แพทยสภาเร่งสอบ! หมอตะคอกคนไข้ให้สั่งเสีย ญาติเผยป้าในคลิปเสียชีวิตแล้ว

เลขาธิการแพทยสภาเตรียมตรวจสอบ แพทย์โรงพยาบาลเอกชน หลังใช้วาจารุนแรงทำร้ายจิตใจคนไข้ ย้ำแพทย์ต้องรู้จักสื่อสารให้คนไข้เข้าใจ แต่ไม่กระทบความรู้สึกมากเกินไป

จากกรณีญาติผู้ป่วยได้โพสต์คลิปวิดีโอถึงแพทย์ โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ใช้คำพูดรุนแรงต่อหน้าคนไข้ โดยระบุว่า อาการของป้าไม่มีทางรักษาหาย สั่งลาลูกๆ ได้เลย มีเวลาอีกแค่ 2 ปี ซึ่งล่าสุดญาติแจ้งผ่านเฟซบุ๊กว่า ป้าเสียชีวิตแล้ว

ล่าสุด พลอากาศตรี นายแพทย์อิทธพร คณะเจริญ เลขาธิการแพทยสภา กล่าวถึงเรื่องนี้ ว่า เรื่องนี้มี 2 ทางคือ หากญาติผู้เสียชีวิตติดใจสามารถร้องเรียนแพทย์รายดังกล่าว มายังแพทยสภาให้มีการตรวจสอบได้ หรืออีกทางเมื่อเป็นข่าว และเป็นกระแสในโซเชียลมีเดีย ทางแพทยสภาก็สามารถตั้งเรื่องเพื่อพิจารณาเรื่องนี้ได้เช่นกัน

โดยจะต้องมีการตรวจสอบเนื้อหาในคลิปวิดีโอว่า แพทย์โรงพยาบาลเอกชนท่านนี้ มีการสื่อสารลักษณะใด ซึ่งจากการที่ตนดูเบื้องต้น ส่วนตัวก็มองว่า การพูดอาจค่อนข้างกระทบกระเทือนจิตใจได้ เนื่องจากมีวิธีพูด มีเทคนิคในการพูดให้คนไข้ไม่สะเทือนใจได้

ทั้งนี้ในต่างประเทศแพทย์พูดอาการกับคนไข้ต่อหน้าได้ แต่มีวิธีพูดที่ทำให้ไม่รู้สึกเศร้าใจ หรือท้อแท้มากจนเกินไป ซึ่งเรื่องนี้สำคัญ ทางแพทยสภาจะมีการหารือว่า ประเด็นในการสร้างความเข้าใจร่วมกันจะทำอย่างไรให้แพทย์มีวิธีการพูด การสื่อสารอย่างไรที่ทำให้คนไข้เข้าใจ แต่ไม่ส่งผลกระทบต่อความรู้สึกมากเกินไป

อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่เป็นข่าวครั้งนี้ ต้องขอตรวจสอบก่อน และหากญาติให้ความร่วมมือแจ้งรายละเอียดต่างๆ เข้ามาก็จะช่วยเรื่องนี้ได้มาก ซึ่งทางแพทยสภาต้องสอบถามไปยัง โรงพยาบาลเอกชนดังกล่าว และแพทย์ที่ถูกร้องเข้ามาด้วย เพื่อให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย

ด้านนายธงชัย งามขำ รองประธานกรรมการเจ้าหน้าที่ โรงพยาบาลกล้วยน้ำไท เปิดเผยว่า สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าวนั้น ทางโรงพยาบาล ได้มีการเรียกหมอหญิงคนดังกล่าว มาพูดคุยสอบถาม โดยเจ้าตัวก็ยอมรับผิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้น เพราะพักผ่อนน้อย ไม่สามารถควบคุมอารมณ์ตัวเองได้ ทางโรงพยาบาลจึงยกเลิกจ้างโดยมีผลทันที

หลังจากนั้น ทางโรงพยาบาลได้เข้าขอโทษและปรับความเข้าใจกับผู้ป่วยและญาติเป็นที่เรียบร้อย และดำเนินการดูแลตามมาตรฐานการรักษาของโรงพยาบาลเป็นอย่างดี จนคนไข้เสียชีวิตแล้วเมื่อวันที่ 5 ก.พ. ที่ผ่านมา แต่กลับปรากฎว่ามีการแชร์คลิปต่อๆกันในโลกออนไลน์ในวันที่ 13 ก.พ. ซึ่งก็ไม่ได้มาจากที่ญาติคนไข้ ที่แจ้งกับทางโรงพยาบาลมาว่าก็มีความเห็นใจ และไม่อยากให้มีการเผยแพร่คลิปต่อๆกันไป เพราะอยากให้ผู้เสียชีวิตหมดห่วงอีกด้วย

เลือกตั้ง62 : กกต.เตือน!! ลงทะเบียนใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้าก่อน 19 ก.พ.

เหลืออีกเพียง 7 วันเท่านั้น ก็จะปิดลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า ดังนั้น กกต.จึงแจ้งเตือนให้ประชาชน รีบดำเนินการลงทะเบียนขอใช้สิทธิ์ เพราะหากไม่ได้ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งครั้งนี้ จะทำให้ถูกจำกัดสิทธิ์ ตามกฎหมาย

เลขาธิการ กกต. แนะผู้ที่มีสิทธิ์เลือกตั้ง ไปใช้สิทธิ์ในวันที่ 24 มีนาคมนี้ เพื่อไม่ให้ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองบางอย่าง เป็นเวลา 2 ปี โดยหากผู้ใดไม่สามารถไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งวันที่ 24 มีนาคม ก็สามารถดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น Smart Vote เพื่อลงทะเบียนขอใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต หรือนอกราชอาณาจักรได้ ก่อนจะปิดการลงทะเบียนนวันที่ 19 กุมภาพันธ์นี้

เลขาธิการ กกต. กล่าวว่า หากไม่ได้ไปใช้สิทธิ์ อาจถูกจำกัดสิทธิตามมาตรา 35 ของกฎหมายลูกว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. เช่น การยื่นคำร้องคัดค้านการเลือกตั้ง ส.ส., การดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมือง หรือผู้บริหารท้องถิ่น ส่วนผู้ที่ไม่ได้ไปใช้สิทธิ์ ต้องแจ้งเหตุจำเป็นที่ไม่อาจไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ก่อนวันเลือกตั้ง 7 วัน และหลังวันเลือกตั้ง 7 วัน

ส่วนยอดผู้ขอใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต หรือนอกราชอาณาจักร นับตั้งแต่วันที่เปิดรับสมัคร จนถึงวันที่ 12 กุมภาพันธ์ มียอดรวมแล้วมากกว่า 9 แสนคน

โดยผู้ขอใช้สิทธินอกเขต มีจำนวนกว่า 844,200 คน และผู้ขอใช้สิทธินอกราชอาณาจักร มีจำนวน 56,181 คน ใน 67 ประเทศ 94 สถานเอกอัครราชทูต และสถานกงสุลใหญ่

นักธุรกิจหนุ่ม ยิงตัวตายคาบ้านพัก ญาติเผยป่วยโรคเครียด

นักธุรกิจหนุ่ม ใช้ปืนจ่อหน้าผากยิงตัวตายคาบ้านพัก ญาติเผยบอกเรื่องทรัพย์สินและตู้เซฟเหมือนสั่งเสีย ก่อนที่จะมาจบชีวิตด้วยการฆ่าตัวตาย

วันที่ 13 ก.พ. 62 ตำรวจ สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา รับแจ้งว่ามีผู้ถูกยิงภายในบ้านเลขที่51 ซอย10 ถนนเพชรเกษม เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ หลังจากตำรวจไปตรวจสอบพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน9 พบว่า จุดเกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์3 ชั้น ชั้นล่างเปิดเป็นร้านเสริมสวย

บนชั้นสองของบ้าน พบร่าง นายอัครินท์ สิริโชติพล อายุ 47 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของบ้าน นอนหงายเสียชีวิตอยู่บนพื้นห้องโถงของบ้าน ที่หน้าผากมีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืน 11 มม.1นัด และพบปืน11 มม.ตกอยู่ที่แขนและปลอกกระสุนอีก1 ปลอก จากการตรวจที่เกิดเหตุพบว่าเป็นการจงใจยิงตัวตายเนื่องจากพบเขม่าดินปืนที่มือ และช่วงเกิดเหตุก็อยู่บนชั้น 2 เพียงคนเดียวส่วนชั้นล่างได้เปิดให้เช่าเป็นร้านเสริมสวย

และจากการสอบสวนญาติทราบว่า ผู้ตายเป็นนักธุรกิจเจ้าของแฟรนไชส์ร้านสเวนเซ่นส์ถึง3 สาขาใน จ.สงขลา ทั้งสาขาสะเดา สาขาโลตัสสงขลา และสาขาลีทรัพย์สินพลาซ่าในเมืองสงขลา แต่พักหลังมีอาการป่วยด้วยโรคเครียดจากปัญหาธุรกิจ และรักษาตัวมาตลอด ก่อนเกิดเหตุได้บอกญาติใกล้ชิด เรื่องทรัพย์สินและตู้เซฟต่างๆ เหมือนกับเป็นการสั่งเสีย กระทั่งมาก่อเหตุยิงตัวตายดังกล่าว