เลือกตั้ง 62 : ‘เสรีพิสุทธ์’ ร้อง กกต.ยุบพรรคพลังประชารัฐ ขู่ช้าโดน ม.157

พล.ต.อ.เสรีพิสุทธ์ ยื่นคำร้องให้ กกต.ยุบพรรคพลังประชารัฐ หลังเสนอให้คนยึดอำนาจ มาเป็นนายกรัฐมนตรี

วันนี้ ( 18 ก.พ. 62) ที่ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ถนนแจ้งวัฒนะ จ. นนทบุรี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย เดินทางมา ยื่นฟ้องพรรคพลังประชารัฐ ในกรณีที่พรรคพลังประชารัฐ เสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นแคนดิเดต นายกรัฐมนตรีของพรรค เนื่องจากการเข้ามาบริหารประเทศของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่ง ชาติ (คสช.) เป็นการยึดอำนาจ จากบุคคลอื่น อีกทั้งยังมีการยกเลิกรัฐธรรมนูญปี 2550 เป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครอง “ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข”

โดย พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวว่า พรรคพลังประชารัฐ ไปเสนอให้คนยึดอำนาจ มาเป็นนายกรัฐมนตรีของพรรค ก็น่าจะต้องถูกดำเนินคดีในข้อหาเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตย ด้วยชัดยิ่งกว่ากรณีพรรคไทยรักษาชาติ กรณีของพรรคไทยรักษาชาติ 3 วันทำเสร็จ ถ้าผมยื่นจะทำหรือไม่ ข้อหาเดียวกันด้วย ถ้าไม่ทำ ก็จะดำเนินคดี กกต.ในข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ในมาตรา 157 และ พล.อ.ประยุทธ์ ยังเป็นหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นนายกฯ เป็นนู้นเป็นนี่ เป็นอะไรต่างๆ ผิดรัฐธรรมนูญหรือไม่ แต่เอาประเด็นที่เทียบเคียงกับพรรคไทยรักษาชาติ อยากถามว่า พล.อ.ประยุทธ์ คุณยึดอำนาจเขามา ถึงแม้ว่าคุณจะได้รับพระราชทานอภัยโทษ เรื่องกบฏก็ว่าไป แต่พฤติกรรมที่คุณยึดอำนาจเข้ามา เป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยหรือไม่

บิ๊กแดง ไล่พรรคการเมืองไปฟัง เพลงหนักแผ่นดิน หลังชูนโยบายตัดงบ-เลิกเกณฑ์ทหาร

ผู้บัญชาการทหารบก ไล่ไปฟังเพลงหนักแผ่นดิน หลังหลายพรรคการเมือง ชูนโยบายตัดงบประมาณกระทรวงกลาโหม ยกเลิกการเกณฑ์ทหาร โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทย

พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะรองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (รอง ผอ.กอ.รมน.) เป็นประธานพิธีวันคล้ายวันสถาปนา กอ.รมน.ครบรอบ 11 ปี ประจำปี 2562 เพื่อระลึกถึงความสำคัญและเกิดความภาคภูมิใจในเกียรติประวัติความเป็นมา รวมทั้งเพื่อความเป็นสิริมงคลต่อองค์กร โดยมีผู้แทนผู้บัญชาการเหล่าทัพ คณะกรรมการอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ผู้แทนจากส่วนราชการ ผู้บังคับบัญชาของ กอ.รมน. ข้าราชการ กอ.รมน. และมวลชน กอ.รมน.

ทั้งนี้ ภายหลังจบพิธี ผู้สื่อข่าวได้พยายามสอบถาม พล.อ.อภิรัชต์ ถึงดูแลสถานการณ์ทางการเมืองในช่วงหาเสียงขณะนี้ โดย พล.อ.อภิรัชต์ ได้ย้อนถามกลับว่า “เพลงอะไรที่กำลังฮิตตอนนี้ ก็เพลงหนักแผ่นดิน”

ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวได้พยายามสอบถามต่อถึงกรณีที่คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย และ 1 ในแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี กล่าวปราศรัยเสนอนโยบายตัดงบกลาโหม 10% และยกเลิกการเกณฑ์ทหาร แต่ พล.อ.อภิรัชต์ ยังคงย้ำให้ไปฟังเพลงหนักแผ่นดิน

สำหรับเพลงหนักแผ่นดิน เป็นเพลงที่แต่งเมื่อ พ.ศ. 2518 ใช้เปิดออกอากาศทางสถานีวิทยุ จ.ส. กรมการสื่อสารทหารบก กองทัพบก ในการต่อสู้ทางการเมืองกับขบวนการคอมมิวนิสต์ ในช่วง พ.ศ. 2518-2523 ประพันธ์คำร้องโดย พ.อ.บุญส่ง หักฤทธิ์ศึก และขับร้องโดย ส.อ.อุบล คงสิน และ ศิริจันทร์ อิศรางกูร ณ อยุธยา กระทั่งต่อมาใน พ.ศ. 2520 ชื่อเพลงนี้นำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ชื่อ “หนักแผ่นดิน”

โดยมีเนื้อหาคือ

คนใดใช้ชื่อไทยอยู่ กายก็ดูเหมือนไทยด้วยกัน

ได้อาศัยโพธิ์ทองแผ่นดินของราชันย์ แต่ใจมันยังเฝ้าคิดทำลาย

คนใดเห็นไทยเป็นทาส ดูถูกชาติเชื้อชนถิ่นไทย

แต่ยังฝังทำกิน กอบโกยสินไทยไป เหยียดคนไทยเป็นทาสของมัน

หนักแผ่นดิน หนักแผ่นดิน คนเช่นนี้เป็นคนหนักแผ่นดิน (หนักแผ่นดิน!)

หนักแผ่นดิน หนักแผ่นดิน คนเช่นนี้เป็นคนหนักแผ่นดิน (หนักแผ่นดิน!)

คนใดยุยงปลุกปั่น ไทยด้วยกันหวังให้แตกกระจาย

ปลุกระดมมวลชนให้สับสนวุ่นวาย เพื่อคนไทยแบ่งฝ่ายรบกันเอง

คนใดหลงชมชาติอื่น ชาติเดียวกันเขายืนข่มเหง

ได้สินทรัพย์เจือจานก็ประหารไทยกันเอง ทีชาติอื่นเกรงดังญาติของมัน

คนใดขายตนขายชาติ ได้โอกาสชี้ทางให้ศัตรู

เข้าทลายพลังไทยให้สลายทางสู้ เมื่อศัตรูโจมจู่เสียทีมัน

คนใดคิดร้ายราวี ประเพณีของไทยไม่ต้องการ

เกื้อหนุนอคติ เชื่อลัทธิอันธพาล แพร่นำมันมาบ้านเมืองเรา

ก.เกษตรฯ ชี้แบนพาราควอต เป็นอำนาจคณะกรรมการวัตถุอันตราย

ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ชี้มติการจำกัดใช้สารเคมี 3 ชนิดเป็นดุลพินิจของคณะกรรมการวัตถุอันตราย ซึ่งประกอบด้วยกรรมการจำนวน 29 ท่าน โดยระบุมีตัวแทนจากกระทรวงเกษตรเพียง 5 อธิบดีเท่านั้น

นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ระบุ มติคณะกรรมการวัตถุอันตรายที่ให้ใช้สารเคมีกำจัดวัชพืชพาราควอตต่อไปได้โดยจำกัดการใช้นั้น เป็นดุลพินิจของคณะกรรมการฯ ไม่เกี่ยวข้องกับกระทรวงเกษตรฯ โดยคณะ กรรมการฯ มอบหมายให้กรมวิชาการเกษตรปฏิบัติตามแผนปฏิบัติการจำกัดการใช้อย่างเข้มงวด ยืนยัน ไม่ได้ใช้เล่ห์เหลี่ยมหรือกดดันการพิจารณาเพื่อยื้อการยกเลิกออกไป

โดยขณะนี้กระทรวงเกษตรฯ กำลังรอรับหนังสือมติการพิจารณาทบทวนการควบคุมสารพาราควอตอย่างเป็นทางการ แต่ทั้งนี้ได้รับรายงานว่า คกก. วัตถุอันตรายซึ่งมีรองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมเป็นประธานในการประชุมวันที่ 14 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เห็นชอบให้คงมติเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2561 ต่อไปที่ให้ใช้แนวทางจำกัดการใช้วัตถุอันตรายพาราควอต โดยมอบหมายให้กรมวิชาการเกษตรเร่งออกประกาศควบคุมการนำเข้า การใช้ และการจำหน่าย จัดทำแผนปฏิบัติการขยายการทำการเกษตรที่ดีที่เหมาะสม และ/หรือเกษตรอินทรีย์ให้ครอบคลุมทั้งประเทศภายใน 2 ปี และให้ร่วมกับภาคส่วนต่างๆ หานวัตกรรมในการกำจัดวัชพืชและศัตรูพืชให้ได้ภายใน 2 ปี เพื่อให้เกษตรกรปรับตัวลด ละ เลิกใช้วัตถุอันตรายดังกล่าว

กระทรวงเกษตรฯไม่สามารถยกเลิกหรือสั่งแบนการใช้สารเคมีทั้ง 3 ชนิดด้วยตนเอง ต้องให้มติของคณะกรรมการวัตถุอันตรายสั่งก่อน กระทรวงเกษตรฯจึงจะสั่งห้ามนำเข้าได้มิฉะนั้น ก็จะถูกฟ้องได้เช่นกันจึงขอให้ผู้คัดค้านได้ศึกษามติทั้งในการประชุมล่าสุดและมติเดิมอย่างละเอียด

ด้านนายกฤษฏา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้สั่งการด่วนที่สุดให้จำกัดการใช้สารเคมี 3 ชนิดทันที โดยเร่งให้ความรู้กับทุกส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งผู้จำหน่าย เกษตรกร ผู้ประกอบการ จัดตั้งคณะอำนวยการขับเคลื่อนการจำกัดการใช้สารเคมีระดับกระทรวง รายงานผลการดำเนินงานทุก 3 เดือน ให้กรมวิชาการ

จากการสำรวจสต๊อกสาร 3 ชนิดทั้งจาก ผู้นำเข้าและร้านจำหน่าย พบว่า ได้มีการกักตุนสารเคมีเหล่านี้ไว้เป็นจำนวนมาก จึงต้องตรวจสอบให้ชัดเจนเพื่อยืนยันให้ทุกคนมั่นใจ ในมาตรการลดการนำเข้า รวมทั้งให้เร่งจัดทำแผนขยายทำการเกษตรปลอดภัยตามมาตรฐาน GAP และเกษตรอินทรีย์ให้ครบ 149 ล้านไร่ ภายในเดือน 31 ธันวาคม 2563