นักวิชาการ ชี้ ‘เพลงหนักแผ่นดิน’ ใช้ในการขับไล่ ฆ่าศัตรู สะท้อนกระแสขวาจัดในสังคมไทย

นักวิชาการประวัติศาสตร์ ชี้ ‘เพลงหนักแผ่นดิน’ ใช้ในการขับไล่ ฆ่าศัตรู สะท้อนกระแสขวาจัดในสังคมไทย วิธีที่ไล่คนไปฟังแบบนี้ เป็นวิธีเล่นการเมืองแบบสร้างให้เกิดศัตรู 

จากกรณีที่ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก ได้มีการให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวช่วงหนึ่ง ทำนองไล่ให้พรรคการเมืองที่ชูนโยบายลดงบประมาณทหาร และยกเลิกการเกณฑ์ทหาร ไปฟังเพลงหนักแผ่นดิน จนเกิดเป็นกระแสที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง

ทั้งนี้ ผศ.พิพัฒน์ กระแจะจันทร์ อาจารย์ประจำวิชาประวัติศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ ได้โพสต์ขอความแสดงความคิดเห็นถึงเรื่องดังกล่าว ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Pipad Krajaejun ว่า….

ต่อมา หลังจากถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ได้มีการแสะข่าวว่า สั่งงดเปิดเป็นทีเรียบร้อย ผศ.พิพัฒน์ จึงโพสต์ต่อว่า “การสั่งให้เปิดเพลงหนักแผ่นดิน และเพียงแค่ข้ามวันก็สั่งงดนั้น สะท้อนชัดถึงการขาดขันติและความไม่รอบคอบของ ผบ. ซึ่งความไม่รอบคอบนี้อาจนำไปสู่การปลุกอารมณ์จนกลายเป็นสงครามกลางเมืองได้อีก ทำไมเราถึงได้มีทหารที่ขาดคุณสมบัติข้างต้นและขาดความเข้าใจต่อประวัติศาสตร์ อาจเป็นเพราะพวกเขาสนใจแต่ประวัติศาสตร์การรบไทยพม่าเท่านั้น”

เลือกตั้ง 62 : นายกฯ เตือน อย่าหาเสียงสนุกปาก ตัดงบกลาโหม-เลิกเกณฑ์ทหาร

นายกรัฐมนตรีเตือนนักการเมือง อย่าหาเสียงสนุกปาก กรณีเสนอยกเลิกการเกณฑ์ทหารและตัดลดงบประมาณของกระทรวงกลาโหม เพราะการเกณฑ์ทหารถือเป็นหน้าที่ของชายไทยตามรัฐธรรมนูญ รวมทั้งการจัดซื้ออาวุธเพื่อทดแทนของเก่าที่ชำรุด

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวถึงกรณีพรรคการเมืองประกาศนโยบายหาเสียงยกเลิกการเกณฑ์ทหาร และตัดลดงบประมาณของกระทรวงกลาโหม 10 เปอร์เซ็น ว่า การเกณฑ์ทหารถือเป็นหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ มีหลักเกณฑ์ในการคัดเลือกอย่างพอเพียงไม่ใช่ว่าคนไทยทุกคนทั้งหมดต้องมาเป็นทหาร

พร้อมตั้งคำถามว่าจะมั่นใจได้อย่างไรว่าในอนาคตจะไม่เกิดสงครามขึ้นอีกเพราะสงครามมักเริ่มต้นจากความขัดแย้งเพียงเล็กน้อยและมีการใช้อาวุธเหมือนในอดีตที่ผ่านมา พร้อมยืนยันว่าการมีพลทหารเพื่อเข้าไปทำหน้าที่ตาม กรม กอง ต่างๆ เตรียมพร้อมกับการทำสงครามเท่านั้น ไม่ใช่มีไว้ต่อต้านการเมือง เพราะหน้าที่ของทหารและกระทรวงกลาโหมมีหน้าที่ปฎิบัติตามคำสั่งรัฐบาลที่สั่งการอย่างถูกต้อง

ส่วนการเพิ่มงบประมาณของกระทรวงกลาโหมนั้น เพราะนำไปใช้ในการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ที่ชำรุด ไม่สามารถซ่อมแซมได้ เพื่อให้กองทัพมีศักยภาพเท่าเทียมกับต่างประเทศในการฝึกร่วมกัน และในทุกกระทรวงมีหลักการสำหรับการเพิ่มงบประมาณอยู่แล้ว ดังนั้นการจะหาเสียงอย่าทำเพียงสนุกปาก หากวันหน้าเกิดอะไรขึ้นมาต้องรับผิดชอบ

พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรลงกลาโหม /พลเอกอภิรัช คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก บอกให้นักการเมืองที่เสนอยกเลิกทหารเกณฑ์และตัดลดงบประมาณกระทรวงกลาโหมไปฟัง“หนักแผ่นดิน” หลังถูกถามกรณียกเลิกเกณฑ์ทหารและตัดงบงบประมาณของกระทรวงกลาโหม ส่งผลให้ แฮชแท็ก หนักแผ่นดิน ขึ้นอันดับ 1 ทวิตเตอร์เมื่อวานที่ผ่านมา และมีนักการเมืองหลานพรรคออกมาวิจารณ์ผูบัญชาการทหารบกในประเด็นดังกล่าว

ด้านคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย ได้เคลื่อนไหวผ่านโซเชียลด้วยการโพสต์ข้อความใน facebook ส่วนตัว ว่า เป็นห่วงท่าทีของผู้บัญชาการทหารบกที่อ่อนน้อมกับแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีที่มาจากการรัฐบาลประหาร แต่แข็งกร้าวกับคนที่เสนอเป็นตัวแทนประชาชนตามครรลองประชาธิปไตย

โดยสถานะผู้บัญชาการทหารบกควรวางตัวเป็นกลางทางการเมือง หรือจะต้องเพิ่มงบประมาณให้กระทรวงกลาโหมจึงจะเป็นคนไม่หนักแผ่นดินในสายตาผู้บัญชาการทหารบก พร้อมชี้แจงนโยบายการยกเลิกเกณฑ์ทหาร และปรับลดงบประมาณกระทรวงกลาโหม ว่า พรรคเพื่อไทยขอปรับลดงบประมาณ เพียงร้อยละ 10 หรือประมาณ 20,000 ล้าน จากงบประมาณสองแสนล้านบาท ซึ่งไม่กระทบ กับสวัสดิการและชีวิตข้าราชการ แต่จะนำเงินดังกล่าวมาช่วยคนรุ่นใหม่และประชาชน

หนุ่มโพสต์ด่าตำรวจหยาบคาย ทำคนเข้าใจผิดคิดว่ารับเงิน สุดท้ายโดนดำเนินคดี

จากกรณีที่ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “น้ำแข็งใส ใส่ลูกชิด” ได้โพสต์ข้อความพร้อมรูปภาพวิจารณ์การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หัวหิน และมีการแชร์บนโลกโซเชียลตามเพจต่างๆ ในช่วงที่ผ่านมานั้น ล่าสุด (19 ก.พ. 62) มีรายงานว่า เฟซบุ๊ก ศูนย์โซเชียลมีเดีย ศปก.ตร. ได้ประสานไปยัง สภ.หัวหิน เพื่อสอบถามถึงกรณีดังกล่าว ได้รับการชี้แจงดังนี้

เมื่อวันที่ 18 ก.พ. 62 ร.ต.อ.วรวิช สะอาดนัก รอง สว.สส.ฯ ช่วย รอง สว.จร.ฯ หห.613 ร้อยเวร 60 พร้อมจราจรรวม 7 นาย ได้ร่วมกัน ตั้งจุดกวดขันวินัยจราจร บริเวณหน้าโรงเรียนหัวหินวิทยาลัย (ล่องใต้) ถ.เพชรเกษม ต.หัวหิน อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ตั้งแต่เวลา 10.00 – 12.00 น. ได้กวดขันวินัยจราจรของผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ที่ไม่สวมหมวกนิรภัยตามโครงการ “เมืองหัวหินปลอดภัยสวมหมวกนิรภัย 100% ” ซึ่งผู้บังคับบัญชาได้ร่วมกับเทศบาลเมืองหัวหิน ส่วนราชการอื่น และภาคเอกชนในพื้นที่อำเภอหัวหิน

กระทั่งเวลา 11.16 น. นายทศพร (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 20 ปี ถูกจับในข้อหา “ไม่มีใบอนุญาตขับขี่ขณะขับขี่” โดย นายทศพร ได้นำโทรศัพท์ของตนเองขึ้นมาบันทึกภาพเจ้าหน้าที่ตำรวจขณะปฏิบัติหน้าที่ในขณะนั้นไว้ ร.ต.อ.วรวิช สะอาดนัก ร้อยเวร 60 ผู้ควบคุมการปฎิบัติได้พบเห็นจึงเดินเข้าไปแจ้งให้นายทศพร ที่กำลังบันทึกภาพว่า “หากนำภาพถ่ายไปเผยแพร่ทางสื่อออนไลน์ โดยใช้ข้อความที่ไม่เหมาะสม จะมีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์” แต่นายทศพร ได้แสดงอาการไม่พอใจที่ถูกว่ากล่าวตักเตือน

ต่อมา เวลา 12.00 น. ของวันเดียวกัน ได้พบเห็นข้อความในเฟซบุ๊กชื่อเพจ ควาย+Social Smile ปรากฏชื่อเฟซบุ๊ก “น้ำแข็งใส ใส่ลูกชิด” ได้นำภาพถ่ายเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรขณะปฏิบัติหน้าที่ ไปโพสต์ข้อความที่ทำให้เกิดความเสื่อมเสียต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติและต่อตัวเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในขณะนั้น

ทั้งนี้ ด.ต.สุมิตต์ ศิลาประจวบ ผบ.หมู่.(จร.) สภ.หัวหิน และ ด.ต.ประจักษ์ ชุนเกษา ผบ.หมู่.(จร.) สภ.หัวหิน ผู้ปรากฏในภาพถ่ายดังกล่าว จึงได้เข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.หัวหิน แจ้งความดำเนินคดีกับนายทศพล เจ้าของเฟซบุ๊ก “น้ำแข็งใส ใส่ลูกชิด” ผู้นำข้อมูลไปโพสต์เพื่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อไป

อนึ่ง การกวดขันวินัยจราจรของ สภ.หัวหิน เพื่อให้ผู้ขับขี่ปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย อีกทั้งเพื่อเป็นการลดอุบัติเหตุและสร้างจิตสำนึกในการขับขี่ปลอดภัยทั้งตนเองและผู้อื่น