เลือกตั้ง62 : ไทยรักษาชาติ ลุยหาเสียงในวันแห่งความรัก ลั่นขอทำหน้าที่จนวินาทีสุดท้าย

ไทยรักษาชาติลงพื้นที่เขตสวนหลวง ยืนยันทำหน้าที่จนวินาทีสุดท้ายในฐานะพรรคการเมืองของประชาชน

ผู้สื่อข่าว MThai รายงานว่า เมื่อเวลา 07.00 น. ที่ผ่านมา (14 ก.พ. 2562)  กลุ่มผู้บริหาร และผู้สมัคร พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) นำโดย ดร.สุชาติ​ ธาดาธำรงเวช​ ทีมเศรษฐกิจ, นายมิตติ​ ติยะ​ไพรัช​ เลขาธิการ​พรรค, นายต้น​ ณ​ ระนอง รองเลขาธิการพรรค, นางสาว​ชยิกา​ วงศ์​นภา​จันทร์ นายทะเบียนพรรค ,

ดร. อ​รุณี​ กาส​ยา​นนท์ รองโฆษกพรรค และผู้สมัครเขตที่ 20 นายธกร​ เลา​หะ​พงษ์​ชนะ ได้ลงพื้นที่หาเสียงสู้ศึกเลือกตั้ง 2562 .oพื้นที่เขตสวนหลวง บริเวณตลาดคลองตันและสถานีรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงค์ มักกะสัน ท่ามกลางการต้อนรับของประชาชนบริเวณดังกล่าวที่เต็มไปด้วยความอบอุ่น

โดย นายมิตติ​ ติยะ​ไพรัช​ เลขาธิการ​พรรคไทยรักษาชาติ กล่าวว่า การลงพื้นที่ในวันนี้พรรคได้แบ่งหน้าที่คณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อทำความเข้าใจกับประชาชน เกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และจากการรับฟังประชาชนส่วนใหญ่มีความเข้าใจ พร้อมให้กำลังใจ

ทั้งนี้พรรคไทยรักษาชาติ เคารพการตัดสินใจของสมาชิกพรรคที่ลาออก ซึ่งผู้สมัครและสมาชิกพรรคปัจจุบันยังคงมีความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน มีความพร้อมเต็มที่ในการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง โดยยืนยันจะยังคงลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่อง

เพราะพรรคไทยรักษาชาติเป็นพรรคการเมืองของประชาชน เรายืนยันว่ามีเจตนาอันบริสุทธิ์ เราคือพรรคการเมืองที่คิดแล้วอยากทำประโยชน์ให้กับประเทศต่อ เราจึงขอทำหน้าที่จนวินาทีสุดท้าย วันนี้ทีมกรรมการบริหารและผู้สมัคร ทำหน้าที่ของตัวเองสุดความสามารถ เพราะเราเป็นนักการเมืองของประชาชน

ส่วนการพิจารณารับคำร้องยุบพรรคของศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่นั้น พรรคไทยรักษาชาติไม่อาจก้าวล่วง หรือแสดงความคิดเห็น ในเรื่องนี้ได้

คุมตัวนายอู่ เจอหมิง ผู้ต้องหาฆ่าชิงทรัพย์หญิงชรา ยื่นคำร้องฝากขังผัดแรก

พนักงานสอบสวน สน.บางเขน คุมตัวนายอู่ เจอหมิงผู้ต้องหาฆ่าชิงทรัพย์หญิงชราในคอนโดย่านสายไหม ยื่นคำร้องฝากขังผัดแรก พร้อมคัดค้านการประกันตัว

เมื่อเวลา 11:00 น. วันที่ 14 ก.พ. 2562 ที่ ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก พนักงานสอบสวน สน.บางเขน คุมตัวนายอู่ เจอหมิงวัย 29 ปี ชายชาวจีน ซึ่งเป็นผู้ต้องหาฆ่าชิงทรัพย์ น.ส.อารยา ทรัพย์สวรรค์ วัย 70 ปี ในคอนโดย่านสายไหม มายื่นคำร้องฝากขังผัดแรก พร้อมคัดค้านการประกันตัว

ย้อนเหตุการณ์ หลังจากนางสาวอารยา ทรัพย์สวรรค์ หายตัวไปตั้งแต่ช่วงเที่ยงวันที่ 11 ก.พ. 2562 โดยก่อนออกจากบ้าน ผู้ตายได้แจ้งกับลูกชายว่า จะไปดูคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งในซอยพหลโยธิน 52 เขตสายไหม กรุงเทพมหานคร ซึ่งผู้ตายได้ปล่อยให้ผู้ต้องสงสัยเช่าอาศัยอยู่ จนกระทั่งพบศพผู้ตายภายในคอนโดฯ ดังกล่าว

จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดภายในคอนโดฯ ที่เกิดเหตุพบว่า นายอู่ เจอหมิงเข้าไปภายในห้องพักกับผู้ตายในวันเดียวกับวันที่ผู้ตายหายตัวไป จากนั้นอีกราว ๆ 2 ชั่วโมง นายอู่ เจอหมิงได้เดินออกมาจากห้องดังกล่าวเพียงลำพัง

จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ส่งรูปภาพของผู้ต้องหาไปยังด่านตรวจคนเข้าเมืองทุกแห่ง จนกระทั่งเมื่อวันที่ 12 ก.พ. 2562 ที่ผ่านมานายอู่ เจอหมิงถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจับกุมตัวได้ที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยผู้ต้องหารับสารภาพว่าก่อเหตุสังหารผู้ตายจริง

รวมกรณีธุรกิจ ‘แตกไลน์’ สุดเซอร์ไพรส์

กรณีศึกษาเรื่องการแตกไลน์ธุรกิจเพื่อความอยู่รอดที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงบ่อยครั้งในบ้านเราคงหนีไม่พ้น อาร์เอส ที่เปลี่ยนตัวเองจากการทำธุรกิจเพลง-สื่อ ไปสู่ธุรกิจสุขภาพและความงาม ซึ่ง ณ วันนี้ เรายังจะได้เห็นการแตกไลน์แบบเซอร์ไพรส์ๆ ไปทำอะไรอย่างอื่นของเหล่าธุรกิจใหญ่ๆ ต่างๆ มากขึ้น อันเป็นผลพวงของยุคที่คลื่นความเปลี่ยนแปลงถาโถม และไม่อนุญาตให้ใครยืนอยู่เฉยๆ ในคอมฟอร์ทโซนของตัวเองได้อีกต่อไป

ทีมข่าว MThai รวบรวมกรณีศึกษาซึ่งเป็นความเคลื่อนไหวใหม่ๆ ที่น่าสนใจมาไว้ ณ ที่นี้

ดีแทค กับ จักรยานยนต์ไฟฟ้า

ดีแทคได้ซีอีโอคนใหม่ อเล็กซานดรา ไรซ์ เข้ามาแก้ปัญหาที่รุมเร้าหลายอย่างเมื่อกลางปีที่แล้ว ก่อนที่จะมีการเปิดตัวธุรกิจใหม่ซึ่งความประหลาดใจให้กับทุกคน นั่นคือ แพลตฟอร์มยานยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า หรือ EV (Electric Vehicle Connectivity Platform) ซึ่งถือเป็นการมุ่งสู่การ ‘เป็นมากกว่าผู้ให้บริการมือถือ’ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มจากโครงข่ายที่ลงทุนไปและกลับมาเติบโตในธุรกิจอีกครั้ง

โดยดีแทคจะร่วมมือกับบริษัทพันธมิตร อย่าง บริษัท เอ็มวิชั่น จำกัด (มหาชน) ผู้จัดงาน EV Expo เป็นตัวกลางในการประสานกับผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า และ บริษัท ฟอร์ท สมาร์ท เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) เจ้าของตู้บุญเติม ทำหน้าที่จุดให้บริการชาร์จมอเตอร์ไซด์อีวี

ขณะที่ดีแทคในฐานะผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม EV Connectivity จะเป็นผู้ที่เชื่อมโยงพาร์ทเนอร์ที่เกี่ยวข้องเข้าด้วยกัน เช่น บริษัทประกันบริษัทเช่าซื้อ สถาบันการเงินและสินเชื่อ บริการเปลี่ยนถ่ายแบตเตอรี่หลายจุดทั่วกรุงเทพฯ บริการการรับชำระเงินผ่านระบบบิลลิ่งของดีแทคและพันธมิตร รวมถึงบริการซ่อมบำรุงหลังการขาย

โดยบริการทั้งหมดถูกออกแบบให้เชื่อมโยงกันผ่านแอพพลิเคชั่นเดียว ในเบื้องต้นเตรียมทำตลาดเต็มรูปแบบในเดือนมิถุนายน 2562 นี้

เอ็มเค กับ โลจิสติกส์

เดิม เอ็มเค นั้น มีระบบโลจิสติกส์ในการจัดส่งวัตถุดิบให้สาขาและร้านอาหารในเครือซึ่งกระจายอยู่ทั่วประเทศอยู่แล้ว ครั้นเมื่อมองเห็นถึงกระแสการเติบโตอย่างมากของอีคอมเมิร์ซ บวกกับศักยภาพและประสบการณ์ด้านโลจิสติกส์ที่เอ็มเคมี นี่จึงเป็นโอกาสทองในการขยายธุรกิจ

เอ็มเค จึงจับมือกับ บริษัท เซนโค กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด จากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นบริษัทด้านโลจิสติกส์รายใหญ่อันดับสองของญี่ปุ่น จัดตังบริษัท เอ็ม-เซนโค โลจิสติกส์ จำกัด ทุนจดทะเบียน 1,000 ล้านบาท โดยถือหุ้นฝ่ายละ 50% เพื่อดำเนินธุรกิจด้านโลจิสติกส์แบบครบวงจรในไทย สำหรับกลุ่มลูกค้าภาคธุรกิจ (B2B) เช่น ร้านอาหารที่เป็นเชนรายใหญ่ รายเล็ก ผู้ผลิตอาหารรายใหญ่ ธุรกิจค้าปลีกอย่างร้านสะดวกซื้อ ซูเปอร์มาร์เก็ต มินิมาร์ท ให้บริการตั้งแต่ คลังสินค้า, การขนส่ง, บริการนำเข้า-ส่งออกสินค้า และการซื้อขายสินค้า โดยเฟสแรกเน้นการขนส่งแบบเย็นหรือ cold chain ก่อนที่จะขยายไปสู่ระบบขนส่งที่เป็น dry chain ในอนาคต

โดยเอ็มเคตั้งเป้าหมายสัดส่วนบริการลูกค้านอกเครือ 75% และในเครือ 25% ในอนาคต และคาดว่าจะเปิดบริการเต็มรูปแบบประมาณเดือนสิงหาคมปี 2562

เถ้าแก่น้อย กับ ร้านอาหารญี่ปุ่น

การที่เถ้าแก่น้อยต้องพึ่งพาสาหร่ายเพียงอย่างเดียวกลายเป็นความเสี่ยงทางธุรกิจ ในภาวะที่การแข่งขันสูง แต่ตลาดโตน้อย ดังนั้น ต๊อบ หรือ อิทธิพัทธ์ พีระเดชาพันธ์ ซีอีโอ เถ้าแก่น้อย จึงมองไปที่ธุรกิจร้านอาหาร ซึ่งจะเป็นการแตกไลน์ธุรกิจเพื่อลดความเสี่ยงดังกล่าว

ต๊อบบอกว่า การแข่งขันในตลาดสาหร่ายแปรรูปในไทยค่อนข้างสูง แต่เติบโตน้อย ไม่มากเหมือนในอดีต แม้ว่าเถ้าแก่น้อยจะเป็นผู้นำด้วยส่วนแบ่งมากกว่า 70% ส่วนอันดับที่ 2, 3 รวมกันกว่า 20% จากมูลค่าตลาดรวมกว่า 3,000 ล้านบาท เติบโต 8-9% ขณะที่ตลาดรวมสแน็กมูลค่ากว่า 30,000 ล้านบาท โตแค่ 5-6% เท่านั้น จึงต้องปรับตัวเพื่อรองรับกับการแข่งขันในตลาดเดิม และมองหาโอกาสธุรกิจใหม่ๆ

โดยเบื้องต้นจะเป็นการซื้อลิขสิทธิ์มาจากประเทศญี่ปุ่น มีทั้งรูปแบบอาหารคาวและของหวานเพื่อสุขภาพ ซึ่งจะเป็นการทดลองตลาด ถ้าผลตอบรับดีก็จะขยายต่อเนื่อง

ไทย-เดนมาร์ค กับ เครื่องสำอาง

องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) ได้จับมือกับ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รวมไปถึง บริษัท อาร์แอนด์ ดี รีเสิร์ช แอนด์ ดีวีลอปเม้นท์ จำกัด และศูนย์นวัตกรรมทางการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในการศึกษาวิจัยผลิตภัณฑ์นวัตกรรมเครื่องสำอางจากน้ำนมโคสดแท้ 100% (Beauty Milk) จากวัตถุดิบน้ำนมดิบฟาร์มโคนมไทย-เดนมาร์ค

การศึกษาวิจัยเบื้องต้นพบว่า น้ำนมโคสด 100% สามารถนำมาทำเป็นผลิตภัณฑ์ความงามต่างๆ ที่หลากหลาย ใช้ได้จริง และมีคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็น สบู่จากน้ำนมโค, ครีมบำรุงผิวจากน้ำนมโค หรือครีมอาบน้ำจากน้ำนมโค ซึ่งเมื่อการวิจัยเสร็จสมบูรณ์ อ.ส.ค. ก็จะแตกไลน์ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางแบรนด์ไทย-เดนมาร์ค จำหน่ายในตลาดต่อไป โดยจำหน่ายในประเทศเป็นหลัก และมีแผนบุกอาเซียน นอกจากนี้ยังเป็นการแก้ปัญหาน้ำนมดิบล้นตลาดให้กับเกษตรกรด้วย นับว่าเป็นการยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว

ปตท. กับ ธุรกิจยา

ปตท. นั้น มีแผนที่จะเพิ่มสัดส่วนรายได้จากธุรกิจนอนออยล์อยู่แล้ว จึงเตรียมขยายการลงทุนในหลายธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นคอมมูนิตี้มอลล์ ร้านอาหาร สถาบันการเงิน ฟิตเนส ไปจนโรงแรมราคาประหยัดตามปั๊มน้ำมัน

ส่วนธุรกิจยานั้น องค์การเภสัชกรรม (อภ.) มีแนวนโยบายที่ต้องการให้คนไทยเข้าถึงยาที่มีคุณภาพและราคาถูก ทดแทนการนำเข้าจากต่างประเทศ จึงได้เข้ามาดึง ปตท. ร่วมเป็นพันธมิตรในการวิจัยผลิตยาต้านมะเร็ง ซึ่ง ปตท. เองมองเห็นโอกาสในการลงทุนธุรกิจใหม่ อีกทั้งมีศักยภาพในการลงทุนโรงงานขนาดใหญ่ โดยมองไว้ในพื้นที่อีอีซี ขณะที่องค์การเภสัชฯ ก็มีความเชี่ยวชาญด้านการวิจัยยา ซึ่งตลาดยาในประเทศไทยปี 2559 นั้นมีมูลค่ากว่า 1.44 แสนล้านบาท แต่ส่วนใหญ่เป็นการนำเข้าจากต่างประเทศ