เลือกตั้ง 62 : ‘เรืองไกร’ ทีมกฎหมายพรรค ทษช. ยื่น กกต. ยุบพรรคพลังประชารัฐ

“เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ” ทีมกฎหมายพรรคไทยรักษาชาติ ยื่นกกต. ยุบพรรคพลังประชารัฐ

วันนี้(18 ก.พ. 62 ) ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ถนนแจ้งวัฒนะ จ. นนทบุรี นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ทีมกฎหมายพรรคไทยรักษาชาติ ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ให้ยุบพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งมี 3 คำร้องอยู่ในข่ายที่ กกต.สามารถยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งยุบพรรคพลังประชารัฐ ได้แก่

1.ร้องเรียนเรื่อง ถ้า กกต.เห็นว่า บัญชีรายชื่อของพรรคไทยรักษาชาติเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตย ดังนั้น รายชื่อของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ยังดำรงตำแหน่งหัวหน้า คสช.ก็ต้องเป็นปฏิปักษ์เช่นเดียวกัน เพราะยังเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ และเป็นข้าราชการ

2.ร้องเรียนเรื่อง นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เป็นหัวหน้าพรรคโดยที่ยังไม่เป็นสมาชิกพรรค เพราะก่อนหน้านี้ ตั้งแต่วันที่ 19 ก.ย. 61 จนถึง 12 พ.ย. 61 นายอุตตมมีการลาราชการไปดำเนินการหาเสียง และจัดการเรื่องพรรคการเมือง เท่ากับว่าขณะนั้นยังไม่เป็นสมาชิกพรรค

3.กรณีโต๊ะจีนของพรรคพลังประชารัฐ เนื่องจาก กกต. อนุญาตให้แต่ละพรรคใช้จ่ายเงินไม่เกิน 35 ล้านบาท ส.ส. แต่ละคนใช้เงินไม่เกิน 1.5 ล้านบาท แต่พรรค พปชร.ระดมเงินถึง 650 ล้านบาท เท่ากับโต๊ะจีนโต๊ะละ 3 ล้านบาท ซึ่งขัดกับบทบัญญัติ มาตรา 20 วรรค 2 ที่ระบุว่า มิให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมในลักษณะแสวงหาผลกำไรมาแบ่งปันกัน สำหรับ 3 เรื่องที่จะร้องต่อ กกต. ถ้าตามมาตรา 92 การกระทำเช่นนี้ ก็เป็นเหตุให้ยุบพรรคพลังประชารัฐได้ ตนจึงจะเข้าไปร้องที่ กกต.

ธกส.เตรียมปล่อยสินเชื่อ ซื้อรถตัดอ้อย 6,000 ล้านบาท

ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส. เตรียมปล่อยสินเชื่อซื้อรถตัดอ้อยวงเงิน 6,000 ล้านบาท เพื่อนำไปให้บริการกับเกษตรกร ที่ประสบปัญหาขาดแคลนแรงงาน ช่วยลดการเผาอ้อยที่ทำให้เกิดปัญหาฝุ่น พีเอ็ม 2.5

นายอภิรมย์ สุขประเสริฐ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส. ระบุว่า กระทรวงการคลัง เตรียมเสนอมาตรการปล่อยสินเชื่อให้กับชาวไร่อ้อย ที่เป็นรูปแบบสหกรณ์การเกษตรหรือวิสาหกิจชุมชน วงเงิน 6,000 ล้านบาท เพื่อให้นำไปซื้อรถที่ใช้ในกระบวนการผลิต เช่น รถสางใบ รถคีบอ้อย และรถตัด ซึ่งรถเหล่านี้มีราคาค่อนข้างสูง คันละกว่า 10 ล้านบาท ซึ่งเกษตรกรส่วนใหญ่ไม่สามารถซื้อได้ จึงต้องซื้อผ่านกลุ่ม โดยเชื่อว่ามาตรการนี้ จะเป็นประโยชน์กับเกษตรกร ทำให้สามารถเข้าถึงการใช้เครื่องจักรมากขึ้น ช่วยแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงาน และลดการเผาไร่อ้อยที่ทำให้เกิดปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก พีเอ็ม 2.5

ทั้งนี้ การเผาอ้อย แม้จะทำให้เปอร์เซ็นต์น้ำตาลลดลง แต่เกษตรกรต้องเลือกใช้วิธีนี้ เพราะเข้าไม่ถึงเครื่องจักร และต้องเร่งเก็บเกี่ยวผลผลิตให้ทันเพื่อส่งโรงงานหีบอ้อย ซึ่งเกษตรกรแต่ละราย จะมีโควต้าและกำหนดส่งโรงงานหีบอ้อยที่ชัดเจน

สำหรับคุณสมบัติผู้กู้ จะต้องเป็น สหกรณ์การเกษตร หรือวิสาหกิจชุมชน มีโรงงานอ้อยเป็นผู้ค้ำประกัน สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ร้อยละ 4 ต่อปี โดยสหกรณ์จ่ายดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 2 และรัฐบาลสนับสนุนอีกร้อยละ 2 เป็นระยะเวลา 3 ปี

ฮือฮา! เจ้าหมูแสนรู้ใน จ.สุรินทร์ เดินตามพระสงฆ์บิณฑบาตร

ชาวบ้านในจังหวัดสุรินทร์ต่างฮือฮา หลังพบหมูแสนรู้ เดินตามพระสงฆ์ วัดเทพนิมิตร เพื่อไปบิณฑบาตทุกเช้า ไปกลับกว่า 4 กิโลเมตร

ชาวบ้าน บ้านโคกปืด ตำบลบ้านจารย์ อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ ต่างฮือฮา และเอ็นดูในความน่ารักของหมูป่าลูกผสมอายุประมาณ 6 เดือน ที่ชอบเดินตามพระสงฆ์ เพื่อออกบิณฑบาตรทุกเช้า อย่างใกล้ชิด ไป-กลับกว่า 4 กิโลเมตร จนกลายเป็นที่กล่าวถึงทั่วจังหวัด

พระนวล อินทะญาโน อายุ 51ปี รักษาการเจ้าอาวาสวัดเทพนิมิตร เปิดเผยว่า หมูป่าตัวนี้ชื่อ “เจ้าบุญรอด” หรือชาวบ้านจะเรียกว่า “เจ้าอู๊ด” เป็นหมูเพศผู้ ตัวสีดำ มีน้ำหนักประมาณ 100กิโลกรัม โดยเจ้าอาวาสได้ขอไถ่ชีวิตมาจากพ่อค้าที่กำลังจะเอาไปฆ่า ซึ่งตอนนั้นเจ้าบุญรอด มีขนาดตัวเล็ก แต่เมื่อเวลาผ่านไป 6 เดือน ตัวเริ่มใหญ่ขึ้น เพราะชอบกินผลไม้ เช่น กล้วย สามารถกินได้ทั้งหวี และชอบกินมาม่า ขณะที่ข้าวจะกินได้ไม่มากนัก

โดยทุก 6โมงเช้า จะออกบิณฑบาตพร้อมกับพระสงฆ์ในวัด ทั้งนี้เจ้าอาวาสยังบอกอีกว่า “บุญรอด” เป็นหมูเลี้ยงง่าย กินง่ายนอนง่าย ไม่ดื้อ เชื่อฟังพระและคนที่มาทำบุญ ถ้าวันใหนที่วัดมีงาน มันก็จะออกมาเดินรอบๆบริเวณวัด ชาวบ้านก็จะเข้าไปจับ และหยอกล้อเล่น สร้างความสุขให้กับทุกคนในหมู่บ้าน