อดีตกำนันชื่อดังพัทลุงนำหลักฐานแจ้งความเอาผิด ‘นิพิฏฐ์’

อดีตกำนันชื่อดังพัทลุง นำหลักฐานแจ้งความเอาผิด นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีต ส.ส.พัทลุงและอดีต รมว.กระทรวงวัฒนธรรม

วันนี้ (12 ก.พ.62) นายคณนาถ หมื่นหนู อายุ 55 ปี อยู่บ้านเลขที่ 334/2 หมู่ที่ 11 ต.ทะเลน้อย อ.ควนขนุน จ.พัทลุง ซึ่งเป็นนายกเทศมนตรีตำบลทะเลน้อย อ.ควนขนุน และนายวิโรจน์ อินทร์แก้ว ทนายความ พร้อมพวก ได้เข้าพบ พ.ต.อ. ดร.วิชัย วิชยานฤพล ผกก.สภ.เมืองพัทลุง เพื่อยื่นเอกสาร หลักฐาน ประกอบการร้องทุกข์ กล่าวโทษ นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีต ส.ส.พัทลุงและอดีต รมว.กระทรวงวัฒนธรรม ผู้สมัคร ส.ส.พัทลุง เขต 2 พรรค ปชป. ที่ห้องทำงานบนโรงพัก

จากนั้นนายคณนาถฯ ได้เข้าร้องทุกข์ และมอบหลักฐานต่อ พ.ต.ท.นพรัตน์ แก้วใจ สารวัตรสอบสวน สภ.เมืองพัทลุง เพื่อให้ดำเนินคดีกับนายนิพิฏฐ์ฯ ที่ได้มีการโพสข้อความในโปรแกรมไลน์ในกลุ่ม “ ฟ้าวันใหม่“ ซึ่งมีสมาชิก 129 คน เมื่อปลายเดือนธันวาคม 2561 โดยมีข้อความหมิ่นประมาทผู้แจ้งว่า “ เขต 2 เก็บบัตรประชาชน 35,000 ใบ ตั้งเป้าซื้อ 35,000 คะแนน และโพสโดยใช้ชื่อในไลน์ว่า “กำนันนวย ทะเลน้อย“

ซึ่งข้อความดังกล่าวทำให้ผู้แจ้งซึ่งเป็นอดีตกำนันตำบลทะเลน้อย อ.ควนขนุน ได้รับความเสียหาย จึงได้เข้ามาแจ้งความร้องทุกข์ และมอบคดีให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายจนถึงที่สุด โดยเหตุเกิดใน ต.คูหาสวรรค์ อ.เมืองพัทลุง ขณะทางด้านนายนิพิฏฐ์ฯ กล่าวว่า ต้องขอบคุณนายคณนาถฯสัก 3 ครั้ง ที่นำเรื่องนี้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ กล่าวโทษตน

ซึ่งจากนี้ไปพนักงานสอบสวนจะต้องทำหนังสือไปยังบริษัทไลน์ในต่างประเทศ และกระทรวง ICT เพื่อที่จะได้นำข้อความในไลน์มาตรวจสอบตั้งแต่วันแรกจนถึงวันสุดท้าย เนื่องจากข้อความในไลน์บางส่วนได้ถูกลบออกไปแล้ว โดยเฉพาะการโพสในไลน์ว่า “ให้ทุกคนระวังตัวเรากำลังต่อสู้กับกฎหมาย“ นั้น หมายความว่าอะไร ข้อความดังกล่าวนี้จะให้ชาวบ้านเข้าใจว่าอย่างไร อยากให้พรรคภูมิใจไทยได้ออกอธิบายข้อความดังกล่าวนี้ด้วย และตนยังมีข้อความเด็ดๆอีกหลายคำพูดแต่ไม่สามารถที่จะให้รายละเอียดแก่สื่อมวลชนได้ ค่อยเจอกันในกระบวนการยุติธรรมก็แล้วกัน นายนิพิฏฐ์ฯกล่าวทิ้งท้ายไว้

ทษช. งัด ม.93 เเย้งกกต.หากจะยุบ เหตุต้องฟังคู่กรณีด้วย

พรรคไทยรักษาชาติงัด ม.93 เเย้งกกต.หากจะยุบ เหตุต้องฟังคู่กรณีด้วย ย้ำว่า ขอให้กกต.ใช้หลักฟังความจากทุกฝ่ายเพราะเป็นหลักสากล

นายพิชิต ชื่นบาน ประธานที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมายพรรคไทยรักษาชาติ กล่าวว่า เหตุผลที่ให้ฝ่ายกฎหมายพรรคไปยื่นกกต.ในวันที13ก.พ.เพราะตามมาตรา92 เเห่งพรป.ว่าด้วยพรรคการเมืองที่กกต.เห็นว่ามีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่ามีการกระทำความผิดเเละส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยนั้นควรดูมาตรา93เเห่งพรป.ฉบับนี้ประกอบด้วยว่าขั้นตอนที่ให้นายทะเบียนพรรคการเมืองรวบรมข้อเท็จจริงนั้นจะกระทำฝ่ายเดียยวมิได้ เพราะต้องยึดหลักสากลที่ให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

“มาตรา4ในรัฐธรรมนูญก็ให้สิทธินี้กับพรรค (รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 4 บัญญัติไว้ว่า…
ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาคของบุคคลย่อมได้รับความคุ้มครอง ปวงชนชาวไทยย่อมได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญเสมอกัน) เพราะการยุบพรรคนั้นกระทบต่อพรรคเเละสมาชิกพรรค ฉะนั้นต้องฟังทุกฝ่ายการจะสรุปของนายทะเบียนพรรคการเมืองที่ให้กรรมการกกต.มีมตินั้นจะเป็นการฟังความข้างเดียว

เเละมีข้อสังเกตสำคัญในมาตรา93เเห่งพรป.พรรคการเมืองที่ระบุว่านายทะเบียนพรรคการเมืองต้องรวบรวมข้อเท็จจริงเเละพยานหลักฐานเพื่อพิจารณาตามหลักเกณฑ์ที่กรรมการกกต.ระบุ เเต่กกต.ชุดนี้เพิ่งทำเข้าหน้าที่ ถามว่ากกต.มีหลักเกณฑ์พิจารณาเรื่องนี้เเล้วหรือไม่ หรือจะหลักเกณฑ์ใดมาใช้ยุบพรรค พรรคจะใช้สิทธิยื่นคำร้องต่อกกต.ให้คุ้มครองสิทธิของผู้ถูกกล่าวหาตามสิทธิในรัฐธรรมนูญเเละเเจ้งให้กกต.ทราบถึงการใช้อำนาจด้วยความระมัดระวัง”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าพรป.พรรคการเมืองมาตรา93 ระบุว่า เมื่อปรากฏต่อนายทะเบียนว่าพรรคการเมืองใดกระทำการตามมาตรา 92 ให้นายทะเบียนรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน พร้อมทั้งเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการเพื่อพิจารณา ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการกำหนด ในการยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญตามมาตรา 92 คณะกรรมการจะยื่นคำร้องเองหรือจะมอบหมายให้นายทะเบียนเป็นผู้ยื่นคำ ร้องและดำเนินคดีแทนก็ได้ และเพื่อประโยชน์ในการดำเนินคดี นายทะเบียนโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการจะขอให้อัยการสูงสุดช่วยเหลือดำเนินการในชั้นการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญจนกว่าจะเสร็จสิ้นก็ได้

ในกรณีที่เห็นสมควร ศาลรัฐธรรมนูญจะสั่งให้พรรคการเมืองระงับการกระทำใดไว้เป็นการชั่วคราวตามคำร้องขอของคณะกรรมการ นายทะเบียน หรืออัยการสูงสุด แล้วแต่กรณี ก็ได้”

‘ทูลกระหม่อมหญิงฯ’ เสด็จเยี่ยมและติดตามโครงการ TO BE NUMBER ONE

ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เสด็จเยี่ยมและติดตามผลการดำเนินงานโครงการ TO BE NUMBER ONE ที่จังหวัดนครสวรรค์

วันนี้ (12 กุมภาพันธ์ 2562) เวลา 17.00 น. ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เสด็จเยี่ยมการติดตามผลการดำเนินงานโครงการ TO BE NUMBER ONE ทรงเปิดชมรม TO BE NUMBER ONE และศูนย์เพื่อนใจ TO BE NUMBER ONE ณ โรงเรียนลาซาลโชติรวีนครสวรรค์ อำเภอเมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ โดยมี นายอรรถพร สิงหวิชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ รองผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ ข้าราชการ พร้อมด้วยผู้บริหาร เจ้าหน้าที่จากกรมสุขภาพจิต เจ้าหน้าที่สำนักงานโครงการ TO BE NUMBER ONE ประชาชน และนักเรียนในพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์ เฝ้ารับเสด็จ

ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงเสด็จเข้าภายในศูนย์เพื่อนใจ TO BE NUMBER ONE โดยทรงทอดพระเนตรกิจกรรมภายในศูนย์เพื่อนใจ TO BE NUMBER ONE ทอดพระเนตรนิทรรศการโครงการ TO BE NUMBER ONE ของจังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งประกอบด้วย นิทรรศการจากสถานศึกษา ชุมชน และสถานประกอบการที่ได้รับรางวัล TO BE NUMBER ONE ของจังหวัดนครสวรรค์ พร้อมทั้งเสด็จเยี่ยมสมาชิกใครติดยายกมือขึ้น

จากนั้นพระราชทานพระอนุญาตให้สมาชิก “ใครติดยายกมือขึ้น” จากสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดนครสวรรค์ เฝ้า พร้อมทั้งพระราชทานกำลังใจและคำแนะนำ เพื่อป้องกันความผิดพลาดซ้ำในกลุ่มเสี่ยง และพระราชทานคำปรึกษาแก่สมาชิกทูบี นัมเบอร์วัน จากสถานศึกษาต่าง ๆ ซึ่งจะนำไปสู่การจัดการปัญหาอย่างเหมาะสม ในช่วงค่ำทรงเป็นองค์ประธานในการแสดงคอนเสิร์ต TO BE NUMBER ONE

ที่มา… สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครสวรรค์