อบอวนไปด้วยความสุข ภาพวิวาห์ใต้สมุทร ในวันแห่งความรัก ที่จังหวัดตรัง

ประมวลภาพความสุข งานเลี้ยงฉลองมงคลสมรส คู่บ่าวสาวร่วมพิธีวิวาห์ใต้สมุทร ที่จังหวัดตรัง

วานนี้ (13 ก.พ. 2562) ที่บริเวณชายหาดปากเมง อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม ต.ไม้ฝาด อ.สิเกา จ.ตรัง ซึ่งทางคณะเจ้าภาพจัดให้มีการเลี้ยงฉลองมงคลสมรสของคู่บ่าวสาว 19 คู่รัก หลังผ่านพิธีจดทะเบียนวิวาห์ใต้สมุทรในช่วงเทศกาลแห่งความรัก 14 กุมภาฯ วันวาเลนไทน์  บริเวณหินก้อนเดียว ถ้ำมรกต เกาะมุกต์ ต.เกาะลิบง อ.กันตัง ในช่วงกลางวันที่ผ่านมา

โดยมีคู่บ่าวสาวชาวไทย 16 คู่ และคู่รักต่างชาติ 3 คู่ ผ่านขั้นตอนจดทะเบียนตามประเพณีไทย โดยมีนายทะเบียนจดจริงบนแพไม้ไผ่ และมีนายทะเบียนใต้น้ำ 5 คน ที่มีความเชี่ยวชาญในการดำน้ำ นำคู่บ่าวลงจดทะเบียนสมรสใต้ท้องทะเลตรัง และทำพิธีรดทรายสังข์ให้แก่คู่บ่าวสาวทั้ง 9 คู่ เพื่อความเป็นสิริมงคล

ซึ่งบรรยากาศยการเลี้ยงฉลองมงคลสมรสให้กับคู่บ่าวสาว ทั้งหมด ก็เป็นไปอย่างชื่นมื่น โดยมีนายไพบูลย์ โอมาก รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง เป็นประธานในพิธีกล่าวอวยพรให้กับคู่บ่าวสาว สร้างความประทับใจให้คู่บ่าวสาว และญาติพี่น้องที่เข้าร่วมพิธีวิวาห์ใต้สมุทร 2019 ครั้งที่ 23 เป็นอย่างมาก

ขณะที่วันนี้ 14 ก.พ. ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของกิจกรรม  คู่บ่าวสาว จะเดินทางไปที่วัดเขาแก้ว ตำบลนาเมืองเพชร อำเภอสิเกา เพื่อลั่นฆ้องยักษ์ จากนั้นจะเดินทางไปยังศาลเจ้าท่ามกงเยี่ย อำเภอเมืองตรัง เพื่อขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และก่อนที่จะเดินทางกลับ มีงานเลี้ยงส่งคู่บ่าวสาว ที่จวนผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง อายุ 100 กว่าปี ซึ่งเป็น 1 ใน 20 โบราณสถานของจังหวัดตรัง อีกด้วย

บิ๊กป้อมสั่งเข้ม ดูความปลอดภัยในวันแห่งความรัก ป้องวัยรุ่นถูกชี้นำไปทางผิด

รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม กำชับฝ่ายความมั่นคงเข้ม ดูแลความปลอดภัยห้วงวันแห่งความรัก วอนร่วมเฝ้าระวังลูกหลานด้วยความรักและเข้าใจ

รายงานข่าวแจ้งว่า วานนี้ (13 ก.พ. 2562) พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม ได้ออกมาเปิดเผยถึงมาตรการคุมเข้มในช่วงเทศกาลวันแห่งความรักในปีนี้ ว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

ได้กำชับให้ ตำรวจและฝ่ายปกครองทุกจังหวัด ร่วมกันเฝ้าระวังและดูแลความปลอดภัยของประชาชนในทุกพื้นที่ในห้วงวันวาเลนไทน์ โดยเฉพาะสถานบันเทิงและสถานบริการที่เป็นแหล่งมั่วสุมของเด็กและเยาวชน ที่อาจถูกชี้นำไปในทางที่ผิด หรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เพื่อป้องกันเหตุร้ายและเหตุอันไม่พึงประสงค์ที่อาจเกิดขึ้นได้

ขณะเดียวกันขอให้เจ้าหน้าที่รัฐทุกคน ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่ด้วยการแสดงออกถึง ความรัก ความจริงใจและความปรารถนาดีกับประชาชนทุกคน พร้อมทั้งร่วมกันสร้างความเข้าใจและขอความร่วมมือทุกครอบครัว ได้พิจารณาใช้โอกาสวันแห่งความรักนี้ ร่วมกันเฝ้าระวังและดูแลลูกหลาน เยาวชน ในกรอบของศีลธรรมอันดีด้วยความรักความเข้าใจกันอย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างพลังทางสังคมและลดปัญหาต่างๆ ที่จะมีขึ้น

เตือนใจเจ้าหนี้ อย่า! ทวงหนี้ผ่านไลน์-เฟซบุ๊ก เหตุมีความผิด – เสี่ยงติดคุก

ทนายคู่ใจเตือนเจ้าหนี้ ทวงหนี้ผ่านเฟซบุ๊ก ไลน์ หรือไอจี อาจผิด พรบ.การทวงถามหนี้

เป็นเรื่องราวที่ผู้คนบนโลกออนไลน์ให้ความสนใจอยู่ในขณะนี้ หลังจากแฟนเพจ ทนายคู่ใจ ได้มีการโพสต์ข้อความเตือนเหล่าเจ้าหนี้ เกี่ยวกับการทวงถามหนี้ผ่านทางโชเชียล เนื่องจากมีลูกหนี้ท่านหนึ่งมาขอคำปรึกษา

ผู้มาขอคำปรึกษาระบุว่า ตนค้างชำระหนี้กับบริษัทโรงพิมพ์แห่งหนึ่ง เป็นเงิน 38,400 บาท มีการผลัดผ่อนกับเจ้าของโรงพิมพ์เป็นประจำ แต่เมื่อวันที่ 9 กันยายน พ.ศ.2554  ตนได้รับเพื่อนใหม่ทางเฟซบุ๊ก ปรากฏว่าตนถูกอีกฝั่งเขียนข้อความทวงหนี้แบบประจาน มีผู้เข้ามาแสดงความเห็นต่อข้อความดังกล่าวอีกด้วย ซึ่งตนยืนยันไม่ได้หนีไปไหนยังอยู่ที่เดิม ตนรู้สึกอับอายกับสิ่งที่อีกฝั่งกระทำ จึงอยากสอบถามว่าสามารถฟ้องหมิ่นประมาทได้หรือไม่

12814815_1038593259515021_4436044948606055010_n

ซึ่งทางแฟนเพจ ทนายคู่ใจ ได้ระบุรายละเอียดไว้ว่า “ห้ามทวงหนี้ผ่านเฟซบุ๊ก ไลน์ หรือไอจี เด็ดขาด ไม่งั้นลูกหนี้แจ้งจับเจ้าหนี้จะหาว่าไม่เตือน” 

เป็นเรื่องน่าเบื่อมากเวลาใครมาทวงหนี้เราแล้ว ลูกหนี้ก็หลบหน้าหลบตาหนีหายไปจากชีวิตเจ้าหนี้เลย มีเพื่อนเสียเพื่อนจริง ๆ เอาล่ะเข้าประเด็นเลยวันนี้ทนายคู่ใจจะหยิบยกประเด็นการทวงหนี้ผ่าน เฟซบุ๊กหรือไลน์ มาว่าพวกชอบทวงหนี้ โดยไปโพสต์ตามหน้าไทมไลน์ หรือ wall ซึ่งเป็นกระดาษออนไลน์สาธารณะ เพื่อน ๆ ของเจ้าของเฟซ – ไลน์ หรือ บุคคลทั่วไป อาจจะเข้ามาอ่านคอมเมนท์ หรือโพสต์นั้นได้ คำถามถือการกระทำเช่นนี้ เจ้าหนี้ทำได้หรือไม่ เป็นการหมิ่นประมาทหรือไม่

คำตอบคือไม่ผิดนะครับ ตามแนวฎีกา 1739/2523 แต่ผิด พรบ.การทวงถามหนี้ อยู่ดี มาตรา 11(3) แจ้งหรือเปิดเผยเกี่ยวกับการเป็นหนี้ของลูกหนี้ต่อบุคคลภายนอก โทษจำคุก 1 ปีหรือปรับ 1 แสนบาท นั่นคือสมัยก่อนที่ พรบ.ทวงถามหนี้จะบังคับใช้ในปี 2558 การโพสต์ข้อความทวงหนี้ยังสามารถทำได้ แต่หลังจากนี้ทำไม่ได้ เพราะผิดกฎหมายแถมยอมความไม่ได้ด้วย จะทวงหนี้ถามทนายก่อนดีที่สุด

12814815_1038593259515021_4436044948606055010_n

พร้อมกันนี้ทางแฟนเพจ ทนายคู่ใจยังได้ยกตัวอย่างเพื่อให้ผู้อ่านได้เข้าใจมากขึ้นอีกด้วย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1739/2523 เดิมห้างโจทก์กับบริษัทจำเลยที่ 1 ติดต่อค้าขายกันมาหลายปี โดยโจทก์ซื้อสินค้าจากจำเลยที่ 1 ต่อมาโจทก์เลิกซื้อสินค้าจากจำเลยที่ 1 และยังค้างชำระค่าสินค้าจำเลยที่ 1 อยู่ จำเลยที่ 1 ได้ทวงถามโจทก์ให้ชำระหนี้หลายครั้งแล้ว โจทก์ไม่ชำระ จึงได้มีประกาศโฆษณาลงในหนังสือพิมพ์ข้อความว่า ให้โจทก์จัดการชำระหนี้ที่ค้างจำเลยที่ 1 ภายใน 7 วัน มิฉะนั้น จะดำเนินการตามกฎหมาย

แม้จะฟังว่าจำเลยที่ 1 และที่ 2 ในฐานะกรรมการผู้จัดการของจำเลยที่ 1 และส่วนตัว เป็นผู้จัดให้มีการประกาศข้อความดังกล่าวก็ตาม ข้อความที่ประกาศนั้นก็เป็นเรื่องคำเตือนให้ลูกหนี้ชำระหนี้ ซึ่งจำเลยที่ 1 มีสิทธิที่จะกระทำได้ตามกฎหมาย ทั้งข้อความที่ประกาศก็ไม่มีข้อความใดที่เป็นการใส่ความโจทก์ โดยประการที่น่าทำให้เสียชื่อเสียงหรือถูกดูหมิ่น การกระทำของจำเลยทั้งสอง จึงไม่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 328 (โปรดสังเกตว่ากรณีนี้จะเป็นกรณีการทวงหนี้โดยใช้สิทธิทางกฎหมายในด้านสำนวนภาษาที่ใช้ก็เป็นตามกฎหมาย จึงไม่เข้าข่ายหมิ่นประมาท)

หากใครมีข้อสงสัยสามารถติดต่อปรึกษากฎหมายฟรีจาก ทนายคู่ใจได้ที่เบอร์ 092-4533-393 หรือไลน์ @freelaw

MThai News

ขอบคุณข้อมูลจาก แฟนเพจ ทนายคู่ใจ