อว่าเป็นชาวพุทธที่แท้นั้น มิได้อยู่ที่การขึ้นทะเบียนหรือการป่าวประกาศ หากอยู่ที่การศึกษาพระธรรมคำสั่งสอน ด้วยวิธีการฟังหรือการอ่าน เปรียบเสมือนการศึกษาแผนที่นำทางให้รอบคอบชัดเจน จะได้ไม่หลงทางและไม่เสียเวลา การศึกษาพระธรรมในระดับนี้เรียกว่า ’ปริยัติธรรม’ ซึ่งจำเป็นยิ่งสำหรับพุทธบริษัท ในฐานะที่เป็น ‘สาวก’ ซึ่งแปลว่าผู้ฟัง ย่อมไม่ใช่ผู้คิดเองตรัสรู้เอง แต่ต้องวางตนเป็นผู้ฟังที่ดีของพระศาสดา

การศึกษาที่ดีจักช่วยป้องกันไม่ให้หลงใหลไปเป็นมิจฉาทิฐิ ไม่นับถือหรือเชื่อสิ่งผิดๆ เพราะมีพระพุทธธรรมเป็นเครื่องสกัดกั้นความตกต่ำ และคอยชี้หนทางที่ถูกต้องให้อยู่ตลอดเวลา

ครั้นศึกษาพระธรรมในระดับการฟังจนเจนจบแล้ว คุณภาพของจิตใจย่อมยกระดับไปสู่การปฏิบัติ ที่เรียกว่า ‘ปฏิบัติธรรม’ เป็นสติสัมปชัญญะที่สามารถเข้าถึงเฉพาะสภาพธรรมที่ปรากฏ จนปราศจากความยึดมั่นถือมั่นว่านั้นเป็นเรา นี้เป็นของเรา น้อมนำเข้าไปถึง ‘ปฏิเวธธรรม’ คือการบรรลุมรรค ผล นิพพานได้ในที่สุด

วันมาฆบูชาอันเป็นวันประกาศหัวใจพระศาสนา จึงเป็นโอกาสที่ชาวพุทธพึงปฏิญาณตนว่าจะหันมาศึกษาพระธรรมอย่างจริงจัง มิใช่เพียงในระดับพิธีกรรมหรือโดยผิวเผิน เพื่อให้เกิดสติปัญญา สามารถอำนวยความร่มเย็นมาสู่ชีวิตและสังคมส่วนรวมได้สมความมุ่งมาดปรารถนา

ขอพระสัทธรรมของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจงดำรงมั่นคงอยู่ในโลกนี้ตลอดกาลนาน และขอพุทธบริษัททั้งหลายจงพร้อมเพรียงกันศึกษาพระสัทธรรมนั้น เพื่อบรรลุถึงความงอกงามไพบูลย์ยิ่งๆ ขึ้นสืบไป เทอญ.”

กรมควบคุมมลพิษ ไม่นิ่งนอนใจ แก้ปัญหาต่อเนื่อง แม้ฝุ่น PM2.5 ลดลง

 นายประลอง ดำรงไทย อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ย้ำไม่นิ่งนอนใจ แม้ปริมาณฝุ่น PM2.5 ลดลง

วันที่ 19 ก.พ. 62 นายประลอง ดำรงไทย อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ เปิดเผยถึงสถานการณ์ปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ที่ลดลงและมีแนวโน้มดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ว่า ปริมาณฝุ่นทั้ง PM2.5 และ PM10 ลดลงอย่างต่อเนื่อง สาเหตุหลักเป็นเรื่องของสภาพอากาศ เนื่องจากเมื่อเข้าสู่ฤดูหนาว มวลความกดอากาศสูงจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุม ทำให้อากาศมีลักษณะคล้ายฝาครอบกดทับอยู่ ฝุ่น PM2.5 ที่เกิดขึ้นทุกวันจึงสะสม ซึ่งเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงเดือนธันวาคม 2561 และเริ่มเบาบางลงช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2562 ตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศว่าประเทศไทยจะเข้าสู่ฤดูร้อนในวันที่ 21 ก.พ.62 จะทำให้สภาพอากาศกลับมาเป็นปกติ ลักษณะอากาศที่กดทับอยู่ก็จะหายไป ซึ่งปัญหาฝุ่นละอองนี้จะเกิดขึ้นทุกปีตามฤดูกาล

ทั้งนี้ แม้สถานการณ์ PM2.5 จะดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่กรมควบคุมมลพิษจะยังคงดำเนินมาตรการแก้ไขต่อไปจนกว่าสถานการณ์จะกลับสู่ภาวะปกติ ขณะเดียวกันก็จะดำเนินมาตรการแก้ไขระยะกลางและระยะยาว โดยแบ่งออกไป 2 ช่วง คือ ระยะกลางตั้งแต่ปี 2562 – 2564 และระยะยาวไปจนถึงปี 2566 ซึ่งจะมีการปรับมาตรฐานคุณภาพน้ำมันเป็นยูโร 5 ปรับการใช้รถยนต์ที่มีคุณภาพมากขึ้น พัฒนาระบบขนส่งมวลชน ควบคุมโรงงานอุตสาหกรรม และงดการเผาในที่โล่งแจ้ง เชื่อว่าปัญหาที่จะเกิดขึ้นในปีหน้า ด้วยความร่วมมือกันจากทุกภาคส่วน จะสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้ดีขึ้น

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 ประจำวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562 ปริมาณ PM2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง ลดลงจากเมื่อวานเล็กน้อย ปริมาณฝุ่นละอองยังคงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน (50 มคก./ลบ.ม.) ทุกพื้นที่ คุณภาพอากาศอยู่ในระดับดีถึงดีมาก