วอยซ์ ทีวี ยื่นศาลปกครอง ขอคุ้มครองชั่วคราว หลังถูกระงับออกอากาศ 15 วัน

ผอ.ข่าวช่องวอยซ์ทีวี ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองเพื่อคุ้มครองชั่วคราว หลังถูก กสทช. สั่งระงับการออกอากาศ 15 วัน บอกทำเสียหาย 76 ล้าน

วันที่ 14 ก.พ. 2562 นายประทีป คงสิบ ผู้บริหารฝ่ายข่าวสถานีวอยซ์ทีวี พร้อมทีมกฎหมาย เดินทางมาที่ศาลปกครองเพื่อยื่นอุทธรณ์คำสั่งต่อศาลปกครอง กรณีคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ประกาศระงับการออกอากาศ 15 วัน โดยเริ่มตั้งเมื่อเวลา 00.00 น. ของวันที่ 13 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยจะขอความคุ้มครองชั่วคราวเพื่อให้สถานีกลับมาดำเนินการได้ตามปกติ

โดยนายประทีป กล่าวว่า วันนี้ได้ยื่นเรื่องกับศาลปกครอง 2 เรื่อง 1.อุทธรณ์คำสั่ง และ 2.ขอไตร่สวนฉุกเฉินเพื่อคุ้มครองชั่วคราวไม่ให้จอดำ โดยการยื่นเรื่องนั้นมีอยู่ 3 ประเด็น คือ เนื่องจากการสั่งปิดสถานีมีผลกระทบกับความเสียหายทางธุรกิจ ซึ่งสำหรับความเสียหายของการปิดสถานีรอบล่าสุดอยู่ที่ 76 ล้านบาท

ขณะที่ประเด็นต่อมานั้น สำหรับช่วงที่ประเทศกำลังมีการหาเสียงเลือกตั้งสิทธิ์ในการรับรู้ข้อมูลที่หลากหลายเป็นสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานที่ควรได้รับความคุ้มครอง ซึ่งการสั่งปิดสถานีโทรทัศน์ในสถานการณ์เช่นนี้ส่งผลให้สร้างผลกระทบกับการรับรู้ข่าวสารของประชาชน และสาม ส่วนประเด็นสุดท้ายในข้อมูลที่ กสทช. นำมาเป็นบทลงโทษนั้น ทางสถานีมีความมั่นใจว่าไม่ได้กระทำผิดตามประกาศฉบับที่ 97 เรื่องการให้ความร่วมมือต่อการปฏิบัติงานของ คสช.

การเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารต่อสาธารณะ และพ.ร.บ.วิทยุกระจายเสียงมาตรา 37 คือการออกอากาศรายการที่มีเนื้อหาต้องห้ามแม้แต่ข้อเดียว ทั้งนี้กรณีดังกล่าวตนมองว่า กสทช. ใช้อำนาจเกินกว่าเหตุ ขณะที่รัฐธรรมนูญ 2560 ได้ระบุไว้ชัดเจนถึงสิทธิเสรีภาพในการรับรู้ข่าวสารของประชาชนซึ่งเป็นสิ่งที่กฎหมายรับรองไว้

อีกทั้งวานนี้ 13 ก.พ. ทางสมาคมสื่อฯ ได้ออกแถลงการณ์ชัดเจนว่ารัฐธรรมนูญ 2560 มีบทบัญญัติว่า จะปิดสิ่งพิมพ์หรือสื่อมวลชนไม่ได้เพราะเป็นการลิดรอนเสรีภาพ เพราะฉะนั้นเมื่อรัฐธรรมนูญฉบับนี้ประกาศใช้แล้ว การบังคับใช้ประกาศคำสั่ง คสช.ฉบับที่ 97 จึงควรยกเลิก ทั้งนี้การเรียกร้องเช่นนี้ไม่ใช่เพื่อประโยชน์ของวอยซ์ทีวี แต่เป็นประโยชน์ของสื่อมวลชนทุกแขนงสำหรับการยกเลิกประกาศ คสช.ฉบับที่ 97

อย่างไรก็ตามวอยซ์ทีวีทำรายการวิเคราะห์การเมืองมาตั้งแต่ปี 2553 และไม่เคยเกิดกรณีเช่นนี้ แต่หลังจากเหตุการณ์รัฐประหารปี 2558 เป็นการประกาศใช้กฎหมายพิเศษ ซึ่งทางเราเข้าใจสถานการณ์ของประเทศ และพยายามปรับเนื้อหาวิธีการนำเสนอให้สอดคล้องกับสถานการณ์ช่วงนั้น แต่ทั้งนี้เนื่องจากรัฐธรรมนูญก็ได้ประกาศใช้แล้ว อีกทั้งยังต้องเตรียมการเลือกตั้ง ทาง กสทช. เองจะต้องปรับการกำกับดูแลและควรจะให้สิทธิเสรีภาพกับสื่อเช่นกัน

อ.เฉลิมชัย ออกโรงโต้ หลังมีภาพตัดต่อถูกโยงการเมือง

อ.เฉลิมชัย ของขึ้นหลังถูกนำภาพไปตัดต่อโยงการเมือง ลั่นอย่ามายุ่งกับกู การเมืองมาทีไรเอากูไปยุ่งทุกทีเลย

วันนี้ (14 ก.พ. 2562) เพจ แฟนพันธุ์แท้ อาจารย์ เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ได้มีการเผยแพร่คลิปของ อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติ ออกมาชี้แจงถึงกรณีที่มีกลุ่มคนนำภาพไปตัดต่อ พร้อมโยงเข้ากับการเมือง ทั้งๆ ความเป็นจริง อ.เฉลิมชัย  ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับบทความ จนทำให้เกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางอยู่ในขณะนี้

โดยเพจดังกล่าวได้มีข้อความระบุว่า ดูกันอีกครั้ง ฟังกันอีกครั้ง เอาให้ชัดๆ การเมืองไม่ใช่เรื่องของ…”กู” ซึ่งคลิปได้เผยให้เห็นว่า อ.เฉลิมชัย พยายามอธิบายว่า ตนไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับการเมืองแต่มีคนพยายามนำไปเชื่อมโยงกันอยู่ และขอให้พี่น้องประชาชนช่วยบอกต่อๆ กันไป ว่า ตนไม่ยุ่งเรื่องการเมือง ไม่เคยเขียนเรื่องการเมือง พร้อมจะทิ้งท้ายว่า

“ให้ผมสร้างวัดเถอะ ให้ผมอยู่กับเรื่องศาสนา อยู่กับความสงบ อย่าเสื-กเอาผมมายุ่งเกี่ยวกับการเมือง มึงจะทำอะไรกันก็ทำไป อย่ามายุ่งกับกู การเมืองมาทีไรเอากูไปยุ่งทุกทีเลย”

คึกคักทุกปี คู่รักควงแขนจดทะเบียนสมรสเขตบางรัก ในวันเวนเลนไทน์

เขตบางรักคึกคัก คู่รักควงแขนจดทะเบียนสมรสในวันแห่งความรัก

รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ (14 ก.พ. 2562) ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา ที่สำนักงานเขตบางรัก เป็นอย่างคึกคักอบอวนด้วยความสุข หลังจากมีคู่รักจำนวนมาก พากันไปจดทะเบียนสมรสในช่วงเทศกาลวันวาเลนไทน์ หรือวันแห่งความรักในปีนี้

โดย นายขจิต ชัชวาณิชย์ รองปลัดกรุงเทพมหานคร เผยว่า กิจกรรมจดทะเบียนสมรสที่เขตบางรักในห้วงเทศกาลวันวาเลนไทน์ในปีนี้ ถูกจัดขึ้นภายใต้ชื่องาน “ลิขิตรัก ณ บางรัก Sign Of Love” เพื่อส่งเสริมความรัก และเห็นถึงความสำคัญสถาบันครอบครัว

ภาพจาก สำนักข่าวไทย

ซึ่งเป็นหน่วยของสังคมที่สำคัญในการพัฒนาคนสู่สังคมอย่างมีคุณภาพ ดังนั้นการให้ประชาชนเกิดการเริ่มต้นชีวิตคู่อย่างถูกต้องตามกฎหมาย จึงเป็นเรื่องที่ควรส่งเสริม  กิจกรรมนี้จึงเกิดขึ้นส่วนที่เลือกเขตบางรักนั้น เพราะถือว่าเป็นชื่อมงคล  โดยแต่ละปีจะมีผู้ให้ความสนใจมาจดทะเบียนสมรสเพื่อเริ่มต้นใช้ชีวิตคู่จำนวนมาก

ด้าน น.ส.ภัคภร สงวนศักดิ์ ผู้อำนวยการเขตบางรัก กล่าวว่า กิจกรรมนี้ทางเขตเปิดให้ผู้สนใจลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมทางออนไลน์มาตั้งแต่วันที่ 21 ม.ค.-12 ก.พ.ที่ผ่านมา มีคู่รักยื่นคำร้องขอลงทะเบียนไว้ 310 คู่

แต่ที่พิเศษก็คือคู่รักมาลงทะเบียนก่อน 08.00 น. จะมีสิทธิได้รับรางวัลเป็นทะเบียนสมรสทองคำ จำนวน 10 รางวัล ซึ่งในวันนี้ก็มีคู่รักมาก่อนเวลา 08.00 น.ถึง 177 คู่  ทั้งนี้นอกจากนี้ยังมีของรางวัล แหวนเพชร แพคเกจชุดแต่งงานบ่าวสาว ตั๋วเครื่องบินเดินทางต่างประเทศและในประเทศรวมถึงเครื่องใช้ไฟฟ้า ที่พัก ร้านอาหารให้ผู้ร่วมกิจกรรมร่วมสนุกมากมาย

ภาพจาก สำนักข่าวไทย
ภาพจาก สำนักข่าวไทย