ปิดตำนาน 77 ปี ‘ศึกษาภัณฑ์พาณิชย์’ ราชดำเนิน

บรรยากาศวันสุดท้าย ‘ศึกษาภัณฑ์พาณิชย์’ ราชดำเนิน คึกคัก หลังประกาศย้ายไปที่ราชบพิธ เหตุเพราะค่าเช่าแพง ไม่คุ้ม

วันนี้(15 ก.พ. 62) บรรยากาศวันสุดท้ายของการเลือกซื้อของในศึกษาภัณฑ์เป็นไปอย่างคึกคัก มีสินค้าลดราคาเริ่มต้น 10% ไปจนถึงสูงสุด 80% ซึ่งศึกษาภัณฑ์ได้ประกาศปิดตัวลงอย่างเป็นทางการในวันนี้ เหตุเพราะค่าเช่าแพง จึงยอมให้ถ่ายโอนบุคลากรซบ สกสค.และจากการประเมินพบว่าหากยังอยู่พื้นที่เดิม อาจไม่คุ้มค่ากับการลงทุน จึงย้ายร้านศึกษาภัณฑ์ สาขาถนนราชดำเนิน ไปอยู่ในที่ดินขององค์การค้าฯ แถวถนนราชบพิธแทน

โดยก่อนหน้านี้นายอรรถพล ตรึกตรอง ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) หาแนวทางแก้ไขปัญหาหนี้สินองค์การค้าโดยมีหนี้เร่งด่วนที่ต้องชำระ ประมาณ 1,300 ล้านบาท เฉพาะดอกเบี้ยเดือนละ 5 ล้านบาท และมีรายจ่ายเงินเดือนพนักงานเดือนละ 40 ล้านบาท จึงหารือร่วมกับผู้บริหารองค์การค้าของสกสค.

ก่อนจะได้ข้อสรุปว่าจะศึกษากฎหมายเพื่อทำแผนการถ่ายโอนพนักงานองค์การค้ามายังสกสค. นอกจากนี้มีแนวคิดจะยกเลิกสัญญากับร้านค้าตัวแทน 100 แห่ง เพื่อเปิดซื้อขายเสรีแทน ยุบร้านศึกษาภัณฑ์ที่ขาดทุนทั่วประเทศและสั่งสำรวจทรัพย์สิน ที่ดิน เพื่อขายลดหนี้

สำหรับประวัติร้านศึกษาภัณฑ์พาณิชย์ราชดำเนิน เป็นร้านค้าเล็กๆ 2 คูหา รวมอยู่กับร้านไทยภัตต์และร้านอัมพร สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ เลขที่ 69 อาคาร 9 ถนนราชดำเนินกลาง เปิดดำเนินการครั้งแรก พร้อมกับการเปิดถนนราชดำเนินกลางที่มีการปรับปรุงใหม่ ในวันที่ 24 มิถุนายน 2485รัฐบาลได้สร้างอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยและสร้างอาคารทันสมัยขึ้นเหมือนๆ กันทั้งสองฝั่งของถนนราชดำเนินกลาง เป็นร้านจำหน่ายสินค้าประเภทหนังสือเรียน เครื่องเขียน และอุปกรณ์การศึกษา ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ คือ พล.ท.ประยูร ภมรมนตรี เป็นผู้จัดการคนแรกและหลวงประเวศ วุฒิศึกษา เป็นผู้จัดการอีกท่านหนึ่ง

จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2487 กรมอาชีวศึกษายังมีโรงเรียนช่างพิมพ์วัดสังเวช ที่บางลำภูอีกแห่งหนึ่ง เพื่อทำการสอนวิชาช่างพิมพ์และพิมพ์หนังสือของราชการ การดำเนินกิจการไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร เพราะเป็นช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สอง คุรุสภาจึงได้รับโอนกิจการของทั้งสองแห่งนี้มา และเปลี่ยนชื่อโรงเรียนช่างพิมพ์วัดสังเวชวิศยาราม เป็นโรงพิมพ์คุรุสภา

ธุรกิจที่มีมาตั้งแต่เริ่มแรกอีกอย่างหนึ่ง และเป็นกิจการของร้านศึกษาภัณฑ์พาณิชย์คือ การตัดเสื้อผ้า เครื่องแบบนักเรียน ซึ่งเมื่อเริ่มต้นมีจักรอยู่เพียง 20 ตัว องค์การค้าฯ ได้ขยายกิจการไปเรื่อยๆ จนสามารถผลิตเครื่องแบบสำเร็จรูปนักเรียนในระบบงานอุตสาหกรรมได้และผลิตเครื่องแบบนักเรียนทุกประเภท รวมทั้งเครื่องแบบลูกเสือ อนุกาชาด และยังผลิตธงชาติ ธงต่างๆ ซึ่งโรงเรียนและหน่วยราชการต้องการ งานด้านนี้ได้ขยายกิจการจนสามารถผลิตกระเป๋านักเรียนได้ ในเวลาต่อมาก็ขยายงานไปเป็นโรงงานที่ถนนราชบพิธ
แทนกิจการโรงพิมพ์ซึ่งย้ายไปรวมที่ลาดพร้าวแล้ว

องค์การค้าของคุรุสภา ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2493 โดยพระราชบัญญัติครู พุทธศักราช 2488 มาตรา 5(3) กำหนดวัตถุประสงค์หลัก เพื่อจัดหาผลประโยชน์ให้แก่คุรุสภา และเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่การศึกษา โดยรวมกิจการของร้านศึกษาภัณฑ์พาณิชย์และโรงพิมพ์คุรุสภาเข้าด้วยกัน ต่อมาได้ซื้อโรงพิมพ์โสภณพิพัฒนากรที่ราชบพิธอีกแห่งหนึ่ง และเปลี่ยนชื่อโรงพิมพ์ทั้งสองเป็นโรงพิมพ์คุรุสภาพระสุเมรุและโรงพิมพ์คุรุสภาราชบพิธ เริ่มดำเนินการด้วยเงินกู้ยืมจากแหล่งต่างๆ รวม 1 ล้านบาท และได้ทยอยชำระคืนจนหมดในปี พ.ศ.2511 องค์การค้าของคุรุสภาไม่ได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาล มีภารกิจหลักที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาคือ การพิมพ์ตำราเรียน สื่อการเรียน การผลิตอุปกรณ์การศึกษา การค้าขาย และการบริการธุรกิจ มีผู้จัดการองค์การค้าของคุรุสภาเป็นผู้บริหาร และต่อมาเปลี่ยนชื่อตำแหน่งจากผู้จัดการองค์การค้าของคุรุสภาเป็น “ผู้อำนวยการองค์การค้าของคุรุสภา”

ต่อมาพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2546 ได้บัญญัติให้มีหน่วยงานนิติบุคคลในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการ 2 หน่วยงาน คือ คุรุสภา ซึ่งเป็นสภาวิชาชีพของครูและบุคลากรทางการศึกษา และ สกสค. ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตครูและบุคลากรทางการศึกษา “องค์การค้าของคุรุสภา” จึงได้ถูกโอนย้ายไปขึ้นกับ สกสค. (สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา) และได้เปลี่ยนชื่อเป็น ” องค์การค้าของ สกสค.” (องค์การค้าของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา) ตั้งแต่นั้นมาจนถึงปัจจุบัน

ศึกษาภัณฑ์พาณิชย์มีทั้งหมด 10 สาขา ได้แก่
ร้านศึกษาภัณฑ์พาณิชย์ ราชดำเนิน
ร้านศึกษาภัณฑ์พาณิชย์ ลาดพร้าว
ร้านศึกษาภัณฑ์พาณิชย์ ราชบพิธ
ร้านศึกษาภัณฑ์พาณิชย์ สกสค.(คุรุสภาเดิม)
ร้านศึกษาภัณฑ์พาณิชย์ สตรีท รังสิต
ร้านศึกษาภัณฑ์พาณิชย์ ท้องฟ้าจำลอง
ร้านศึกษาภัณฑ์พาณิชย์ สนามกีฬาแห่งชาติ
ร้านศึกษาภัณฑ์พาณิชย์ อิมพีเรียลเวิร์ดสำโรง
ร้านศึกษาภัณฑ์พาณิชย์ อ้อมน้อย
ร้านศึกษาภัณฑ์พาณิชย์ อุตรดิตถ์

ข้อมูลเพิ่มเติม : ห้าทศวรรษแห่งการพัฒนาเพื่อการศึกษาของชาติ. องค์การค้าของคุรุสภา. โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว. 2543

สลด! นศ.สาววางแผนฆ่าตัวตาย พร้อมสั่งห้ามนำศพออกจากห้องก่อนตี 3

นักศึกษาสาววางแผนรมควันฆ่าตัวตายในห้องพัก พร้อมเขียนจดหมายสั่งเสียห้ามนำศพออกจากห้องก่อนตี 3  เพราะไม่อยากให้คนตื่นตกใจ ด้านแม่เชื่อป่วยซึมเศร้า

รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ (15 ก.พ. 2562) ได้เกิดเหตุนักศึกษาสาวจากมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง เสียชีวิตอยู่ในห้องพัก ย่านแขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กทม. ทั้งนี้จากการสอบสวนคาดว่านักศึกษาคนดังกล่าวได้ก่อเหตุฆ่าตัวตายด้วยวิธีการรมควันจนขาดอากาศหายใจ เพราะเมื่อเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบพบเตาถ่าน และเทียนไข ตั้งอยู่ที่บริเวณดังศึกษาคนดังกล่าวนอนเสียชีวิต

ขณะเดียวกันยังพบจดหมายลาตาย เปิดเผยถึงสาเหตุของการฆ่าตัวตายในครั้งนี้ พร้อมกับข้อความสั่งเสียการดำเนินการเกี่ยวศพ โดยระบุว่า “ให้นำร่างออกจากห้องก่อนตี 3 (เพราะตี 3 คนน้อยสุด) ไม่อนุญาตให้รถโรงพยาบาล หรือรถกู้ภัยเปิดไซเรนมา ขอความอนุเคราะห์ให้นำร่างออกไปแบบเรียบง่ายที่สุด เป็นการฆ่าตัวตายแบบจงใจและวางแผนมานาน ขอไม่ให้ตำรวจทำการพิสูจน์หลักฐานหรืออะไรที่จะทำให้แตกตื่น ขอโทษ”

ทั้งนี้จากการสอบสวนเพื่อนของผู้ตายทราบว่า ในวันเกิดเหตุตนไม่ได้อยู่ที่ห้องพัก และเวลา 18.00 น.ของวันที่ 14 ก.พ.ที่ผ่านมา ได้โทรศัพท์หาผู้ตายแต่ไม่รับสาย จึงโทรศัพท์ให้เจ้าของหอพักไปไขกุญแจ แต่ปรากฏว่าล็อกจากด้านใน

ทั้งนี้ ผู้ตายได้ส่งข้อความหา โดยบอกว่า เหนื่อย ขอนอนพัก  กระทั่งวันนี้ แฟนและแม่ของผู้ตายได้มาที่หอพัก  พอเปิดเข้าไปภายในห้องก็พบเป็นศพนอนเสียชีวิตอยู่ในห้องดังกล่าว ด้านแม่ผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ผู้ตายเป็นโรคซึมเศร้า และทราบว่าก่อนหน้านี้ทะเลาะแฟน จนกระทั่งมาก่อเหตุฆ่าตัวตายดังกล่าว

มอบตัวแล้ว!! 3 วัยรุ่นหัวร้อน ขี่จยย.เกี่ยวรถล้มเอง แต่ทุบรถคู่กรณี

กลุ่มวัยรุ่น 3 คน เข้ามอบตัวแล้ว หลังขี่รถจักรยานยนต์ไปเกี่ยวรถส่งของล้มเอง แต่กลับทุบรถคู่กรณี อยู่ระหว่างประสานผู้เสียหายเข้าสอบปากคำเพิ่มเติม

วันที่ 15 ก.พ.62 ที่ สภ.รัตนาธิเบศร์ จ.นนทบุรี พ.ต.อ.กิตติศักดิ์ เที่ยงกมล ผกก.สภ.รัตนาธิเบศร์ ได้รายงานจาก พ.ต.ท.เมษนนท์ นาขวัญ รอง ผกก.ป.สภ.รัตนาธิเบศร์ พ.ต.ท.ศุภชัย ศรีศักดิ์ สว.สส.สภ.รัตนาธิเบศร์ พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ได้ควบคุมตัว นายลีฟ (นามสมมุติ) อายุ 18 ปี นายกัส (นามสมมุติ) อายุ 19 ปี และนายแบงค์ (นามสมมุติ) อายุ 20 ปี ผู้ก่อเหตุหลังได้ติดต่อขอเข้ามอบตัว

หลังภาพคลิปได้ถูกเผยแพร่ในดฟสบุ้ค ของผู้ใช้ชื่อ SKIN DOG V.5 by อนันตอ ว่า ” (ภาคที่หนึ่ง) ประชานิเวศน์ 3 ถนนสามัคคี ส่งของเซเว่นไปเจอรถส่งของเซเว่นเหมือนกันมีเรื่องกับกลุ่มวัยรุ่นกลุ่มนี้ กลุ่มวัยรุ่นพวกนี้ขี่มอเตอร์ไซค์มาแล้วไปเกี่ยวรถส่งของเซเว่นเหมือนกันล้ม แล้วจะเรียกตังค์รถคันดังกล่าว แต่รถคันดังกล่าวนั้นได้เรียกประกันมา ทีแรกคุยกันไม่รู้เรื่อง

พอดีรถผมไปส่งของเซเว่นนั้นพอดี ก็เลยลงไปถามรถคันนั้นว่าเป็นอะไรกัน คนส่งของรถคันนั้นก็บอกว่ากลุ่มวัยรุ่นพวกนี้ขี่รถล้มเองแล้วมาโดนรถเขา ซึ่งจะเรียกเงินของพวกเขาแต่พวกเขาไม่ยอมจึงเรียกประกันมา ผมก็เลยบอกไปว่าถ้าเคลียร์ก็ไม่รู้เรื่องก็ให้ตามตำรวจมา

จึงทำใพวกนั้นไม่พอใจที่ผมจะแจ้งตำรวจมาแล้วได้มีปากเสียงกันแต่ก็ไม่ได้ลงไม้ลงมือจนผมลงของเสร็จขับรถออกไปพวกมันได้ขับรถตามมาหาเรื่องและทุบรถ เรื่องมันก็เป็นแบบนี้11คนผมจะไปทำอะไรพวกมันได้ปมมีลูกมาด้วย ไอ้เราก็บอกดีๆนึกว่าจะไม่มีอะไร สักพักเดี๋ยวขับรถตามเลย เลยต้องขับหนีอย่างเดียวมีก็ไม่ได้ไกลรถเยอะรุมตีรถกันอย่างเดียวเลย

ดีนะว่ามีค่ายทหารอยู่แถวแจ้งวัฒนะ ช่วยเรียกรถผมเข้าไปหลบ ขนาดมีเด็กมันยังไม่สนใจอะไรเลยไอ้ตัวผมเองไม่เท่าไหร่หรอกผมเป็นห่วงลูกกับเมีย ลูกก็ร้องตลอดเลยแค่คำว่าจะแจ้งตำรวจแค่คำเดียวเป็นเรื่อง ขึ้นไปแจ้งความบนโรงพัก รัตนาธิเบศร์ หนึ่งในนั้นเป็นผู้หญิงขึ้นมาหาเพื่อนมันที่มีเรื่องกับรถอีกคันนึง มันบอกตำรวจว่าเนี่ยคนนี้พวกมัน ตำรวจยังไม่ทำอะไรยังไม่เรียกตัวมาเลย ผมละงง ผู้หญิงคนนั้นบอกว่ายังรู้จักนายตำรวจใหญ่ๆในนั้นด้วย ”

คลิปเหตุการณ์ที่เผยแพร่ในโซเชียล เป็นภาพที่วัยรุ่นจำนวน 2 คนขับขี่รถจยย.ตามรถยนต์กระบะมา จากนั้นได้ใช้มือทุบไปที่รถ โดยคนซ้อนได้กระโดดลงจากรถจยย.และเดินตรงมากระชากประตูรถคู่กรณี ซึ่งภายในรถยนต์กระบะมีทั้งผู้หญิงและเด็ก ซึ่งมีเสียงผู้ชายบอกให้โทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ต่อมาเป็นภาพชายอีกคนหนึ่งเดินมาที่รถใช้มือทุบกระจก และมีเสียงวัตถุทุบมาที่รถทำให้เด็กที่อยู่ด้านในตกใจกลัว ส่งเสียงร้อง โดยผู้หญิงและผู้ชายในรถพยายามร้องขอความช่วยเหลือ

จากการสอบถาม นายแบงค์ (นามสมมุติ) ทราบว่า น้องตนคือนายลีฟ ได้ขี่รถจยย.ไปเฉี่ยวกับรถส่งของอีกคันหนึ่งและได้คุยเคลียร์กันจบไปแล้ว แต่คนขับรถคู่กรณีได้ขับเข้ามาแล้วถือเหล็กแป็ปลงมา และบอกว่าให้แจ้งตำรวจไปเลย ทั้งที่เรื่องมันจบไปแล้ว ตนจึงเดินเข้าไปในร้านสะดวกซื้อ เขาได้ถือเหล็กตามมาไปในร้านแต่ยังไม่ได้ทำอะไร

จากนั้นคนขับได้ข้ามกลับไป ตนจึงได้คุยกับผู้หญิงถามเรื่องที่บอกว่าตนไปชนกระจก ผู้ชายคนขับได้เดินเข้ามาด่าตนว่าหน้าตัวเมียเหรอแล้วจะตีตน ตนยังแค่ถามเท่านั้นยังไม่ได้ทำอะไรเลยจะเอาเหล็กมาตีพวกตน หลังจากนั้นเหตุการณ์ก็ตามคลิป

ทางด้าน พ.ต.อ.กิตติศักดิ์ เที่ยงกมล ผกก.สภ.รัตนาธิเบศร์ เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์นี้ตอนแรกเป็นความผิด พ.ร.บ.จราจร ที่รถจยย.เฉียวชนรถกระบะส่งของ มีการตกลงเคลมประกันเรียบร้อย โดยตกลงจะมาเคลียร์ที่สถานีตำรวจเพื่อเปรียบเทียบปรับ ในระหว่างนั้นเพื่อนร่วมอาชีพขับผ่านมาเห็น และเห็นว่าเป็นกลุ่มวัยรุ่นกับเพื่อนตน อาจคิดว่ามีเหตุอะไร จึงได้เดินข้ามมาถาม แต่การถามอาจส่งเสียงดังและไม่เข้ากันจึงเกิดความขัดแย้งกัน กลุ่มเด็กที่ขับจยย. ไม่เข้าใจว่ารถคันนี้มายุ่งอะไรทั้งที่เรื่องเคลียร์ไปแล้ว จึงได้จะไปเรียกให้มาคุยกัน

แต่ในรถกระบะคู่กรณีมีทั้งเด็กและผู้หญิงกลัวว่าจะไม่ปลอดภัย จากภาพคลิปมีเสียงเด็กร้อง แต่ไม่ได้มีการทำร้ายกัน มีการกระชากประตูและทุบกระจกเพื่อให้หยุด แต่เสียงดังจึงทำให้เด็กกลัว จากการสอบปากคำกลุ่มวัยรุ่นเด็กก็ยอมรับตามเหตุการณ์ที่เล่าให้ฟัง ตอนนี้ได้แจ้งข้อกล่าวหาให้เด็กกลุ่มนี้ว่าทำให้เสียทรัพย์

เบื้องต้นได้สอบปากคำผู้ก่อเหตุทั้ง 3 คนแล้ว พร้อมแจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบ อยู่ระหว่างประสานผู้เสียหายเข้าสอบปากคำเพิ่มเติมในวันที่ 18 ก.พ.62 เพื่อดำเนินคดีต่อไป